เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 263 สู้ตัดความสัมพันธ์ไปเร็ว ๆ ดีกว่า
บทที่ 263 สู้ตัดความสัมพันธ์ไปเร็ว ๆ ดีกว่า
บอดี้การ์ดแจ้งตำรวจมาจับกุมคนที่ก่อความวุ่นวายแล้ว และไลฟ์สตรีมก็หยุดลงทันทีที่ตำรวจมาถึง
คนตระกูลฉู่พยายามฝืนยิ้มส่งแขกกลับไป
จนกระทั่งส่งแขกหมดแล้ว ใบหน้าของฉู่เหว่ยฮ่าวก็ตึงขึ้นทันที เขาเดินกระแทกเท้ากลับไปยังห้องโถงใหญ่
ความวุ่นวายนี้ ทำให้ห้องโถงที่ตกแต่งอย่างดียุ่งเหยิงไปหมด!
เขามองดูแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจระบายความอึดอัดออกมา แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว
แต่ข้างกายฉู่ลั่วมีฉิงจื่อฉิงนั่งอยู่ เธอกำลังใส่ยาที่แผลบนคอให้เด็กสาว “เจ็บไหมจ๊ะ? ถ้าเจ็บหนูก็บอกนะ ป้าจะเบามือลงอีก”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่เป็นอะไรค่ะ”
“ไม่เป็นอะไรได้ยังไง หนูเลือดออกเยอะขนาดนี้!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวข่มความโกรธ เขาฝืนยิ้มพลางเอ่ยว่า “เหล่าซ่ง วันนี้ต้องขอโทษด้วยนะ ทำให้พวกคุณเห็นเรื่องน่าขายหน้าแล้ว”
ซ่งอวิ๋นชิงโบกมือ “นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดหรอก”
เขามองความโกรธบนใบหน้าของฉู่เหว่ยฮ่าวออก จึงพูดเตือน “นายเองก็อย่าโทษลั่วลั่วเลย ลั่วลั่วก็เป็นผู้เสียหาย ใครจะไปคิดว่าคนพวกนั้นทำเรื่องสุดโต่งแบบนี้”
“อีกอย่าง งานเลี้ยงกลางคืนครั้งนี้ก็สำคัญมาก ทำไมบอดี้การ์ดของนายถึงทำงานแย่ขนาดนี้? เกิดเรื่องขึ้นแล้ว คุณหนูเกือบจะถูกรุมทำร้ายกลางบ้าน ทำไมถึงได้โผล่มาช้านัก!”
ฉู่เหว่ยฮ่าวยิ้มแห้งสองครั้ง และตอบกลับไปสองสามประโยค
ซ่งอวิ๋นชิงส่งสัญญาณให้ภรรยากับลูกชายกลับบ้าน
แต่ซ่งจือหนานไม่อยากกลับ…
เขาคิดว่าคนตระกูลฉู่ต้องรังแกฉู่ลั่วแน่ มองไปที่เธอด้วยสีหน้ากังวล ยังไงก็ไม่ยอมก้าวขาออกไป
ฉู่ลั่วยิ้มให้เขา
ซ่งจือหนานกระซิบถาม “พี่ลั่ว วันนี้คุณคงตกใจแย่แล้ว อยากไปพักที่บ้านผมไหม”
เธอส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก”
ถามไถ่อยู่นาน กว่าซ่งจือหนานจะตามพ่อแม่กลับบ้านแต่โดยดี
เพิ่งออกจากบ้านตระกูลฉู่ เขาก็พูดด้วยความเป็นห่วง “พวกเขาต้องโทษพี่ลั่วแน่ พี่ลั่วบาดเจ็บพวกเขาก็ไม่สนใจพี่ลั่วสักนิด”
ฉิงจื่อฉิงก็ถอนหายใจออกมา “พวกเชียนหย่าลำเอียงเกินไปแล้ว! ฉู่หร่านไม่ได้บาดเจ็บสักนิด พวกเขากลับเอาแต่ห้อมล้อมเธอ เป็นห่วงว่าฉู่หร่านจะตกใจ ลั่วลั่วถูกมีดกรีดเข้าที่คอ กลับไม่มีใครสนใจเลย!”
ซ่งอวิ๋นชิงจับมือภรรยาของตน “เหล่าฉู่คงจะรู้จักแยกแยะได้นั่นแหละ”
ควรจะเป็นอย่างนั้น!
เหล่าฉู่รักฉู่หร่านมากขนาดนั้น กับลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง คงไม่โหดร้ายทารุณเกินไปหรอกนะ!
แต่ซ่งจือหนานกลับหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา “เหอะ ๆ ถ้าอยู่ต่อหน้าแขกจำนวนมากคนตระกูลฉู่ไม่กล้าทำให้พี่ลั่วลำบากใจแน่นอน ใครจะไปรู้ว่าเวลาอยู่กันแค่ในครอบครัวพวกเขารังแกพี่ลั่วยังไงบ้าง?”
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ยังไม่ทันถึงรถ เขาก็หยุดฝีเท้าลง “ไม่ได้… จะปล่อยให้พี่ลั่วอยู่ในบ้านตระกูลฉู่คนเดียวไม่ได้!”
ซ่งอวิ๋นชิงรีบคว้าแขนลูกชายไว้ ไม่งั้นคงวิ่งกลับไป “นอกจากลั่วลั่วจะยอมออกจากบ้านตระกูลฉู่เอง ตัดความสัมพันธ์กับตระกูลฉู่เอง ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเราเข้าไปก็มีแต่จะทำให้ฉู่ลั่วตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่าเดิม”
“อยู่ในครอบครัวแบบนี้ สู้ตัดความสัมพันธ์ไปเร็ว ๆ ดีกว่า!”
…
ห้องโถงใหญ่บ้านตระกูลฉู่
ฉู่เหว่ยฮ่าวเดินไปเดินมาอยู่ในห้องโถงใหญ่ สีหน้าดูย่ำแย่ขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเดินวนไปมาสิบกว่ารอบ เขาก็หยุดฝีเท้าลง และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ไลฟ์สตรีมอะไรนั่นไม่ต้องทำอีกแล้ว”
“เพื่อชื่อเสียงของฉู่กรุ๊ป พรุ่งนี้พวกเราจะเชิญนักข่าวมางานแถลงข่าวแต่เช้า ลูกจะต้องขอโทษต่อหน้ากล้อง”
เขาพูดจบ เห็นว่าฉู่ลั่วไม่พูดไม่จาก็ยิ่งโกรธ “ลูกก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?”
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองพ่อที่กำลังโกรธ “หนูจะไม่หยุดไลฟ์สตรีมค่ะ หนูบอกแล้วว่านั่นคืออาชีพของหนู”
“อาชีพอะไร? อาชีพสร้างความอับอายให้ตระกูลฉู่เหรอ? อาชีพทำให้ตระกูลฉู่ขายหน้าเหรอ?” ฉู่จ้านลุกขึ้นมาเพราะทนไม่ไหว
“เธอดูสิว่าเธอกำลังทำอะไร?”
“เธอขัดสนเรื่องเงินไหม? ตระกูลฉู่ขัดสนเรื่องการกินอยู่ หรือให้อะไรเธอไม่พอใช้เหรอ! เงินแค่สามแสนเธอก็ยังไปหลอกเอามา!”
เขาถอนหายใจออกมา “เธอ… เธอคิดจะใช้วิธีนี้แก้แค้นพวกเราใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วตอบอย่างไร้อารมณ์ “เปล่าค่ะ”
ฉู่จ้านถอนหายใจออกมาอย่างแรง “พ่อครับ ให้เงินเธอสักก้อน แล้วส่งเธอไปอยู่ต่างประเทศเถอะ! ถ้าปล่อยให้เธอก่อเรื่องต่อไป ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องร้ายแรงอะไรอีก?”
“วันนี้คนพวกนั้นเกือบจะทำร้ายหร่านหร่านแล้ว!”
ฉู่จ้านรับน้ำซุปที่ดื่มสำหรับผ่อนคลายมาจากคนรับใช้แล้วส่งให้ฉู่หร่าน เขาพูดปลอบเสียงเบาว่า “ขมหน่อยนะ แต่เธอต้องดื่ม! เมื่อกี้เธอตกใจจนหน้าซีดหมดแล้ว!”
ฉู่หร่านรับยามา เธอห่อไหล่แล้วพยักหน้า “หนูจะดื่มค่ะ พี่รอง หนูกลัวมาก เมื่อกี้พวกเขาเหมือนจะฆ่าคนได้เลย”
ฉู่จิงลูบผมของเธออย่างอ่อนโยนด้วยความเอ็นดู “ไม่ต้องกลัว พี่รับรองได้ ต่อไปจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
พูดจบ พี่ชายรองก็หันไปมองฉู่ลั่วด้วยแววตาเย็นชา