เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 339 ยมโลก
บทที่ 339 ยมโลก
ไกลออกไป ยมทูตขาวหนึ่งดำหนึ่งสวมหมวกทรงสูง ถือไม้ตีวิญญาณไว้ในมือ กำลังดึงวิญญาณจำนวนหนึ่งที่ร่วงหล่นมาจากฟ้า และตกลงมาบนสะพาน
พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วมาก พริบตาเดียวก็เดินข้ามสะพานหินยาว ๆ มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
คนในลัทธิเต๋า แม้จะเคยพบเจอกับวิญญาณเป็นปกติ แต่น้อยครั้งนักที่จะได้เจอยมทูต โดยเฉพาะช่วงร้อยปีมานี้ที่พลังวิญญาณลดน้อยลง
ผู้บำเพ็ญที่สามารถติดต่อกับยมโลกได้มีน้อยลงทุกวัน
ชิงหยางกับคนอื่น ๆ ใช้สมาธิอย่างสูงเมื่อยมทูตเดินผ่านหน้าไป ใครจะคิดว่ายมทูตเดินไปได้แค่ครึ่งเดียว ก็หันกลับมามองแล้ว
“เหมือนจะมีกลิ่นอายของคนเป็น” ยมทูตขาวเบิกตาโตพลางมองมาทางนี้
แต่ยมทูตดำดึงโซ่เบา ๆ “จะมีคนเป็นที่แกว่งเท้าหาเสี้ยนมาจากไหนเยอะแยะ ไปได้แล้ว”
ยมทูตขาวยังไม่วางใจ ทั้งยังเดินมาทางนี้อีกด้วย เดินไปก็พูดไปว่า “ก่อนหน้านี้มีคนจับคนเป็นได้ แล้วส่งไปให้จักรพรรดิภูตผี ได้รับรางวัลกลับมา ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะโชคดี จับได้หลายคนก็ได้นะ”
“ถ้ายิ่งเป็นผู้บำเพ็ญก็ยิ่งดี จักรพรรดิภูตผีอยากจับผู้บำเพ็ญมาตลอด”
ชิงหยางกับคนอื่น ๆ มองหน้ากัน พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าตนเองเหมือนแกะเดินเข้าปากเสือ ก็ยิ่งไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร
“ผู้บำเพ็ญ! เหอะ! หลายปีนี้มีผู้บำเพ็ญก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่สมควรจะได้รับการยอมรับ ไปเถอะ!”
รอจนกระทั่งยมทูตขาวดำหายไปแล้ว
ชิงหยางกับคนอื่น ๆ ก็มองหน้ากัน พร้อมกระซิบพูดคุย
“ยมทูต! หรือที่นี่จะเป็น…”
พวกเขามองไปรอบ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าที่นี่เหมือนกับยมโลกที่บันทึกเอาไว้ในคัมภีร์ของลัทธิเต๋ามาก
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “นี่ไม่ใช่ยมโลก”
มีหลายคนพูดด้วยความไม่พอใจ “เธอเคยเห็นเหรอ?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “สามโลกแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน เทพ มนุษย์ และภูตผี ต่างก็มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน ภูเขาเฟิงหนิงคือโลกมนุษย์ จะเป็นยมโลกได้ยังไง”
“หรือจะเป็นทางเข้ายมโลก?” มีคนพูดออกมาอย่างระมัดระวัง
“ต่อให้เป็นทางเข้ายมโลก ก็จะฆ่าคนตามอำเภอใจไม่ได้ นักสำรวจพวกนั้น และทหารพวกนั้นยังไม่ถึงฆาต พวกเขามีสิทธิ์อะไรมากักขังคนที่ยังไม่ถึงฆาตไว้ในยมโลก”
พูดมาถึงตรงนี้ทุกคนต่างก็เห็นด้วย
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะทำยังไง? หรือว่าต้องปะทะกับยมโลกจริง ๆ?”
บางคนกังวล บางคนหวาดกลัว
ถ้าเป็นผีร้ายธรรมดา พวกเขายังสามารถสู้ได้ แต่ถ้าเป็นยมโลก…
นั่นคือสิ่งที่ผู้บำเพ็ญอย่างพวกเขาไม่สามารถต่อกรได้
ฉู่ลั่ว “ฉันมีวิธีค่ะ เมื่อกี้พวกเขาบอกว่า จักรพรรดิภูตผีต้องการผู้บำเพ็ญ พวกเราก็ใช้ผู้บำเพ็ญเป็นเหยื่อล่อ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ซ่อนพลังวิญญาณไว้ แล้วตามเข้าไป ตรวจสอบหาคนที่เราต้องตามหา แล้วช่วยพวกเขาออกมา”
มีคนพูดออกมาเสียงเบาว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอก็เป็นเหยื่อล่อสิ!”
เหยื่อล่อ… ฟังดูไม่ดีเอาเสียเลย เหมือนกับจะถูกส่งไปตาย
ฉู่ลั่วเอ่ยเสียงเรียบ “ค่ะ แน่นอนว่าฉันเตรียมจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่ออยู่แล้ว…”
ยมทูตสองตนลากวิญญาณหลายดวงไปปรากฏตัวขึ้นบนสะพาน ตอนที่พวกเขากำลังจะข้ามสะพานไป ท่าทีของยมทูตอีกตนก็เปลี่ยนไปแล้ว
“ได้กลิ่นไหม?”
ยมทูตอีกตนจมูกกระตุก ก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างตะกละตะกลาม “กลิ่นของผู้บำเพ็ญ พลังวิญญาณบริสุทธิ์มาก ต้องเป็นผู้บำเพ็ญอย่างแน่นอน!”
“ตามหาผู้บำเพ็ญคนนี้ แล้วจับไปให้จักรพรรดิภูตผี”
เพิ่งพูดจบ ยันต์แผ่นหนึ่งก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ ตามด้วยเสียงตะโกนดังมาก “ไอ้ปีศาจร้าย มอบชีวิตเจ้ามา!!”
“อย่ามั่นใจนัก!”
ยมทูตหัวเราะเยาะ มันสะบัดโซ่สีแดงออกมา ก่อนจะพันธนาการฉู่ลั่วที่อยู่กลางอากาศ ออกแรงดึง และลากเธอกลับลงมาบนพื้นดิน!
“เป็นผู้บำเพ็ญจริง ๆ ซะด้วย ร่างกายเต็มไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์”
ยมทูตตนหนึ่งหันกลับมา เอาแส้วิญญาณกดไหล่ของฉู่ลั่วไว้ ทำให้ฉู่ลั่วไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วขณะ
“แค่ผู้บำเพ็ญตัวเล็ก ๆ คนเดียว กล้าบุกเข้ามาในอาณาจักรภูตผี รนหาที่ตายจริง ๆ”
ฉู่ลั่วถามด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “ก่อนหน้านี้มีคนหายตัวไปใช่ไหม ถูกพวกแกจับตัวไปใช่ไหม พวกเขาเป็นคนเป็น พวกแกกล้าทำได้ยังไง?”
ยมทูตหัวเราะเยาะ “มีอะไรที่พวกเราไม่กล้าบ้าง? ที่แท้เจ้าก็มาตามหาคนที่หายไปก่อนหน้านี้! วางใจเถอะ อีกเดี๋ยว เจ้าก็จะได้เจอพวกเขาแล้ว”
ฟังมาถึงตรงนี้ เธอก็สบายใจ
อย่างน้อย ตอนนี้คนกลุ่มนั้นก็ยังไม่เป็นอะไร
จนกระทั่งฉู่ลั่วถูกยมทูตพาตัวไป คนในลัทธิเต๋าก็พากันตามหลังมา พลางเคลื่อนไหวช้า ๆ
จับผู้บำเพ็ญได้หนึ่งคน ยมทูตสองตนก็ดีใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาพูดคุยกันว่าหลังจากเอาตัวผู้บำเพ็ญไปให้จักรพรรดิภูตผีแล้ว จะได้รางวัลอะไรกลับมา สักพักพวกเขาก็คุยกันว่าจะไปหาวิญญาณมาจากที่ไหน
“พวกเราพาผู้บำเพ็ญไปขังไว้ก่อน พาวิญญาณกลุ่มนี้ไปส่งที่แท่นสังสารวัฎ แล้วพวกเราค่อยพานางไปหาจักรพรรดิภูตผี!”
“อืม!”