เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 314 เชือกแดงกับทองสำริด
บทที่ 314 เชือกแดงกับทองสำริด
[ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว! มีอะไรครับ? ฉู่หร่านสร้างเรื่องอะไรอีกแล้วเหรอ?]
ฉู่ลั่วถือโทรศัพท์ไว้ ‘เชือกแดงอันนี้ กระบี่สำริดอันนี้ นายไม่มีอะไรจะอธิบายเหรอ?’
[…]
เธอแอบกัดฟัน ‘อย่าแกล้งตาย นายต้องหาคำอธิบายมาให้ฉัน!’
ระบบเงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะอธิบายอย่างลังเลว่า
[ว่าไปแล้วคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น!]
[หากพูดกันตามเหตุผล โลกทั้งสองโลกต่างเป็นอิสระจากกัน นอกจากคุณที่ติดต่อกับพวกเราได้ ถึงจะเชื่อมต่อกับทั้งสองโลกได้]
[การเดินทางระหว่างสนามพลังของทั้งสองโลกแตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้พลังที่มีความแข็งแกร่งมาก คนธรรมดา ไม่สามารถข้ามไปมาได้]
ฉู่ลั่วจ้องรูปถ่ายบนหน้าจอโทรศัพท์ “ก็หมายความว่า ถ้าไม่ใช่คนธรรมดา ก็สามารถข้ามไปมาได้ใช่ไหม?”
[ฮ่า ๆๆ จะมีคนแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ นอกจากว่าเป็นเซียนอยู่แล้ว ฮ่า ๆๆ… ไม่… ไม่หรอกมั้ง?]
ฉู่ลั่วตอบกลับข้อความของโม่เฉิงไปหนึ่งข้อความ “จะไปเดี๋ยวนี้”
หัวหว่านเห็นสีหน้าของคุณหนูก็ถามด้วยความกังวลใจ “คุณหนู เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วกดคางลง “มีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นจริง ฉันต้องรีบไปยืนยันข้อเท็จจริงและจัดการให้เร็วที่สุด”
เฉิงยวนลอยเข้ามาถาม “เรื่องอะไร ใช่ฉู่หร่านไหม?”
หญิงสาวส่ายหน้า
ทั้งสองประสานเสียง “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปด้วย!”
ฉู่ลั่วยังคงปฏิเสธ “ครั้งนี้ฉันจะไปคนเดียว พวกเธออยู่ที่บ้าน”
หัวหว่านอยากจะพูด แต่กลับถูกเฉิงยวนห้ามไว้ “ถ้าอย่างนั้นติดต่อไปหาพี่ใหญ่ของเจ้าสักหน่อยได้ไหม? แล้วก็ฮั่วเซียวหมิง ข้ามีความรู้สึกว่าเจ้าควรติดต่อไปหาพวกเขา”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า แล้วส่งข้อความให้พวกเขา
ไม่นานโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นฮั่วเซียวหมิงโทรเข้ามา
เมื่อกดรับสาย ก็มีน้ำเสียงทุ้มลึกของเจ้าตัวดังมาจากปลายสาย “คุณจะออกไปข้างนอกเหรอ ไปที่ไหน?”
“สถานที่ยังไม่แน่นอน”
“อันตรายไหม?”
“น่าจะไม่มีอันตรายอะไร”
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบ
ฉู่ลั่วถือโทรศัพท์มือถือเดินไปริมหน้าต่าง พลางมองทิวทัศน์ด้านนอก “คุณวางใจได้ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ไม่กระทบกับความมั่นคงของวิญญาณคุณแน่นอน”
ฮั่วเซียวหมิงหัวเราะเย็นชา “คุณคิดว่าผมกังวลเรื่องนี้เหรอ?”
ฉู่ลั่วเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะพูดต่อ “และไม่กระทบกับการจับศัตรูของคุณด้วย”
“ฉู่ลั่ว ที่คุณส่งข้อความบอกผม คุณอยากบอกผมแค่ว่า การกระทำของคุณไม่ส่งผลกระทบกับสัญญาแลกเปลี่ยนทั้งสองข้อของพวกเราเหรอ?”
ฉู่ลั่วได้ยินความโกรธในน้ำเสียงของฮั่วเซียวหมิงจนเผลอกำโทรศัพท์มือถือแน่นโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย
หญิงสาวกลืนน้ำลาย “ฉันแค่ไม่อยากให้คุณเป็นห่วง”
“งั้นเหรอ?” น้ำเสียงของฮั่วเซียวหมิงไม่เย็นชาแต่ก็ไม่อบอุ่น
“…” ฉู่ลั่วไม่รู้ว่าต้องจัดการกับเรื่องแบบนี้อย่างไร “คุณโกรธเหรอ?”
“ผมมีสิทธิ์อะไรไปโกรธล่ะ?”
“…”
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ผ่านไปชั่วขณะ ฮั่วเซียวหมิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างประนีประนอม เขาถามว่า “ฉู่ลั่ว คุณรับประกันได้ไหมว่าการที่คุณออกไปครั้งนี้จะไม่มีอันตราย? คุณรับประกันได้ไหมว่าคุณจะไม่บาดเจ็บ?”
ฉู่ลั่วตอบรับออกมา “ฉันจะไม่บาดเจ็บ”
เธอพูดย้ำอีกครั้ง “หลังจากได้พลังศรัทธาของคุณมา พลังวิญญาณของฉันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับพลังวิญญาณที่ได้มาจากการไลฟ์สตรีมครั้งก่อน มีน้อยคนที่จะทำให้ฉันบาดเจ็บได้”
ฮั่วเซียวหมิงส่งเสียงตอบรับ “ฉู่ลั่ว รอให้คุณกลับมาก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ”
“อืม”
สายตัดไปแล้ว ฮั่วเซียวหมิงถือขวดแก้วผนึกรักไว้ในมือข้างหนึ่ง เขามองไปยังแสงสีฟ้าจาง ๆ ที่เปล่งแสงออกมาจากขวด
เขาหัวเราะเยาะตัวเอง
เพราะขวดผนึกรักนี้ไร้ประโยชน์
หรือเพราะว่า…
เพิ่งวางสายไปได้ไม่นาน ฉู่เหิงก็โทรเข้ามา
หลังพี่ชายใหญ่ซักถามอย่างละเอียดก็พูดกับฉู่ลั่วว่า “ถ้าไม่ให้พวกเราไปด้วย เวลาออกไปข้างนอกแล้วเธอต้องการอะไร ตระกูลฉู่ของพวกเรามีธุรกิจอยู่ทุกที่ทั่วประเทศ…”
เขายังไม่ทันพูดจบ โทรศัพท์มือถือของฉู่ลั่วก็มีข้อความเด้งขึ้นมาหนึ่งข้อความ
[เรียนคุณฉู่ลั่ว ตอนนี้ท่านเป็นลูกค้าวีไอพีของฮั่วกรุ๊ปแล้ว ท่านสามารถใช้บริการธุรกิจภายใต้ชื่อฮั่วกรุ๊ปได้ตามต้องการเพียงแจ้งชื่อและแสดงบัตรประจำตัวประชน]
ฉู่ลั่วอ่านข้อความนี้ก็ชะงักไปชั่วขณะ
เธอบอกเขาว่า “พี่ชายใหญ่คะ หนูเป็นลูกค้าวีไอพีของฮั่วกรุ๊ปแล้วค่ะ”
ฉู่เหิงเป็นใบ้ไปแล้ว
ผ่านไปสองวินาที เขาถึงเอ่ยออกมาได้ “แน่นอนว่าธุรกิจของตระกูลฮั่วเยอะกว่าตระกูลฉู่มาก ประเภทธุรกิจก็มากกว่า”
พี่ชายใหญ่พูดเรื่องที่ค้างอยู่อย่างไม่เต็มใจนัก “พี่เอาชื่อของเธอใส่เข้าไปในรายชื่อลูกค้าวีไอพีของฉู่กรุ๊ปแล้ว”
ฉู่เหิงพูดกำชับอีกเล็กน้อย ก่อนจะวางสายไป
เขาโยนโทรศัพท์ไปด้านข้าง พลางกล่าวด้วยความหงุดหงิดว่า “ฮั่วเซียวหมิงคนนี้ต้องมีเจตนาแอบแฝงอยู่แน่นอน!”
เวินอวิ๋นเสากลอกตาใส่เขา “อะไรคือมีเจตนาแอบแฝง?”
“ลูกสาวของตระกูลฉู่ต้องให้เขามาเอาอกเอาใจด้วยเหรอ?”
เวินอวิ๋นเสานอนทับบนหลังเขา พลางหัวเราะเบา ๆ “พวกพี่ชายเนี่ย เป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า?”
ฉู่เหิงทำเสียงเย็นชา เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
เวินอวิ๋นเสาหัวเราะอย่างได้ใจ พลางกระซิบข้างหูเขาว่า “พี่ชายของฉันก็ดูไม่ดีใจเลย เรื่องที่พวกเราจะแต่งงานกัน”
พอฉู่เหิงโดนบ้าง ก็พูดไม่ออก