เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2036 ความคืบหน้า
เธอชูนิ้วโป้งให้ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วปัดมือเธอออก “ชางฮ่าวล่ะ?”
“ไปแล้ว พาเทียนเป่ากลับมาแล้วก็ไปเลย” เธอมองฉู่ลั่วอย่างมี
เลศนัย “เจ้ากลับมานานขนาดนี้แล้ว ยังไม่จัดการอะไรเลยเหรอ?”
“เขายอมให้เจ้าขี่แล้ว แต่กลับไม่รู้จักเริ่มสักนิดเลย”
“ยวนยวน!”
ขณะที่เฉิงยวนกำลังพูดอยู่นั้น จิ่งเจียเหยียนก็กระดิกหางงูวิ่งเข้า
มา กระโจนเข้าใส่ตัวเฉิงยวนทันที “กรี้ดดด! ไม่ใช่ความฝัน นี่ไม่ใช่
ความฝัน! ยวนยวน เธอกลับมาจริง ๆ”
เฉิงยวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา “พี่สาว เจ้ายังไม่ได้นอนเลย
จะเป็นความฝันได้ยังไง”
“ฉันกลัวนะ! ฉันกลัวว่าตัวเองจะกำลังฝันกลางวันอยู่” จิ่งเจียเห
ยียนวางหัวงูขนาดใหญ่ลงบนไหล่ของเฉิงยวน “ยวนยวน ฉันคิดถึง
เธอมาก”
เฉิงยวนถอนหายใจหนัก ๆ อีกครั้ง กอดหัวงูของเธอแล้วผลัก
ออก “ข้ากลับมาแล้ว ดูให้ชัด ๆ ซะ!”
จิ่งเจียเหยียนจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบา ๆ “เป็นยวน
ยวนตัวจริง! ไม่ใช่ความฝัน!”
จากนั้นก็กระดิกหางอย่างมีความสุขแล้วจากไป
เฉิงยวนมองเงาด้านหลังของเธอและเงาร่างของจิ่วฉานที่อยู่ไม่
ไกล “ข้าจากไปตั้งหลายปีแล้ว พวกเขาสองคนยังไม่มีความคืบหน้า
อะไรเลยหรือ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่มีเลย”
“ทำไมคนรอบตัวข้าถึงมีความคืบหน้าช้าขนาดนี้นะ!” เธอโบก
นิ้วไปมา “ช้าเกินไปแล้ว พวกเจ้าช้าเกินไปมาก!”
ฉู่ลั่ว “หยวนเส้าหยินไม่ได้มา”
เฉิงยวน “หืม? ใครนะ?”
ฉู่ลั่ว “หยวนเส้าหยิน พวกเขาทุกคนอยากมาดูเทียนเป่า มีแค่
เขาที่ไม่ได้มา”
เฉิงยวนครุ่นคิดอยู่ในหัวสักครู่ “อ๋อ เขานี่เอง!”
“เขาเก่งจริง ๆ ถึงกับสามารถอดทนไม่มาดูเทียนเป่าได้”
ฉู่ลั่วเงียบไปสองวินาที “หลังจากกลับมา ฉันไม่ได้ไปดูเจี่ยซีเลย”
เฉิงยวนขมวดคิ้ว “ไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรอกนะ! ข้าได้ยินมานะ!
ช่วงที่พวกเราจากไป โลกนี้บ้าคลั่งไปหมด พวกมนุษย์ใน
สถานการณ์ที่ไม่มีเจ้า ไม่เพียงแต่ปะทะกับพวกเทพโดยตรง แต่ยัง
อาศัยฮั่วเซียวหมิงปิดประตูเชื่อมต่อของเทพด้วย”
เธอส่ายหัว “ดูจากแนวโน้ม เขาคงตายไปแล้วล่ะ”
ฉู่ลั่วรู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก แล้วเดินออกไป
ทันที เหลือเพียงเฉิงยวนคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้น
เมื่อร่างของฉู่ลั่วหายลับไป รอยยิ้มที่ดูไม่จริงจังบนใบหน้าของ
เฉิงยวนก็จางหายไปด้วย
เธอหันไปมองด้านนอก ความรู้สึกในใจชวนให้หนักอึ้งอย่างบอก
ไม่ถูก
ค่าคืนมาเยือน
เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหว พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วท่ามกลางความ
มืดของม่านราตรี หลังจากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นในสถานที่ที่เต็มไปด้วย
ค่ายกล
เฉิงยวนลงมายืนบนกำแพง สายลมยามราตรีพัดเส้นผมของเธอ
เธอเอียงศีรษะพลางกล่าว “ดูเหมือนค่ายกลนี้จะมีอะไรบางอย่าง
ท่าทางโลกที่วุ่นวายก็ไม่ได้ทำให้เจ้าลำบากอะไรนัก”
เธอบุกเข้าไปในค่ายกลโดยตรง
ร่างกายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วผ่านทั่วทั้งตัวบ้าน จนกระทั่งเธอ
เข้าไปในห้องห้องหนึ่ง
ภายในห้อง บนผนังเต็มไปด้วยภาพวาดหลากสี
เฉิงยวนยืนอยู่กับที่ จ้องมองภาพบนผนังด้วยความตกตะลึง
มีทั้งเธอเมื่อพันปีก่อนและในอีกพันปีต่อมา
แม้แต่ในจุดที่เด่นชัดที่สุด ยังมีรูปถ่ายที่เธอเคยถ่ายไว้ที่คฤหาสน์
เมฆใสเฝ้ามองตะวันวางอยู่
พึ่บ!
ในห้องที่มืดสนิท พลันมีไฟสว่างขึ้นมา
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ประตูท่ามกลางแสงและเงานี้
“เฉิงยวน!”
สองคำนี้สั่นไหวราวกับจะระบายอารมณ์ทั้งหมดออกมา แต่ก็ถูก
กดข่มเอาไว้สุดกำลัง
ภายใต้แสงไฟ เผยให้เห็นร่างของชายคนนั้นชัดเจนขึ้น
เฉิงยวนตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา “เจี่ยซี เจ้ายังมี
ชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย”
เธอมองสำรวจเขาขึ้นลง “เจ้าไม่แก่ลงเลยนี่”
เจี่ยซีนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามเก็บอาการบนใบหน้าให้
หมด เขาเดินเข้าไปหาเฉิงยวนพลางพูดว่า
“ตอนที่ประตูแดนเทพเปิด จิตธรรมญาณของฉันตื่นขึ้น ก็เลย
สามารถบำเพ็ญได้” เขาเดินมาหยุดตรงหน้าเฉิงยวน “คนแรกที่เธอ
เจอหลังจากกลับมาคือฉันใช่ไหม?”
เฉิงยวนอดขำไม่ได้ “เจ้ากำลังคิดอะไรเพ้อเจ้อกันแน่ ข้าเจอลั่ว
ลั่ว เจอจิ่งเจียเหยียน เจอไจ๋โหรว… ข้าเจอคนมากมายเจ้าไม่รู้หรือ?”