เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2062 ตอนพิเศษ ยินดีท าทุกอย่าง
“เมื่อกี้ที่นายไปหาลั่วลั่ว นายได้พูดอะไรกับเธอหรือเปล่า?”
ฉู่จ้านพยักหน้า “ผมถามเรื่องกว่านหว่านแล้ว”
ฉู่เหิงชะงักไปชั่วขณะ
หลายปีมานี้อาจ้านยังคงไม่ยอมแพ้
“ลั่วลั่วว่ายังไงบ้าง?”
ฉู่จ้านมองฉู่เหิงอย่างเหม่อลอย
“ลั่วลั่วบอกว่า กว่านหว่านไม่อยากกลับมา”
คำตอบนี้ เขาเคยได้ยินมาก่อนแล้ว
แต่ตอนนี้ เขากลับได้ยินมันอีกครั้ง
ฉู่เหิงถอนหายใจเอ่ยว่า “บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจจะอยาก
กลับมา”
“ตอนนี้พวกเราทุกคนสามารถบำเพ็ญได้แล้ว พวกเราจะรอเธอ”
นี่เป็นเพียงคำพูดปลอบใจฉู่จ้านเท่านั้น
ฉู่จ้านเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่า ภายในนั้นยังมีน้าตา
เอ่อคลอ ราวกับว่าอีกเพียงวินาทีเดียวมันก็จะไหลออกมา
ฉู่เหิงมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ลั่วลั่วบอกว่า พวกเราสามารถไปยังโลกอื่นผ่านทางปรโลกได้”
“เธอบอกว่าหลายปีมานี้ ยมทูตของปรโลกสามารถเดินทางไป
มาในโลกอื่นได้แล้ว”
ฉู่เหิงจ้องฉู่จ้านที่พูดด้วยน้าเสียงสั่นเครือ ก่อนจะถอนหายใจเบา
ๆ “นายอยากไปโลกอื่นผ่านทางปรโลกเพื่อตามหาเธอใช่ไหม?”
ฉู่จ้านพยักหน้า “ผมจะไป ผมต้องไปให้ได้”
ฉู่เหิงมองน้องชายที่มีสีหน้ามุ่งมั่น แล้วถอนหายใจหนักอีกรอบ
“มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ”
“ผมรู้ แต่ผมต้องไปให้ได้”
เขาไม่ไปไม่ได้
เขาจำเป็นต้องไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่ใช่ไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ ไม่ใช่ไม่
เคยคิดจะพยายามลืมกว่านหว่าน
แต่เขาพยายามมาแล้ว
เขาลองมาแล้ว
เขาถึงขั้นคิดจะหาผู้บำเพ็ญนอกรีตมาเพื่อลบความทรงจำ
ทั้งหมดเกี่ยวกับกว่านหว่านออกไป
แต่เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้าย เขาก็เกิดนึกเสียใจขึ้นมา แม้จะ
เจ็บปวดและทรมานแค่ไหน เขาก็ยังต้องการจดจำเธอ ยังคงต้องการ
พบเธอ
หากเขาไม่จดจำทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างฉู่จ้านกับกว่านหว่าน
แล้วใครจะจดจำ ใครจะใส่ใจ
ถ้าเขาลืมเลือนทุกอย่างไป
โลกใบนี้ก็จะไม่มีกว่านหว่านและฉู่จ้านอีก
……
ณ ปรโลก
ยมทูตขาวดำจ้องมองฉู่จ้าน “ถึงแม้คุณจะเป็นพี่ชายของ
ปรมาจารย์ฉู่ พวกเราก็ไม่สามารถยกเว้นเป็นกรณีพิเศษให้คุณได้
ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเข้าออกโลกอื่นได้ตามใจชอบ”
“แม้แต่ทางฝั่งปรโลกของเราเอง ก็ไม่ใช่ว่ายมทูตทุกตนจะ
สามารถเข้าไปได้”
ฉู่จ้าน “ผมเข้าใจ แต่ถ้าแค่ให้ผมไปยังโลกอื่นได้ ผมยินดีทำทุก
อย่าง”
ยมทูตขาวดำต่างพากันเงียบ
ทางปรโลกไม่มีทางจะให้ฉู่จ้านเข้าโลกอื่น
ฉู่จ้านพูดขึ้นกะทันหัน “มีแค่ยมทูตเท่านั้นที่สามารถเข้าไปใน
โลกอื่นได้ใช่ไหม?”
ยมทูตดำรีบตอบ “ไม่ใช่ว่ายมทูตทุกคนจะเข้าไปได้ แต่ต้องเป็น
ยมทูตที่ปรโลกไว้วางใจเท่านั้น”
ยมทูตขาวเตือน “เรื่องนี้ห้ามทำเป็นแบบอย่าง คุณเองก็อย่าได้
คิดฝันเลย”
ในความกว้างใหญ่ของปรโลก มีเสียงร้องไห้คร่าครวญของดวง
วิญญาณดังขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่ละเสียงช่างฟังดูน่าสยดสยองยิ่งกว่า
ก่อนหน้า
ยมทูตรอบข้างหลายคนกำลังลากโซ่วิญญาณเป็นพวง ๆ เดิน
เข้าไปข้างใน
ฉู่จ้านมองภาพตรงหน้า เขาเชิญนักพรตมาช่วยให้วิญญาณ
ของตนเองออกจากร่าง ถึงสามารถมายังปรโลกได้
นักพรตคนนั้นบอกเขาอย่างชัดเจนว่าไม่ควรอยู่ในปรโลกนาน
เกินไป
ตอนนี้มีควันสีเทาอมฟ้าสายหนึ่งลอยมาจากที่ไกล ๆ
พร้อมกับควันนั้น มีเสียงเรียกดังมาเป็นระยะ
“ฉู่จ้าน กลับมาเถอะ”
“ฉู่จ้าน รีบกลับมาเร็วเข้า”
นั่นคือนักพรตกำลังเรียกวิญญาณ เรียกให้ฉู่จ้านกลับไปทันที
หากปล่อยให้ล่าช้าต่อไป เกรงว่าวิญญาณของเขาคงจะไม่
สามารถกลับเข้าร่างได้
ยมทูตดำเร่งเร้าว่า “คุณรีบกลับไปเถอะ! ถ้าปล่อยให้ยื้ดเยื้อ
ต่อไป ร่างกายของคุณจะไม่เหลืออยู่แล้ว”
ยมทูตขาวก็เอ่ยด้วยว่า “ปรโลกไม่มีทางปล่อยให้คุณไปโลกอื่น
ได้หรอก หมอกว่าน เธออยู่ในโลกอื่นสบายดี ถ้าหมอกว่านต้องการ
กลับมาเอง เธอก็จะกลับมาได้”
ฉู่จ้านยังไม่ขยับเขยื้อน
ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงเรียกวิญญาณและเสียงเร่งเร้าของ
ยมทูตขาวดำ
เขายืนอยู่กับที่ไม่ขยับ เพียงแค่ก้มหน้าลง
ควันสีเทาอมฟ้าก่อตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ ลอยมาอย่างรวดเร็วเป็น
เส้นสาย เสียงเรียกวิญญาณก็ยิ่งฟังดูร้อนรนมากขึ้น
“ฉู่จ้าน ฉู่จ้าน รีบกลับมาเร็ว”