เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 340 เพื่อนของฉันอยู่อีกฝั่ง
บทที่ 340 เพื่อนของฉันอยู่อีกฝั่ง
ยมทูตสองตนลากฉู่ลั่วให้เดินไปยังคุกที่มืดมิดแห่งหนึ่ง
บนกำแพงคุกแขวนตะเกียงน้ำมันที่ทำมาจากศีรษะของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ดูน่าสะพรึงกลัว มีเปลวไฟออกมาจากตาบ้าง ออกมาจากปากบ้าง หรือไม่ก็ออกมาทางหู
เมื่อลมหนาวเย็นพัดเข้ามา ศีรษะเหล่านี้ก็จะส่งเสียงหัวเราะแปลก ๆ
ไกลออกไปมีบ่อเลือด มีกระทะ มียมทูตรุ่นเยาว์กำลังจับลิ้นของวิญญาณ แล้วออกแรงดึง
ฉู่ลั่วมองอยู่สักพักหนึ่ง ก็ขมวดคิ้ว
สถานที่แห่งนี้เหมือนกับนรกขนาดเล็ก
แม้กระทั่งการลงโทษเหล่านี้ ก็ยังเป็นไปตามกฎของนรก
“เจ้าเข้าไปได้แล้ว!”
ฉู่ลั่วถูกผลักเข้าไปในห้องขังห้องหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่ายมทูตไม่ได้ให้ความสนใจเธอสักเท่าไหร่ หลังจากปิดประตูคุก ก็พาวิญญาณกลุ่มหนึ่งจากไป
รอจนยมทูตออกไปไกลแล้ว พวกชิงหยางจึงปรากฏตัวออกมา พูดกับฉู่ลั่วว่า “สหายน้อยฉู่ พวกเราจะไปหาก่อนว่าคณะสำรวจกับคนของกองทัพถูกขังไว้ที่ไหน?”
“ค่ะ”
ชิงหยางกับคนอื่น ๆ เริ่มค้นหาทุกที่ในคุกทันที
ถึงจะบอกว่าเป็นคุก แต่อันที่จริงมันเป็นม่านพลังที่สร้างจากพลังหยิน แล้วเอาวิญญาณกับคนเป็นไปขังไว้ข้างในเท่านั้น
ในบรรดาห้องขังจำนวนหนึ่ง สามารถมองเห็นศพที่เหลือแต่กระดูกได้
ผ่านไปสักพัก ชิงหยางก็กลับมาพูดกับฉู่ลั่วด้วยสีหน้ายินดีว่า “สหายน้อยฉู่ พวกเราตามหาคณะสำรวจกับคนของกองทัพเจอแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่เป็นอะไร!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “รีบพาพวกเขาออกไปในที่ปลอดภัยก่อนเถอะค่ะ”
สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนกลุ่มนี้!
ชิงหยางก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
ผ่านไปสักพักหนึ่ง พวกชิงหยางก็พาคณะสำรวจกับคนของกองทัพเดินมา
คนกลุ่มหนึ่งเดินออกไปข้างนอกช้า ๆ
สาเหตุเพราะม่านพลัง ทุกคนจึงเดินได้ไม่เร็ว พวกเขาเจอยมทูตหลายคนตลอดทาง ต้องค่อย ๆ เดินเลี่ยงยมทูตเหล่านี้ไป
“เห็นสะพานหินแล้ว ข้ามสะพานหินไปก็ปลอดภัยแล้ว” ควางเจียอดพูดออกมาไม่ได้
ทุกคนเดินข้ามสะพานหินไปทีละก้าว ๆ
ทันใดนั้นก็มียมทูตสองตนโผล่มาจากกลางอากาศ วิญญาณที่ลอยอยู่บนฟ้าถูกจับเอาไว้ ก่อนจะหล่นลงมาตรงหน้าพวกเขา
ชิงหยางรีบบังคับม่านพลังให้ไปอยู่ด้านข้าง
“ว้าว! ครั้งนี้จับวิญญาณที่มีบุญมากได้ด้วยล่ะ ถ้าเอาตัวเขาไปสังเวยให้จักรพรรดิภูตผี พลังของพวกเราต้องแก่กล้าขึ้นมากแน่นอน”
“นับว่าพวกเราโชคดี ที่วิญญาณดวงนี้มาเดินเร่ร่อนอยู่แถวนี้พอดี”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ยมทูตสองตนลากวิญญาณดวงหนึ่งไปอย่างมีความสุข
พวกเขาไม่ได้สังเกตเลยว่า บนสะพานยังมีคนอื่นอยู่
ชิงหยางถอนหายใจ “ไปกันเถอะ!”
จนกระทั่งทุกคนข้ามสะพานไปได้ ตรงหน้าก็เป็นภาพสีดำสนิท
วินาทีต่อมาพวกเขาก็ถูกแสงไฟแสบตาส่องเข้ามา
“นักพรตชิงหยาง!”
“พวกคุณกลับมาแล้ว!”
ซู่เซี่ยงหยางพุ่งเข้าไป สำรวจดูทุกคน ก็เห็นว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และไม่มีใครเป็นอะไร เขาจึงรู้สึกโล่งใจทันที “อีกฝั่งเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
เขาให้ลูกน้องพาคนที่ช่วยกลับมาได้ไปอยู่ในที่ปลอยภัย
พวกทหารยังไม่เท่าไหร่ แต่คนของคณะสำรวจนั้นมีอาการขวัญผวาอย่างเห็นได้ชัด
เห็นอะไรก็แสดงท่าทางตกใจกลัวออกมา
ชิงหยางเตรียมจะพูดบางอย่าง ก็ได้ยินควางเจียตะโกนว่า “สหายน้อยฉู่ ทำอะไรน่ะ?”
ฉู่ลั่วยืนอยู่บนสะพานหิน เธอขมวดคิ้วมองไปอีกฝั่ง “ฉันต้องกลับไปอีกครั้ง”
“อีกฝั่งผิดปกติมากแน่นอน แต่พวกเราต้องหารือเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ก่อน ค่อยว่ากัน!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เพื่อนของฉันอยู่อีกฝั่ง”
ชิงหยางรีบสาวเท้าเดินเข้ามา เขากดข้อมือของเธอ “สหายน้อยฉู่ ฉันเองก็เห็นแล้ว แต่จะรีบร้อนไม่ได้ จักรพรรดิภูตผีมีที่มาที่ไปอย่างไร พวกเรายังไม่รู้แน่ชัด แต่พวกเรามั่นใจได้แล้วว่า จักรพรรดิภูตผีตนนั้น ไม่สามารถรับมือได้ง่าย ๆ”
ฉู่ลั่วดึงมือของตนออก “ฉันเคยสัญญากับเขา ว่าจะปกป้องเขา ในฐานะของผู้บำเพ็ญ ฉันไม่สามารถผิดคำสัญญาได้ค่ะ”
ฉู่ลั่วถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอประสานมือให้ทุกคน “ทุกคนกลับไปก่อนเถอะค่ะ!”
เธอหันหลังวิ่งข้ามสะพานหินไป ไม่นานเธอก็หายไปท่ามกลางความมืดของอีกฝั่ง
ควางเจียกระทืบเท้าอยู่ที่เดิมด้วยความร้อนใจ “วัยรุ่นสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ? ทำไมทำอะไรบุ่มบ่ามขนาดนี้ รอให้พวกเราเตรียมแผนการให้พร้อมก่อน ค่อยไปไม่ได้เหรอ?”
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้จะทำยังไง? พวกเราจะข้ามไปช่วยเธอไหม? จักรพรรดิภูตผีตนนั้นแค่ได้ยินชื่อ ก็รู้แล้วว่ารับมือได้ไม่ง่าย!”
“มีใครทำนายได้บ้าง?”
พูดจบ ก็มีคนช่วยกันพยากรณ์
“เป็นยังไงบ้าง?”
นักพยากรณ์เก็บกระจกแปดเหลี่ยมของตนกลับไป ก่อนจะบอกกับพวกเขาว่า “ไม่มีคำตอบ”
“อะไรนะ?”
“สหายน้อยฉู่ผู้นี้จะเป็นหรือตาย ล้วนเป็นเธอเลือกเอง ต่อให้พวกเราเข้าไป… ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดมาก
เปียนเหลียงเดินไปหยุดข้างชิงหยาง พลางเอ่ยถามว่า “คุณไปหาตัวฉู่ลั่วมาจากไหน? เธอมาจากสำนักไหนนิกายไหนกันแน่ อาจารย์เป็นใคร? ต่อให้พวกเราช่วยเธอไม่ได้ แต่อย่างน้อยจะได้ติดต่อไปหาสำนักของเธอให้มาช่วย”
ชิงหยาง “สหายน้อยฉู่ไม่มีสำนัก ไม่มีนิกาย และไม่มีอาจารย์”
“ชิงหยาง เวลาแบบนี้แล้ว ยังคิดจะปิดพวกเราอีกเหรอ!”
ชิงหยางยืนกราน “ฉันไม่ได้ปิดทุกคน”