เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 335 สัมผัสไม่ได้
บทที่ 335 สัมผัสไม่ได้
ชิงหยางลำบากใจที่จะพูด
ลัทธิเต๋าเสื่อมโทรมลงมาก ทางด้านของรัฐบาลเอง เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อนมีคนที่หลอกลวงโดยอ้างลัทธิเต๋าเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีพฤติกรรมเลวร้ายทำลายชีวิตคน ทำให้รัฐบาลตราหน้าว่าลัทธิเต๋าเป็นเรื่องงมงายมอมเมาผู้คน
ผู้บำเพ็ญในลัทธิเต๋า แต่ละคนต่างก็หยิ่งยโสมาก พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า ในยุคสมัยที่พลังวิญญาณลดน้อยลง หากไม่มีพลังศรัทธาจากคนทั่วไป พวกเขาก็ต้องกลับมาอาศัยการเก็บตัวบำเพ็ญ แล้วจะสืบทอดลัทธิเต๋าต่อไปได้อย่างไร
ชิงหยางเป็นผู้ริเริ่มติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ และยุติความขัดแย้งระหว่างลัทธิเต๋ากับรัฐบาลลง
บางครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋าเกิดขึ้นในฝั่งของรัฐบาล เขาก็จะกลุ่มคนในลัทธิเต๋าไปช่วยจัดการด้วย
แต่ว่าผู้มีความสามารถในลัทธิเต๋า ปกติแล้วจะมีนิสัยประหลาดมาก ทั้งยังไม่ยอมลงจากเขาง่าย ๆ
แต่ฉู่ลั่วต่างออกไป
หลังจากที่ชิงหยางได้รู้จักฉู่ลั่วก็ติดตามเธอมาตลอด รู้ว่าเธอจะไลฟ์สตรีมเป็นบางครั้งบางคราว เพื่อแก้ปัญหาให้กับคนทั่วไป
แม้แต่ตัวของฉู่ลั่วเองก็ไม่รู้ หลังจากที่มีเหตุการณ์มากมายแดงออกมาเพราะไลฟ์สตรีมของเธอ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากต่างก็เข้ามาแอบซุ่มอยู่ช่องไลฟ์สตรีมของเธอ เพราะหวังว่าจะได้ยินเกี่ยวกับคดีในท้องที่ของตน
เขายังรู้อีกว่าฉู่ลั่วได้รับการยกย่องจากหน่วยงานรัฐบาลของเมืองเจียงหลายครั้ง
ฉู่ลั่ว อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ลัทธิเต๋ากับรัฐบาลปรองดองกันได้
ตอนนี้เมื่อได้ยินทุกคนพูดจาเยาะเย้ยเธอ ชิงหยางก็ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย “ทุกท่าน หากพิจารณาจากความอาวุโสแล้ว สหายน้อยฉู่อายุน้อยกว่าทุกท่านที่อยู่ที่นี่”
“หากเธอมองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าเกิดเรื่องประหลาดอะไรขึ้นกับเขาเฟิงหนิง เช่นนั้นทุกท่านที่บำเพ็ญมาหลายปี จะไม่ถูกหัวเราะเยาะเอาหรือ?”
“ผมเชิญสหายน้อยฉู่มา เพราะเห็นว่าเธอประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถช่วยเหลือพวกเราได้ ไม่ได้เชิญเธอมาให้ทุกท่านสร้างความลำบากใจให้เธอ”
“ทุกท่านต่างก็เป็นผู้บำเพ็ญ ไม่ควรมีนิสัยสร้างความลำบากใจให้คนรุ่นหลังสิ!”
คำพูดนี้ของชิงหยางค่อนข้างแรง สีหน้าของหลายคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ต่างก็เปลี่ยนไปแล้ว บางคนส่งเสียงหัวเราะเย็นชาออกมา ก่อนจะหลับตาต่อ
แต่ก็ไม่มีใครสร้างความลำบากใจให้ฉู่ลั่วอีกแล้ว
หลังจากชิงหยางพูดคุยกับทางลัทธิเต๋าเรียบร้อยแล้ว ก็พาเธอไปหารือกับทางทหาร
ซู่เซี่ยงหยางก็กำลังพูดคุยกับทีมอยู่ เมื่อเห็นชิงหยางกับคนอื่น ๆ มา สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นทันที เขาเก็บอาวุธลง “ท่านนักพรต พูดคุยกันได้เรื่องอะไรบ้างไหม?”
ชิงหยางส่ายหน้า “ตอนนี้พวกเรารู้เพียงว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่นี่ถูกดูดกลืนไปหมดแล้ว แต่สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด”
ซู่เซี่ยงหยางรายงาน “ตามเส้นทางเดินเท้า เที่ยงพรุ่งนี้พวกเราก็จะไปถึงลำธาร พวกเราจะใช้โดรนบินเข้าไปสำรวจก่อน ถ้าทุกอย่างปลอดภัย พวกเราก็ข้ามลำธารไปได้”
“นี่เป็นแผนที่ของภูเขาเฟิงหนิง” เขาชี้ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง “ตำแหน่งที่พวกเราอยู่ในตอนนี้คือตรงนี้ ส่วนนี่ก็คือลำธารสายนั้น นี่เป็นสถานที่ที่นักสำรวจหายตัวไป ส่วนตรงนี้คือสถานที่ที่คนของเราหายตัวไป”
ฉู่ลั่วมองดูจุดเหล่านี้ นักสำรวจกับคนของกองทัพ ต่างก็หายตัวไปหลังจากข้ามลำธาร
แม้ว่าตำแหน่งจะห่างกันหนึ่งกิโลเมตร แต่ก็ไม่ได้ไกลจากลำธารมาก
“พรุ่งนี้หลังจากข้ามลำธาร ถ้ามีอันตราย พวกเราจะปกป้องพวกคุณและส่งพวกคุณกลับไปก่อน” ที่จริงแล้วซู่เซี่ยงหยางไม่เชื่อคนเหล่านี้
เขาเชื่อในวิทยาศาสตร์
สำหรับลัทธิเต๋าเหล่านี้…
ก็เป็นแค่กลตลก ๆ เท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะเบื้องบนกำชับมาเป็นพิเศษ ว่าให้เขาพากลุ่มคนของลัทธิเต๋ามาด้วยให้ได้ เขาคงจะนำกองกำลังทหารของเขาเข้ามาแล้ว
หลังจากหารือกับทางด้านของซู่เซี่ยงหยางเสร็จแล้ว ชิงหยางก็เดินกลับมาพร้อมฉู่ลั่ว
ชิงหยางถอนหายใจ “ทุกวันนี้พลังวิญญาณลดลง ลัทธิเต๋าเองก็มีท่าทางหยิ่งผยอง หากเป็นแบบนี้ต่อไป…”
เขาถอนหายใจพร้อมกับพูดถึงลัทธิเต๋าอย่างลำบากใจ
จนกระทั่งเขาพูดจบ ก็เห็นว่าฉู่ลั่วไม่ตอบกลับมาเลย “สหายน้อยฉู่…”
ฉู่ลั่วชี้ไปยังที่ไกล ๆ “ท่านนักพรตชิงหยาง คุณเห็นไหมคะ? พลังหยินทางนั้น!”
ชิงหยางมองตามมือของฉู่ลั่วไป ตอนแรกเขาเห็นไฟสำรวจที่แขวนเอาไว้บนต้นไม้ ที่ค่อนข้างแสบตานั้นก่อน
เขาหรี่ตามอง ด้านหลังไฟสำรวจห่างออกไปไม่ไกล ท่ามกลางความมืดมิดของตอนกลางคืน เหนือป่าหนาทึบ มีกระแสพลังสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว
มันล่องลอยและหมุนเป็นวงราวกับกระแสน้ำวนอยู่เหนือยอดไม้ในป่าทึบ
“พลังหยิน!” แววตาของชิงหยางเปลี่ยนไป “แต่ทำไมถึงสัมผัสไม่ได้ล่ะ”
พลังหยินแข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเขาที่เป็นผู้บำเพ็ญควรจะสำผัสได้แล้ว
ถ้าไม่ได้มองเห็นด้วยตาเปล่า พวกเขาคงไม่รู้ว่ามีพลังหยินแข็งแกร่งขนาดนี้ปรากฏออกมา
“ไปตอนนี้เลยค่ะ”
ฉู่ลั่วจะเดินออกไป แต่ชิงหยางคว้าเธอไว้ก่อน “ไม่ได้ เรียกคนอื่นไปด้วย เสี่ยวหย่ง ไปบอกผู้บัญชาการซู่”
ชิงหยางเรียกคนของลัทธิเต๋าที่กำลังเตรียมจะพักผ่อนมารวมตัวกันแล้ว
ตอนแรกทุกคนเตรียมจะบ่น แต่เมื่อเห็นพลังหยินที่ลอยอยู่เหนือป่าไม่ไกล สีหน้าก็เปลี่ยนทันที
“พลังหยินแข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเรากลับสัมผัสไม่ได้เลยสักคน”
“น่าแปลกเหลือเกิน”
“ดูแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะราบรื่นแล้วล่ะ”
“ถ้าราบรื่น ก็คงไม่เรียกพวกเรามาหรอก”
ทุกคนเริ่มเก็บของ และตรวจสอบอาวุธของตนเอง
ยันต์ หมอก…
อาวุธที่เป็นสมบัติของแต่ละสำนักก็ถูกหยิบออกมา