เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 360 ควรค่าแก่การเรียนรู้
บทที่ 360 ควรค่าแก่การเรียนรู้
ผ่านไปสักพัก เสียงโวยวายด้านในก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
ศิษย์แต่ละสำนักต่างมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา
ภายในเรือน คอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงกลางห้องกำลังแสดงไลฟ์สตรีมของเมฆใสเฝ้ามองตะวัน
คนสิบกว่าคนที่มีสีหน้าเย็นชา ต่างก็ขมวดคิ้วดูช่องไลฟ์สตรีม
บางคนถึงกับทนไม่ไหวหยิบโทรศัพท์ออกมา กดเข้าไปในช่องไลฟ์สตรีมก่อนจะพิมพ์ไปบ่นไป
ทุกข้อความล้วนแต่บอกให้ห้ามผู้โชคดีไว้
“ชิงหยาง นี่คือตัวแทนลัทธิเต๋าคนต่อไปที่คุณเลือกไว้เหรอ? คุณดูสิว่าเธอกำลังทำอะไร?”
“ชิงหยางฉันรู้ว่าการจะเจรจากับรัฐบาลเป็นเรื่องยาก หลายปีมานี้ลัทธิเต๋าเสื่อมโทรมลงมาก ให้คุณเป็นคนประคองต่อไปก็ยากเหมือนกัน แต่คุณจะทำแบบส่ง ๆ ไม่ได้นะ!”
“อาจารย์ของคุณส่งต่อตำแหน่งตัวแทนลัทธิเต๋าให้คุณในตอนนั้น เพราะคิดว่าคุณจะสามารถปกป้องลัทธิเต๋าได้ ตอนนี้คุณคิดจะเอาตำแหน่งมอบให้เด็กสาวคนหนี่งไม่พอ ยังจะส่งต่อให้คนแบบนี้อีก”
ชิงหยางหน้าตาสงบ เขายิ้มพลางเอ่ยว่า “ทุกคนโปรดใจเย็นลงก่อน ผมเชื่อในตัวสหายน้อยฉู่”
คนที่เคยเข้าร่วมปฏิบัติการช่วยชีวิตครั้งก่อน แม้จะร้อนใจอยู่บ้าง แต่พวกเขาไม่ได้ตำหนิฉู่ลั่วเหมือนคนอื่น ๆ
ทันใดนั้น ภายในช่องไลฟ์สตรีม ยันต์ของฉู่ลั่วลอยไปบนรองเท้าคู่นั้น
ทุกคนต่างยืนขึ้นด้วยความตกตะลึง
หนึ่งในนั้นถึงกับตบโต๊ะ แล้วชี้ไปที่หน้าจอ “เมื่อกี้พวกคุณเห็นไหม? เธอ… เธอทำ…”
“ไม่ใช่แค่วาดยันต์กลางอากาศได้ แต่ยังสามารถเปลี่ยนรูปร่างสสารได้อีกด้วย เมฆใสเฝ้ามองตะวันคนนี้ เป็นศิษย์ของใครกันแน่? เป็นคนของสำนักไหนกัน?”
ชิงหยางยังคนยิ้มตาหยีเหมือนเคย “ดูต่อไป ดูต่อไป”
จนกระทั่งเจ้าของแอ็กเคานต์ลูกชิ้นไม่กินผักชีตัดการเชื่อมต่อไป ภายในเรือนก็เงียบลงไปแล้ว
ทุกวันนี้ที่ลัทธิเต๋าจะขอความร่วมมือได้ก็มีเพียงพวกเขาสิบสองสำนักที่อยู่ที่นี่ สำนักอื่นหากไม่หายไปก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
“ฉู่ลั่วคนนี้มีความสามารถใช้ได้ แต่ใจกว้างเกินไป”
“ให้คนธรรมดาแตะต้องสิ่งของชั่วร้ายได้ยังไง”
ควางเจียที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างเกียจคร้านว่า “เพราะเธอรู้ว่าเธอสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ยังไงล่ะ หลังจากนั้น เธอก็ขอให้อีกฝ่ายติดต่อไปหาพ่อแม่กับเพื่อนไม่ใช่เหรอครับ?”
“วิธีของสหายน้อยฉู่ควรค่าให้พวกเราเรียนรู้ เรื่องของลัทธิเต๋าก็ให้ลัทธิเต๋าจัดการ เรื่องของคนธรรมดาก็ให้คนธรรมดาจัดการ”
ทุกคนต่างก็เงียบไปแล้ว
ตอนนี้ชิงหยางชี้ไปที่หน้าจอพลางเอ่ยว่า “ดูกันก่อนเถอะ เหมือนสหายน้อยฉู่จะเชื่อมต่อไลฟ์สตรีมกับผู้โชคดีคนที่สองแล้ว”
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จ ก็ได้ผู้โชคดีคนที่สองที่ชื่อว่า ‘บัวลอยไส้งา’
หน้าจอแบ่งเป็นสองส่วน อีกฝั่งของจอมีคนที่สวมชุดทำงานสีฟ้าปรากฏขึ้น มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือ เท้าก็ยังเดินไม่หยุด “คุณเจ้าของช่อง สวัสดีครับ ในที่สุดก็ได้เจอคุณแล้ว”
“ผมมีเรื่องเร่งด่วนมาก ๆ อยากให้คุณเจ้าของช่องช่วยครับ”
เขาหันกล้องไปรอบ ๆ ในห้องนั่งเป็นห้องโล่ง บนพื้นห้องมีไม้ไผ่วางกระจัดกระจาย ประตูเหล็กปิดสนิท ในนั้นมีหมีแพนด้าตัวหนึ่งหันหน้าเข้ากำแพงและหันหลังให้กล้อง มันนอนนิ่งไม่ขยับ
เจ้าของแอ็กเคานต์บัวลอยไส้งาเดินเข้าไป “จือหม่า จือหม่า!”
หมีแพนด้าไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ มันเพียงแค่ขยับมือเล็กอ้วนของตนเอง เพื่อผลักเจ้าหน้าที่ออกไป
[จือหม่า จือหม่าเด็กน้อยของฉัน แกเป็นอะไรไปน่ะ!]
[นี่คือจือหม่าเหรอ? ก่อนหน้านี้ตอนไปที่เมืองหรง ไม่ได้เห็นจือหม่าเลย จือหม่าเป็นอะไรไปเหรอ?]
[จือหม่าคงไม่ได้แหกกรงหนีออกไปอีกแล้วใช่ไหม!]
[สมกับเป็นสัตว์ยอดฮิตอันดับหนึ่งของเมืองหรง แผ่นหลังดูเย่อหยิ่งมาก]
[ไม่ใช่ว่ามีอาการซึมเศร้าหรอกนะ!]
[ต้องมีอาการซึมเศร้าแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็มีวิดีโอในอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เหรอ? ทั้งรื้อกล้องวงจรปิด ทั้งขุดอุโมงค์ใต้ดิน…]
[ฝีมือเขาหมดเลย! เขานั่นแหละ!]
[จือหม่าของพวกเราน่าสงสารจัง! ใครรังแกเขากันนะ!]
[ถ้าครั้งนี้แหกกรงออกไปอีก ก็เป็นครั้งที่สามแล้วใช่ไหม!]
บัวลอยไส้งาเอาไม้ไผ่ไปง้อ เอาผลไม้ไปให้ ทั้งยังเข้าไปหยอกล้อหมีแพนด้าที่ชื่อจือหม่า (เจ้างา)
แต่มันก็ยังดูไม่มีความสุขเหมือนเดิม