เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2037 ควรใช้ชีวิตของตัวเอง
เจี่ยซีจ้องเฉิงยวน “เธอรู้ว่าฉันกำลังพูดถึงอะไรอยู่ เฉิงยวน”
“พอเธอกลับมา เธอก็มาหาฉันเลยใช่ไหม?”
เฉิงยวนเงียบไปเช่นกัน
ห้องที่เต็มไปด้วยภาพวาดของเธอจมลงสู่ความเงียบงัน
เฉิงยวนมองหน้าตรง ๆ แล้วถอนหายใจแผ่วเบา “ก็ได้ เจ้าพูดถูก
ข้า…จริง ๆ แล้วพอกลับมา ก็มาหาเจ้าเลย”
ดวงตาของเจี่ยซีเบิกกว้าง ความยินดีวาบผ่านดวงตา
“เดิมทีฉันคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้เจอเธออีกแล้ว”
น้าเสียงของเจี่ยซีสั่นเล็กน้อย
เฉิงยวนมีสีหน้าอ่อนโยน มองไปรอบ ๆ ห้องนี้แล้วถามว่า “นี่เป็น
ภาพที่เจ้าวาดทั้งหมดเลยหรือ?”
เจี่ยซีพยักหน้า
เฉิงยวนถามต่อ “เจ้าจำเรื่องราวเมื่อพันปีก่อนได้ชัดเจนขนาดนี้
เลย?”
เจี่ยซีมองตามสายตาของเฉิงยวนไป เห็นภาพวาดที่บันทึก
เหตุการณ์เมื่อพันปีก่อน
ในภาพมีทั้งเฉิงยวนกับคนในตระกูลเฉิง และสวีจิ้น
ในภาพวาดแต่ละภาพนั้น สีหน้าของทุกคนถูกวาดออกมาได้
เหมือนจริงที่สุด
“วาดได้ดีจริง ๆ”
เจี่ยซี “ฉันเรียนรู้มานานมาก จนกระทั่งฉันรู้สึกว่าตัวเองมี
ความสามารถพอที่จะลงมือวาด ฉันถึงได้วาดมันออกมา”
เขาดูภาพวาดตรงหน้าเหล่านี้
“ทุกภาพ ฉันไม่เคยแก้ไขเลย”
เฉิงยวนมองอยู่สักพัก แล้วเบือนหน้าไปมองเจี่ยซีพลางพิงตัวกับ
โต๊ะข้าง ๆ “แต่งงานแล้วหรือยัง?”
เจี่ยซี “…”
คำถามนี้ทำให้เจี่ยซีที่เดิมมีรอยยิ้มบนใบหน้าชะงักไปทันที
เขาหันหน้ามามองเฉิงยวนด้วยสายตาประหลาดใจ
เมื่อเห็นว่าเฉิงยวนถามด้วยสีหน้าจริงจัง สีหน้าของเขาก็เย็นชา
ลงทันที
“เธอมาหาฉันเพราะอยากรู้ว่าฉันแต่งงานแล้วหรือยังงั้นเหรอ?”
เฉิงยวนโบกมือ “ข้าไม่ได้หมายถึงการเร่งให้แต่งงานนะ! จะแต่ง
หรือไม่แต่งล้วนเป็นความตั้งใจของแต่ละคน ข้าแค่กังวลว่าเจ้าจะ
ได้รับอิทธิพลจากข้ากับสวีจิ้นหรือเปล่า?”
“เจ้า…ควรใช้ชีวิตของตัวเอง”
แววตาของเจี่ยซีมืดลงเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไร เดินตรงไปที่ผืน
ผ้าใบด้านข้างแล้วเปิดออก
ในภาพ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส
เฉิงยวนไม่ได้รับการตอบกลับจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ แล้วก็
เห็นภาพที่เจี่ยซีกำลังวาด เป็นภาพเธอกำลังนั่งชิงช้าในสวนเมื่อพัน
ปีก่อน
ในภาพ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสดใส
ชิงช้าแกว่งสูง เบื้องหลังเป็นสวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืช
พรรณ
เฉิงยวนจ้องมองแล้วกล่าวอย่างรู้สึกทึ่ง “เจี่ยซี เจ้าวาดได้ดีมาก
จริง ๆ นะ!”
เจี่ยซีทำหน้าเย็นชา ไม่พูดอะไร
เฉิงยวนจ้องมองเจี่ยซีแล้วพูดเสียงเบาอย่างระมัดระวัง “หลายปีที่
ผ่านมาในโลกอื่น ข้าได้เรียนรู้วิชาอาคมอย่างหนึ่ง”
เจี่ยซียังคงวาดรูปต่อ
เฉิงยวนพูดว่า “มันสามารถกำจัดเศษซากที่หลงเหลืออยู่ใน
วิญญาณของคนได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็เหมือนกับการกำจัดผลกระทบ
ของการไม่ได้ดื่มน้าแกงลืมเลืองของยายเมิ่ง”
“มันเป็นวิชาอาคมที่ข้ากับยมทูตไม่กี่คนร่วมกันคิดค้นขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เลยนะ”
เธอถามด้วยน้าเสียงที่เบาลงกว่าเดิม “เจี่ยซี เจ้าอยากให้ฉันช่วย
ไหม!”
“เผื่อว่าเจ้าจะได้ไม่ต้องติดอยู่กับอดีตของสวีจิ้นและข้าตลอดไป”
“เจ้าควรมีชีวิตของตัวเองสิ!”
เธอพูดจบแล้วมองเจี่ยซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
เจี่ยซีมือสั่นเล็กน้อย
พู่กันสีแดงทิ้งรอยเด่นชัดไว้บนผืนผ้าใบ
รอยพู่กันนั้นตกลงบนใบหน้าอันสดใสของเฉิงยวน ทำให้ใบหน้า
ที่ยิ้มแย้มนั้นมีรอยสีแดงสดปรากฏขึ้น
เจี่ยซีหยุดมือที่กำลังถือพู่กันไว้
“โอ้ ไม่นะ! ภาพเสียหายแล้ว!”
เฉิงยวนรีบยื่นมือออกไป คิดจะลบด้วยความร้อนใจ แต่ในตอนที่
นิ้วมือกำลังจะแตะผืนผ้าใบ เจี่ยซีก็คว้ามือเธอไว้ทันที
เขาจับมือของเฉิงยวนไว้แน่น
แต่เฉิงยวนรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความสั่นเทาและความเย็นจาก
ปลายนิ้วของเขา
“เจี่ยซี?”
เจี่ยซีจับแขนของเฉิงยวนแน่นด้วยแรงทั้งหมด สักพักเขาจึงเอ่ย
ปากเอ่ยว่า “อย่าทำแบบนี้”
เฉิงยวน “…”
“เฉิงยวน อย่าทำแบบนี้”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่า สบสายตากับดวงตาคู่นั้นของเฉิง
ยวน
เฉิงยวนตกใจกับแววตาของเขา