เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 359 จนปัญญา
บทที่ 359 จนปัญญา
[ว้าว! มันทำให้ฉันกลัวการแต่งงานไปเลยนะเนี่ย! ทำไมถึงได้มีผู้ชายน่ารังเกียจขนาดนี้อยู่กันนะ!]
[ตัวเองมีชู้ แถมชู้ยังชนแล้วหนี เลยให้ภรรยามาตายแทน! นี่มันการแต่งงานอัปมงคลแบบไหนกันเนี่ย!]
[เป็นวันที่น่ากลัวอีกวัน]
[มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่กำลังคิดว่า ใช้วิธีการน่ารังเกียจแบบนี้ทำร้ายคน จะได้รับโทษตามกฎหมายหรือเปล่า?]
[ประเทศของเราไม่สนับสนุนเรื่องไสยศาสตร์งมงาย]
เหมือนผู้ชายจะนึกถึงข้อนี้ขึ้นมาได้ จึงวางมือที่หวาดกลัวลง และพูดอย่างอวดดีว่า “ทำไม โกรธมากเหรอ? เธออยากบอกฉันหน่อยไหม? เธอคิดจะแจ้งความฉันยังไง? จะบอกผู้พิพากษาว่าฉันใช้ไสยศาสตร์ทำร้ายเธอเหรอ? ฮ่า ๆๆ! ผู้พิพากษาคนไหนจะเชื่อ!”
เจ้าของแอ็กเคานต์ลูกชิ้นไม่กินผักชีโกรธจนตาแดงก่ำไปหมดแล้ว เธอกัดฟัน อยากจะฆ่าไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนี้จนทนไม่ไหว
แต่ว่า…
เขาพูดถูก
พ่อแม่ของหญิงวัยสามสิบทั้งโกรธทั้งจนปัญญา พวกเขาพูดได้เพียงว่า “หย่า! หย่าเดี๋ยวนี้เลย!”
“หย่าก็หย่า! ผู้ชายที่ไหนจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ยอมมีลูกกันล่ะ!”
“หึ!”
เขาผลักลูกชิ้นไม่กินผักชีออกไปอย่างแรงจนหัวสั่น ในห้องใต้หลังคาเหลือเพียงหญิงวันสามสิบกับพ่อแม่และเพื่อนของเธอ
[น่าโมโหจัง! ทำไมถึงมีสัตว์เดรัจฉานแบบนี้อยู่ด้วย!]
[แต่ที่เขาพูดก็ถูกนะ พวกเราไม่มีวิธีจัดการจริง ๆ!]
[อ้ากกกก! ไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่ ฉันทนไม่ไหว!]
[ท่านปรมาจารย์ ไม่มีวิธีเลยเหรอ? นี่ไม่นับว่าเป็นการทำร้ายคนเหรอ?]
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ค่ะ ตอนที่เขามีชีวิตอยู่ ไม่มีวิธีจัดการเขาจริง ๆ ต้องรอให้เขาตายและลงนรกไปก่อน ถึงจะสะสางได้”
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมไม่พอใจ
เจ้าของแอ็กเคานต์ลูกชิ้นไม่กินผักชีก็เดือดดาลเช่นกัน แต่กลับจนปัญญา
ทันใดนั้นก็มีความคิดเห็นหนึ่งเด้งขึ้นมา ดึงดูดความสนใจของฉู่ลั่ว
[ถ้าประเทศเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ก็คงจะดี]
ในหัวของฉู่ลั่วคิดถึงเรื่องขององค์กรศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันที
ถ้ามีองค์กรแบบนี้อยู่ เรื่องเหล่านี้ก็จะถูกจัดการได้ง่ายแล้ว
ลูกชิ้นไม่กินผักชีทำจิตใจให้สงบลง ก่อนจะพูดกับกล้องว่า “ท่านปรมาจารย์ ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงไม่รู้เลยว่าจะมีจุดจบแบบไหน!”
ต่อให้ไม่ถูกวิญญาณอาฆาตทำร้ายจนตาย ผู้ชายสารเลวคนนั้นก็คงไม่ปล่อยเธอไว้แน่
“ท่านปรมาจารย์ ลูกสาวของฉันจะได้หย่าอย่างราบรื่นไหมคะ?” แม่ของหญิงวัยสามสิบถามด้วยความกังวล
“ได้ค่ะ”
ผู้เป็นแม่โล่งใจแล้ว
“ท่านปรมาจารย์ ของสิ่งนั้นจะจัดการยังไงเหรอคะ? ธงพวกนี้ด้วย”
ฉู่ลั่วครุ่นคิดและพูดว่า “คุณส่งที่อยู่มาให้ฉันทางข้อความส่วนตัวนะคะ ฉันจะไปจัดการให้”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ขอบคุณท่านปรมาจารย์!”
หลังพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย ลูกชิ้นไม่กินผักชีก็ตัดการเชื่อมต่อไป
เมืองหยาง
ภายในวัดเต๋าเก่าแก่แห่งหนึ่ง ที่โถงด้านหน้าเต็มไปด้วยธูปจำนวนมาก นักท่องเที่ยวเดินตามทางที่ปูด้วยหินไปยังด้านหลังวัด ก่อนจะถูกนักพรตที่สวมชุดสีน้ำเงินพูดบอกพร้อมรอยยิ้มว่า “ด้านหลังเป็นสถานที่ส่วนบุคคล”
นักท่องเที่ยวมองด้วยความสงสัย ก็เห็นเพียงต้นไม้แตกกิ่งก้านเขียวขจีอยู่ด้านในประตูที่เป็นทรงกลม และเห็นคนสิบกว่าคนที่สวมชุดแตกต่างกันยืนอยู่ในนั้น
“เห็นแล้วใช่ไหม?”
“เห็นแล้ว เห็นแล้ว กำลังถ่ายละครกันอยู่หรือเปล่า?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นการแต่งคอสเพลย์”
“คอสเพลย์สมัยนี้แต่งตัวเรียบง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
บทสนทนาของนักท่องเที่ยววัยรุ่นสองคน ลอยไปถึงหูของนักพรตที่เฝ้าประตู ทั้งสองคนมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เรียกประชุมลัทธิล่ะ? มีเรื่องอะไรสำคัญอย่างนั้นเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก”
นักพรตหนึ่งในนั้นถอนหายใจ “หรือจะมีคนอ้างชื่อของลัทธิเต๋าไปฆ่าคนหรือหลอกลวงใครอีกหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิ แต่เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตพัฒนาไปมาก ถ้าสร้างเรื่องไว้ใหญ่ขนาดนั้น เรื่องคงกระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว”
ทั้งสองคนคุยกันเสียงเบา
ส่วนบรรดาลูกศิษย์ที่อยู่ในลานกว้างซึ่งสวมชุดคลุมเต๋าตามแบบสำนักของตนเอง หากไม่ยืนอยู่ที่ลานกว้าง ก็ยืนอยู่ใต้ชายคา บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่น บางคนก็พิงเสามองท้องฟ้าด้วยความเบื่อหน่าย
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่นดังขึ้นมา “เธอให้คนธรรมดาแตะต้องของชั่วร้ายแบบนั้นได้ยังไง!”
เสียงดังก้องนี้ทำลายความเงียบทั้งภายในและภายนอกเรือนรับรอง ลูกศิษย์ที่ยืนอยู่ตรงลานด้านนอกลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที สายตาจับจ้องไปที่ประตูเรือน