เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 264 ราคาที่ต้องจ่าย
บทที่ 264 ราคาที่ต้องจ่าย
พี่ชายรองเดินไม่กี่ก้าวก่อนหยุดตรงหน้าฉู่ลั่ว ก้มลงมองเธออย่างถือตัว พร้อมเอ่ยถามว่า “บอกมา เธอต้องการอะไร?”
“ต้องการเงินเท่าไหร่ เธอถึงจะสงบเสงี่ยมลง?”
ฉู่ลั่วเม้มปากแต่สีหน้าเรียบเฉย
“วันแรกที่เธอมาถึง ฉันเคยเตือนเธอแล้ว ฉันบอกให้เธอเชื่อฟังฉัน และห้ามทำร้ายหร่านหร่านเด็ดขาด” ฉู่จิงก้มตัวลงเล็กน้อย ในแววตามีความดุร้าย “แต่เธอทำอะไร?”
ฉู่ลั่ว “…”
“ฉู่ลั่ว ฉันอดทนกับเธอมานานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะในตัวเธอมีเลือดของตระกูลฉู่ไหลเวียนอยู่ คิดหรือว่าฉันจะปล่อยเธอไว้”
“รู้ไหมว่าหร่านหร่านรอคอยงานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้ขนาดไหน หร่านหร่านอยากจะอยู่กับเธออย่างสงบสุข อยากใช้งานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้แนะนำเธอ แต่เธอทำอะไรลงไป?”
“เธอเอาแต่เปรียบเทียบทั้งวัน ไม่ว่าอะไรก็จะเทียบกับหร่านหร่านให้ได้ ทำให้คนนอกคิดว่าตระกูลฉู่ของเราปฏิบัติกับพวกเธอสองคนต่างกัน”
“เธอลองถามตัวเองดู ว่าพวกเราปฏิบัติต่อเธอยังไง?”
ฉู่จิงกัดฟัน เขาดึงชุดเดรสที่ฉู่ลั่วสวมอยู่เบา ๆ “ต้องได้กดหร่านหร่านในงานเลี้ยงถึงจะพอใจใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วหลับตาลงพลางฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฉู่จิงเห็นท่าทางแบบนี้ก็ยิ่งโกรธ
เขาหันไปพูดกับฉู่เหว่ยฮ่าวว่า “พ่อครับ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะครับ ต้องจัดการเธออย่างจริงจัง”
ฉู่เหว่ยฮ่าวพยักหน้า “ฉันรู้แล้ว เมื่อก่อนฉันปล่อยเธอเกินไป คิดว่าเธอจะเชื่อฟัง คิดไม่ถึงเลยว่า…”
“สิบปีก่อนพวกเราไม่มีโอกาสได้อบรมสั่งสอนเธอ เริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สาย อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้เธอทำลายครอบครัวจนพัง!”
ซ่งเชียนหย่าปลอบฉู่หร่าน ก่อนจะเดินเข้ามาเช่นกัน เธอนั่งลงข้างฉู่ลั่ว พลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ “ลั่วลั่ว แม่รู้ว่าลูกเก่งมาก และมีพรสวรรค์ทางด้านนั้นมาก”
“แต่ว่าลูกจะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ลูกดูเรื่องที่ลูกทำวันนี้สิ”
“ตระกูลฉู่ของพวกเราไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน ลูกอยู่บ้านเฉย ๆ เถอะนะ หรือจะให้แม่ส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นยังไง?”
ฉู่ลั่วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองซ่งเชียนหย่า
“แม่คิดว่าเรื่องที่หนูทำไม่ถูกต้องเหรอคะ?”
ซ่งเชียนหย่าเงียบไปหลายวินาที “ผิดหรือถูก ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว ลูกก่อเรื่องวุ่นวาย รู้ตัวไหม?”
“ลั่วลั่ว ลูกไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำความผิดก็มีราคาที่ต้องจ่าย”
“นี่คือหลักเหตุผลขั้นพื้นฐาน”
ซ่งเชียนหย่าสีหน้าอ่อนโยน “พ่อกับแม่ไม่มีทางทำร้ายลูก พ่อกับแม่หวังดีกับลูกนะ”
ฉู่จ้านที่นั่งอยู่ด้านข้างมองฉู่หร่านอย่างปวดใจ เธอกำลังจิบน้ำซุปที่ทำให้ผ่อนคลายเข้าไปจิบเล็ก ๆ เมื่อได้ยินแบบนี้ ก็อดจะลุกขึ้นมาไม่ได้
“แม่ครับ ทำไมต้องพูดกับเธอเยอะแยะด้วย!”
เขาเดินไปตรงหน้าฉู่ลั่ว คว้าแขนของเธอเอาไว้ “ฉู่ลั่ว! ฉันขอเตือนเธอไว้ ถ้าเธอยังไม่อยู่เงียบ ๆ อย่าโทษว่าฉันไม่เกรงใจ!”
“นายคิดจะไม่เกรงใจแบบไหนเหรอ?”
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา…
ทุกคนต่างก็จ้องมองไปที่ประตูด้วยความตกใจ
“อาเหิง กลับมาแล้วเหรอ!” ซ่งเชียนหย่าประหลาดใจมาก “ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้?”
ฉู่เหิงใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดหน้าผากไว้ ด้านบนยังมีเลือดซึมออกมา
เสื้อผ้าบนตัวสกปรกมาก
“เลือดออกขนาดนี้ ทำไมไม่ไปทำแผลก่อน รีบไปโรงพยาบาลเร็ว!”
ฉู่เหิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ควรต้องไปโรงพยาบาลจริง ๆ”
เขาเดินไปตรงหน้าฉู่ลั่ว ก่อนจะกวาดตามองฉู่จ้านด้วยแววตาเรียบนิ่ง “ยังไม่ปล่อยมืออีก”
ฉู่จ้านรีบปล่อยมือ “พี่ใหญ่ พี่…”
“อวิ๋นเสา รบกวนเธอช่วยพาลั่วลั่วไปส่งที่โรงพยาบาลหน่อยนะ”
คนตระกูลฉู่เพิ่งสังเกตเห็น ว่าด้านหลังของฉู่เหิงยังมีหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งอยู่ด้วย
เวินอวิ๋นเสาพยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินเข้ามา เธอมองฉู่ลั่วด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม! นอกจากแผลที่คอ ยังมีแผลที่อื่นอีกหรือเปล่า?”
สมองของฉู่ลั่วยังคงตกตะลึงอยู่ ด้วยไม่คิดว่าฉู่เหิงจะรีบกลับมา
เธอส่ายหน้า
เวินอวิ๋นเสาถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นพี่จะไปส่งเธอที่โรงพยาบาลก่อน”
ว่าแล้วก็พาฉู่ลั่วออกไป
“พี่ใหญ่ พี่กลับมาแล้วเหรอคะ!” ฉู่หร่านยืนขึ้นท่าทางน้อยใจ “พี่พลาดงานเลี้ยงวันเกิดของหนู พี่ใหญ่ไม่รู้อะไร มีเรื่องเกิดขึ้นในงานเลี้ยงด้วยล่ะค่ะ หนูตกใจแทบแย่เลย!”
เธอวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว คิดจะซบลงในอ้อมกอดของฉู่เหิง
แต่ถูกพี่ชายใหญ่เอามือมาขวางไว้
ฉู่หร่านงุนงง “…พี่ใหญ่?”