เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 347 ลุย!
บทที่ 347 ลุย!
จักรพรรดิภูตผีค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน มองว่าที่เจ้าสาว
“พิธีจะมีขึ้นในคืนนี้ เพื่อนของเจ้ามาเข้าร่วมกันได้ทั้งหมด ตอนนี้พวกเขาอยู่ข้างนอก” ซางหัวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าให้สิทธิ์พวกเขาเดินไปไหนได้ตามสบายเพราะเห็นแก่เจ้า”
“ฉู่ลั่ว เจ้าเองก็คงไม่อยากให้มีการนองเลือดกันในวันแต่งงานของเรา แล้วเพื่อนของเจ้าต้องหายไปหรอกใช่หรือไม่?”
ฉู่ลั่วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเช่นกัน “แน่นอนว่าไม่อยากค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี”
ซางหัวยกมุมปากขึ้น แล้วหันไปพูดกับภูตที่อยู่ในห้องอย่างเย็นชา “ดูแลจักรพรรดินีให้ดี ถ้ากล้าละเลยนางละก็…”
เขาโบกมือ แล้วภูตผีตนหนึ่งก็ถูกดูดไปที่มือเขา กลายเป็นพลังหยินที่เกี่ยวกระหวัดไปทั่วร่าง
ภูตผีส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ในเงื้อมมือของซางหัว
แต่สายตาของจักรพรรดิกลับจ้องมองว่าที่เจ้าสาว พลังหยินในมือของเขาทรมานภูตตนนั้นทีละเล็กทีละน้อย และเจาะเข้าที่ใบหน้าของภูตตนนั้น
พลังหยินแปรเปลี่ยนเป็นมีดเล็ก ๆ นับพันเล่ม เฉือนเข้าที่ภูตผีตนนั้นทีละเล็กทีละน้อย
ฉึก!
ภูตผีที่ถูกเฉือนเนื้อออกไปทีละชิ้น ๆ สุดท้ายก็กลายเป็นควันเขียว หายไปในอากาศ
หลังจากที่ได้รับความทรมานอย่างหนัก ก็สูญสลายไป
นี่คือคำเตือนที่ซางหัวบอกกับฉู่ลั่ว
“ถ้ากล้าละเลยจักรพรรดินี นี่คือจุดจบของพวกแก!”
พวกภูตผีตกใจจนทรุดลงกับพื้นทันที “พวกเราไม่กล้าเจ้าค่ะ”
ซางหัวมองฉู่ลั่วอย่างลึกซึ้ง “ถ้าหากพวกเขากล้าไม่เคารพต่อเจ้า ก็ลงมือได้เลย”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไร ได้แต่นั่งบนเก้าอี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองคำเตือนของจักรพรรดิภูตผี
ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันอยู่เงียบ ๆ แล้วซางหัวก็ระบายยิ้มออกมา “ข้าจะไปเปลี่ยนชุด”
แล้วเขาก็หันหลังออกไป
พวกภูตผีในห้องยังคงคุกเข่าอยู่ ฉู่ลั่วหันไปมองตัวเองที่แต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมพรั่งในกระจก พลางเม้มปาก
นักพรตชิงหยางกับซู่เซี่ยงหยางเตรียมตัวพร้อมหรือยังนะ?
…
ตกกลางคืน
อาณาจักรภูตผีในคืนนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ ในอากาศมีเสียงเครื่องดนตรีคลอมาเป็นระยะ ท้องฟ้าที่เดิมทีดูหม่นหมอง ในเวลานี้กลับเป็นสีแดงแห่งการเฉลิมฉลอง
เสียงกลองหนักแน่นดังมาจากด้านนอก ดังไปจนทั่วอาณาจักรภูตผี
ภูตผีเอาผ้าคลุมหน้าสีแดงมาคลุมไว้บนผมจักรพรรดินี เป็นสัญญาณว่าพิธีกำลังจะเริ่มแล้ว
ฉู่ลั่วลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปแตะกระบี่ทองสำริดที่หดเล็กเป็นจี้ห้อยคอของตนเอง ก่อนเดินตามภูตออกไป
ระหว่างทาง เธอได้ยินเสียงพูดคุยจากสองข้างทาง มีทั้งภูตผี มีทั้งวิญญาณ
บรรยากาศคึกคักมาก ๆ
จนกระทั่งมาถึงที่ด้านหน้าโถงใหญ่ ฉู่ลั่วก้าวเท้าเดินเข้าไป แล้วก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของผู้มีชีวิต
เป็นพวกของนักพรตชิงหยางนั่นเอง
ผ้าคลุมสีแดงบดบังสายตาไว้ เธอทำได้เพียงใช้พลังวิญญาณตรวจดูข้างนอก แล้วก็เห็นพวกของนิกายและพวกของซู่เซี่ยงหยางกระจายตัวกันนั่งเต็มทั้งสองฝั่ง ส่วนจักรพรรดิภูตผีอย่างซางหัวนั่งอยู่บนแท่นสูง แล้วสังเกตทุกอย่างด้วยสายตาเย็นชา
ชิงหยางรู้สึกได้ถึงการสำรวจของพลังวิญญาณฉู่ลั่ว พอมองมาทางนี้ก็พยักหน้าให้เธอไปเล็กน้อย
ทุกอย่างเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ภูตพาฉู่ลั่วไปตรงกลางโถง ในสระโลหิตทั้งสองฝั่งโถงยังคงมีกระดูกลอยอยู่ และมีเสียงกรีดร้องดังมาเป็นครั้งคราว ในโถงแห่งการเฉลิมฉลองนี้เงียบไปทันที
แต่ซางหัวกลับดูเหมือนว่าจะชอบเสียงกรีดร้องแบบนี้มาก เขาลอยลงมา ยื่นมือไปคว้ามือของฉู่ลั่ว ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ย “ที่จริงการบำเพ็ญมาจนถึงขอบเขตของข้า การคุกเข่าคำนับฟ้าดินถือเป็นเรื่องที่เกินความจำเป็น ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าไม่มีทางทำพิธีแบบนี้หรอก”
เขาพาฉู่ลั่วไปตรงหน้าที่นั่ง
นายพิธีส่งเสียงขึ้นมาเสียงดัง
จนกระทั่งถึงตอนสุดท้าย ถึงได้ตะโกนเสียงแหลม “คำนับฟ้า”
ซางหัวยืดหลังตรง ประสานมือเล็กน้อย
ขณะที่เขาเพิ่งจะประสานมือ หางตาก็เห็นว่าฉู่ลั่วไม่ขยับเลย
ซางหัวกำมือแน่น “ฉู่ลั่ว นี่มันงานแต่งครั้งแรกของข้านะ!”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและเบามาก ราวกับพวงต้นหลิวที่อ่อนโยนสัมผัสกับพื้นผิวทะเลสาบ แต่กลับทำให้เกิดระลอกคลื่นได้
“ลุย!”
สิ้นเสียงตะโกนของชิงหยาง แขกเหรื่อเดิมทีกระจายกันนั่งทั้งสองฝั่งต่างก็ควักอาวุธออกมาแล้วโจมตีจักรพรรดิภูตผีทันที