เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 316 สวรรค์ไร้หนทาง
บทที่ 316 สวรรค์ไร้หนทาง
ร่างของโม่เฉิงปรากฏขึ้นมากลางอากาศไม่ไกลเท่าไหร่
เหมือนกับเมื่อก่อน เขายังคงสวมชุดผ้าแพรต่วนงดงาม การแต่งกายยังคงให้กลิ่นอายแบบโบราณ บรรยากาศรอบ ๆ ดูสูงส่งราวกับเซียน
ชายหนุ่มเอนตัวลงบนต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง พลางปัดฝุ่นเล็กน้อย “ความยุติธรรมเหรอ? หลักการ? สหายน้อยฉู่ ทุกคนต่างก็มีความยุติธรรมและหลักการเป็นของตนทั้งสิ้น”
“เธอถือสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าฉันจะถูกกรรมตามสนองล่ะ?”
ฉู่ลั่วชี้ไปยังนกที่อยู่บนพื้นดิน “ก็ใช้สิทธิ์ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ยังไงล่ะ นายคร่าชีวิตของสิ่งมีชีวิตอื่นตามอำเภอใจ นายใช้ชีวิตและวิญญาณของพวกมันเพื่อบำเพ็ญ ทั้งหมดก็เพราะความเห็นแก่ตัวของนาย ผลประโยชน์ของนาย”
“โม่เฉิง ทั้งหมดนี้เป็นเวรกรรมที่จะตามสนอง”
โม่เฉิงเงยหน้าขึ้นฟ้าและหัวเราะ เขาชี้ไปบนฟ้า “ถ้าอย่างนั้นก็ให้สวรรค์ลงโทษฉันสิ ถ้าอย่างนั้นก็ให้วิถีแห่งสวรรค์ลงโทษฉันเลย!”
“สวรรค์ ลงโทษฉันสิ!”
“สวรรค์ ส่งกรรมมาตามสนองฉันเลย”
“ฮ่า ๆๆ สวรรค์หูตามืดบอดมานานแล้ว!”
“วิถีแห่งสวรรค์จากไหน เวรกรรมจากไหน ขอแค่แข็งแกร่งมากพอ ก็ไม่มีเวรกรรมตามสนองแล้ว!”
โม่เฉิงเงยหน้าหัวเราะเยาะเย้ยสวรรค์อย่าอุกอาจ
ยิ่งไปกว่านั้นยังด่าทอสวรรค์อีกด้วย
หลังจากด่าจบแล้ว เขาก็มองฉู่ลั่วอีกครั้ง แต่กลับเห็นฉู่ลั่วมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจใด ๆ เลย “เธอไม่โกรธเหรอ? ฉันด่าทอวิถีแห่งสวรรค์ ฉันดูถูกสวรรค์เชียวนะ?”
ผู้บำเพ็ญทั่วไปได้ยินแบบนี้เข้า ต่างก็โกรธจนอยากจะฆ่าเขาเพื่อปกป้องความยุติธรรมให้แก่สวรรค์
แต่ท่าทางของฉู่ลั่วกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้
“ทำไมต้องโกรธด้วย? แน่นอนว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรม แต่สิ่งที่ฉันปกป้องไม่ใช่ความยุติธรรมของสวรรค์ แต่เป็นหลักการของฉันเอง”
“สำหรับฉัน การฆ่าสิ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์ก็คือความผิด”
“โม่เฉิง แม้ว่านายจะมีความคับข้องนับพันนับหมื่น แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์ พวกเขาก็ไม่ได้ทำร้ายนาย นกและสัตว์พวกนี้เคยทำร้ายนายไหม?”
ฉู่ลั่วโบกมือ ยันต์แผ่นหนึ่งสว่างขึ้นมา นกที่ตอนแรกอยู่บนพื้นค่อย ๆ ลุกขึ้น พากันส่งเสียงร้อง และค่อย ๆ กระพือปีกบินจากไป
ไม่นานนัก นกทุกตัวที่ร่วงอยู่บนดินก็ฟื้นคืนชีพจนครบทุกตัว
รอจนกระทั่งพวกมันบินไปจนหมดแล้ว ฉู่ลั่วถึงมองโม่เฉิงอีกครั้ง “นายสิ้นเปลืองพลังงานเรียกฉันมาถึงที่นี่ คงไม่ใช่แค่จะบ่นเรื่องสวรรค์ไม่ยุติธรรมให้ฉันฟังหรอกนะ”
เพราะการเคลื่อนไหวของนกเมื่อสักครู่ ทำให้ป่ามืดทึบมีเสียงอยู่บ้าง แต่ตอนที่ฉู่ลั่วเอ่ยปาก เสียงกลับเงียบหายไปอย่างสิ้นเชิง
โม่เฉิงก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ
เศษธุลีในมือของเขาขยับเองทั้งที่ไม่มีลม ก่อนจะถูกพลังวิญญาณที่แผ่ออกมารอบตัวทำให้สั่นสะเทือน
“สหายน้อยฉู่ ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะตาย”
“ฉันคำนวณดวงชะตาแล้ว ตอนแรกคิดจะรอให้เธอตาย ค่อยแย่งเอาพลังวิญญาณของเธอมา น่าเสียดาย…”
“เธอยังมีชีวิตอยู่”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “นายให้ยันต์กับฉู่หร่าน เพื่อจะกดพลังวิญญาณในร่างกายของฉัน และฆ่าฉันสินะ”
“น่าเสียดาย น่าเสียดาย” โม่เฉิงส่ายหน้า พลางถอนหายใจไปด้วย “ฉันไม่อยากลงมือกับเธอด้วยตัวเองจริง ๆ ฉันทำไม่ลงน่ะ!”
ชายหนุ่มพูดจบก็เงยหน้าขึ้นมา ในดวงตาแหลมคมแดงก่ำ มุมปากเผยรอยยิ้มน่ากลัว
ฉู่ลั่วยังไม่ทันมีปฏิกิริยาตอบสนอง ธุลีเหล่านั้นก็มาถึงตรงหน้าเธอแล้ว
เศษธุลีรวมตัวนับหมื่นนับพันกลายเป็นหมอกเขาราวกับเข็มแหลม ๆ โจมตีเข้าใส่!
แต่ทันทีที่มันเข้าใกล้ฉู่ลั่วอีกไม่กี่มิลลิเมตรก็ถูกหยุดเอาไว้
ยันต์สีม่วงแผ่นหนึ่งลอยมาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว อาณาเขตป้องกันที่มองไม่เห็นก็กางออก
โม่เฉิงยกยิ้ม เขาพลิกตัวและโจมตีไปที่ฉู่ลั่วอีกครั้ง
ภายในป่าทึบเงียบสงบมีเสียงต่อสู้ดังขึ้นมา การเคลื่อนไหวของโม่เฉิงทั้งรุนแรงและร้ายกาจ แต่ละการเคลื่อนไหวล้วนจงใจจะเอาชีวิตของฉู่ลั่ว
การเคลื่อนไหวแต่ละท่าของฉู่ลั่วแผ่วเบามาก ดูเหมือนไม่ใช่การโจมตีที่หนัก แต่ในความเป็นจริงมันคือหลักอ่อนพิชิตหลักแข็ง เธอสามารถยับยั้งการเคลื่อนไหวของเขาได้ทั้งหมด
เริ่มแรกโม่เฉิงมั่นอกมั่นใจมาก แต่หลังจากรับศึกหนักมาสักพัก เขาก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
หลังจากที่ธุลีแหลมของเขาถูกฉู่ลั่วปัดออกไปได้อีกครั้ง เขาก็ถอยหลังไปหลายก้าว เขาหอบหายใจมองฉู่ลั่ว “เพราะอะไร?”
ฉู่ลั่วใช้มือเพียงข้างเดียว สายตาของเธอมองเขาอย่างเรียบเฉย “พลังวิญญาณของนายได้มาจากการดูดซับวิญญาณของสิ่งมีชีวิต แต่ฉันไม่ใช่”
พลังวิญญาณของฉู่ลั่วนอกจากจะมาจากพลังศรัทธาแล้ว ก็เป็นพลังที่มาจากการบำเพ็ญด้วยตนเองอีกด้วย
โม่เฉิงเดินเข้าไปบนทางลัดเส้นนี้ ในขณะเดียวกันเขาก็สูญเสียการควบคุมพลังวิญญาณไป
“โม่เฉิง นายมีพรสวรรค์ แต่น่าเสียดายที่ใช้ในทางที่ผิด”