เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 365 ภูตดอกไม้ ไห่ถังฮวา
บทที่ 365 ภูตดอกไม้ ไห่ถังฮวา
อีกด้าน สีหน้าของเหล่านักพรตกลับเปลี่ยนไปแล้ว
“นี่น่าจะเป็นภูต… ภูตดอกไห่ถัง”
“ตามกฎของลัทธิเต๋า ควรใช้จังหวะนี้จับเธอเอาไว้ เพื่อไม่ให้ทำอันตรายในโลกมนุษย์”
“ไม่รู้ว่าภูตดอกไม้นั้นคิดจะทำอะไร? แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องจับตัวไว้ก่อน!”
“ฉู่ลั่วคนนี้กำลังทำอะไรอยู่? คาถาของเธอสามารถส่งผ่านอุปกรณ์ไลฟ์สตรีมได้ ก็ควรใช้โอกาสนี้จับภูตดอกไม้สิ!”
แต่ชิงหยางกลับยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไร
เปียนเหลียงกับควางเจียต่างก็ขมวดคิ้วมองไปที่หน้าจอ
…
อีกด้านฉู่ลั่วพูดกับพี่ชายสุกปานกลางว่า “ไม่ใช่ผีสิงค่ะ”
“แล้วคืออะไรครับ?”
เธอเอ่ยถาม “คุณอยากรู้เหรอคะ?”
พี่ชายสุกปานกลางพยักหน้าอย่างแรง “อยากรู้แน่นอนครับ คุณย่าของผมป่วยด้วย คุณหมอบอกว่าอาการหนักมาก และเพิ่งเป็นช่วงนี้นี่เองครับ ไม่แน่อาจจะเพราะเรื่องนี้”
“คุณย่าไม่อยากนอนโรงพยาบาล อยากจะกลับมาที่บ้านเกิด”
“ผมกับพ่อแม่ของผมเลยกลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า ใครจะคิดว่ากลับมาบ้านเกิดได้สองวัน ดอกไม้ที่อยู่ในลานบ้านข้างนอกก็บานแล้ว”
เขาพูดไปพลางมองบ้านของตนด้วยความกังวลไปพลาง “พ่อแม่ของผมก็คิดว่าแปลก เลยเกลี้ยกล่อมให้คุณย่าไปจากที่นี่ แต่คิดไม่ถึงเลยครับว่าคุณย่าจะไม่ยอมฟัง”
“คุณย่าไม่อยากไป”
“พ่อแม่ผมกลัวว่าในบ้านจะมีสิ่งดำมืดอยู่จริง ๆ พวกเขาเลยอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณย่า แล้วให้ผมกลับไป”
“ผมจะทิ้งให้พวกเขาอยู่ที่นี่ แล้วกลับไปคนเดียวได้ยังไงครับ”
เขาทั้งร้อนใจ ทั้งจนปัญญา ทั้งหวาดกลัว “คุณเจ้าของช่อง ไม่ใช่ผีสิงจริง ๆ เหรอครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“ถ้า… ถ้าอย่างนั้นสาเหตุคืออะไรครับ? เพราะใต้ดินมีความร้อนสูง หรือเพราะสภาพอากาศแปรปรวน…”
เธอกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ใช่สักอย่างค่ะ”
เจ้าของแอ็กเคานต์พี่ชายสุกปานสงสัย
ไม่ใช่ผีสิง…
และไม่ใช่ปัญหาสภาพอากาศ…
“คุณอยากรู้ไหมคะ?”
“อยากครับ!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หลังจากคุณกลับไป ก็จะรู้เองค่ะ”
พี่ชายสุกปานกลางไม่เข้าใจ เขาค่อย ๆ เดินกลับไปที่ลานบ้าน ใต้ดอกไห่ถังที่บานสะพรั่ง หญิงชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้โยกที่โงนเงนไปมาเบา ๆ บนใบหน้าแย้มยิ้มอ่อนโยน
เมื่อได้ยินเสียง เธอก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา “เสี่ยวเหว่ย กลับมาแล้วเหรอ”
พี่ชายสุกปานกลางตอบรับ เขาเดินเข้าไปถามไถ่ “คุณย่าครับ วันนี้เป็นอะไรไปครับ? ร่างกายมีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?”
“ไม่มี ย่าสบายดี”
“แล้วทานยาหรือยังครับ? หมอบอกแล้ว คุณย่าต้องทานยาให้ตรงเวลา”
ไม่ต้องรอให้หญิงชราพูดอะไร ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กไม่คุ้นหูดังขึ้น “ไม่ต้องทานยา”
“!?” พี่ชายสุกปานกลางตกใจ เขารีบหันไปมองรอบ ๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย
ชายหนุ่มรีบยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พูดจากตะกุกตะกักว่า “คุณเจ้าของช่อง คุณเจ้าของช่อง… คุณได้ยินไหมครับ? เสียงนั่น… ผมไม่ได้หูแว่วใช่ไหม!?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ได้ยินแล้วค่ะ”
[ฉันก็ได้ยิน ตกใจหมดเลย]
[แกล้งใช่ไหม? ไม่แน่ว่าอาจจะมีเด็กแอบอยู่หลังกำแพง]
[ต้องมีแน่นอน!]
[แม่เจ้า! ฉันหลอนจนฉี่เกือบราดแล้ว]
พี่ชายสุกปากลางถามด้วยความกังวล “คุณเจ้าของช่อง ไม่ใช่ผีสิงจริง ๆ เหรอครับ?”
คุณย่าถามเสียงเรียบเรื่อย “ผีสิงอะไร? เจ้าของช่องอะไร?”
“โอ๊ะ เหมือนเขาจะได้ยินเสียงของฉันแล้ว”
เสียงเด็กดังออกมาอีกครั้ง
แม้พี่ชายสุกปานกลางจะกลัวมาก แต่ก็ยังเข้ามาขวางข้างหน้าคุณย่าไว้ “แกคิดจะทำอะไร? ฉันจะบอกแกให้นะ ฉัน… ฉันกำลังไลฟ์สตรีมอยู่กับปรมาจารย์ที่เก่งมากคนหนึ่ง ระวังเธอจะจัดการแก!”
“ฮึ! ฉันไม่กลัวหรอก!”
เสียงนั้นราวกับดังอยู่ข้างหูพี่ชายสุกปานกลาง เขาส่ายศีรษะอย่างแรง พลางส่งเสียงร้องออกมา
“ถังถัง หลานชายเธอเป็นตาทึ่มจริง ๆ”
คุณย่าหัวเราะ “เสี่ยวเหว่ยมองไม่เห็นเธอ ก็เลยกลัวน่ะ”
“หึ! ฉันไม่ชอบเขา! เขาไม่ฉลาดเหมือนถังถังเลยสักนิด”
คุณย่าหัวเราะออกมาอีกครั้ง
พี่ชายสุกปานกลางมองคุณย่าของตัวเองด้วยความหวาดกลัว น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณย่า …กำลังคุยกับใครครับ?”
ไม่รอให้หญิงชราพูดอะไร ฉู่ลั่วก็ท่องคาถา ไม่นานก็เกิดแสงสีทองขึ้นบนหน้าจอ
ข้างเก้าอี้โยกมีเด็กผู้หญิงอายุประมาณเจ็ดแปดขวบนอนอยู่ เธอสวมชุดโบราณสีแดง บนมวยผมเล็ก ๆ สองข้างมีดอกไห่ถังประดับอยู่
เธอเอียงคอเล็กน้อย พร้อมกับยิ้มตาหยีให้พี่ชายสุกปานกลาง
พี่ชายสุกปานกลางหน้าถอดสี “…ให้ตาย! นี่มันอะไรกันเนี่ย!”