เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 369 เจ้านิกายฉู่ลั่ว
บทที่ 369 เจ้านิกายฉู่ลั่ว
ผู้นำเหล่าทัพไม่ได้สนใจที่มาของพลังวิญญาณนัก “เธอไม่ได้ใช้พลังเหล่านี้ไปทำร้ายใคร ไม่ได้เอาไปทำลายผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว”
หลายคนที่จู่ ๆ ก็ได้รับพลัง ก็คิดเพียงแค่จะทำยังไงเพื่อประโยชน์สุขของตัวเอง จะทำยังไงถึงจะเพิ่มสถานะของตัวเองได้
แต่ฉู่ลั่วไม่เป็นแบบนั้น
เธอแค่เปิดไลฟ์ แก้ไขปัญหาที่ลัทธิเต๋ามองว่ามันเล็กน้อยจนไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงไปทีละอย่าง
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เธอไม่ต่อต้านการร่วมมือกับรัฐบาลเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเป็นฝ่ายเข้ามาให้ความร่วมมืออีกด้วย
เรื่องราวที่ป่าไผ่เมื่อครู่ ฉู่ลั่วก็เป็นฝ่ายที่ติดต่อซู่เซี่ยงหยางมาก่อน
สิ่งนี้มันอยู่นอกเหนือจากการคาดการณ์ของพวกเขา
ทางฝ่ายลัทธิเต๋าคิดมาตลอด ว่าเรื่องแบบนี้ควรจะเป็นหน้าที่ของทางคนในจัดการกันเอง ทางรัฐบาลไม่ควรเข้ามาแทรกแซง
แต่ฉู่ลั่วกลับเป็นฝ่ายที่ติดต่อรัฐบาล
ผู้นำเหล่าทัพปิดข้อมูลกองใหญ่นั้นไป “ถ้าให้คุณฉู่ลั่วเป็นเจ้านิกาย ตัวแทนของลัทธิเต๋าในการรับผิดชอบองค์กรศักดิ์สิทธิ์ ฉันคิดว่าเธอทำได้”
“ฉันก็คิดว่าทำได้”
“ได้”
ซู่เซี่ยงหยางถอนหายใจโล่งอก “ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางลัทธิเต๋าจะคิดเห็นยังไง”
…
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฉู่ลั่วได้รับคำเชิญให้ร่วมงานกันจากซู่เซี่ยงหยางกับชิงหยาง ให้เข้าร่วมการประชุมสำคัญ
ฉู่ลั่วมองคนที่แยกกันนั่งสองฝั่งแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอมองผู้บัญชาการซู่กับนักพรตชิงหยาง
ซู่เซี่ยงหยางยิ้ม “นี่เป็นการตัดสินใจโดยเห็นพ้องต้องกันของพวกเรา”
ชิงหยางเอ่ย “สหายน้อยฉู่ นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด หวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธนะ”
ฉู่ลั่วรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่กำลังพลุ่งพล่าน เธอกวาดสายตามองทุกคนในลัทธิเต๋าที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วหันไปหาผู้คนสวมเครื่องแบบทหารทั้งหมดที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
ตั้งแต่จบไลฟ์ไปครั้งที่แล้ว พลังวิญญาณในร่างกายของเธอก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย
แรงศรัทธาที่มาจากคนของลัทธเต๋า กับแรงศรัทธาที่มาจากกองทัพ
การยอมรับเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณมาเติมเต็มร่างกายของเธอ
ฉู่ลั่วตอบรับ “ฉันตกลงค่ะ”
นักพรตชิงหยางผ่อนลมหายใจหนัก ๆ ออกมา รอยย่นที่หว่างคิ้วก็คลายไปเยอะ
เขารับกล่องผ้าที่เฉินหย่งผู้เป็นศิษย์ส่งมาให้ทันทีก่อนจะเปิดออก พลันหยิบป้ายทองสำริดออกมาหนึ่งป้าย อักขระด้านบนสลับซับซ้อนมาก ด้านหน้าเขียนว่านิกาย ด้านหลังเขียนว่าเต๋า
ชิงหยางส่งป้ายนั้นให้ฉู่ลั่ว “นี่คือป้ายประจำตัวเจ้านิกาย ตั้งแต่ที่ได้มีการก่อตั้งลัทธิเต๋าขึ้นมา ป้ายเจ้านิกายก็ถูกส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น มีประวัติศาสตร์มาสองพันกว่าปี”
“ถ้ามีป้ายนี้ ขอเพียงเป็นคนในลัทธิเต๋าก็จะเชื่อฟังคำสั่ง”
แน่นอนว่าป้ายนี้ไม่ได้มีอานุภาพเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เป็นเพียงแค่เครื่องหมายระบุตัวตนเท่านั้น
ฉู่ลั่วรับป้ายมา
คนในลัทธิเต๋าทุกคนลุกขึ้น ประสานมือทำความเคารพและส่งเสียงกึกก้อง “ทำความเคารพ ท่านเจ้านิกาย!”
ฉู่ลั่วรับตำแหน่งเจ้านิกาย ผู้นำแห่งฝ่ายลัทธิเต๋าอย่างเป็นทางการ โดยเรื่องเกี่ยวกับรัฐบาลได้มีผู้บัญชาการซู่เข้ามาเป็นธุระต่อให้
ซู่เซี่ยงหยางนำฉู่ลั่วกล่าวสาบานการจัดตั้งหน่วยงานใหม่หน้าธงแดง จากนั้นก็หยิบตราสัญลักษณ์พิเศษออกมา “ต่อไปสิ่งนี้จะเป็นตราสัญลักษณ์ขององค์กร”
ฉู่ลั่วรับมาติดหน้าอก
ก่อนซู่เซี่ยงหยางพาเธอไปแนะนำกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแต่ละคน
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้ว ซู่เซี่ยงหยางถามหญิงสาว “ ในเมื่อจัดตั้งองค์กรแล้ว งั้นเราควรหารือเกี่ยวกับกฎระเบียบกันไหม”
“เริ่มจากส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย”
ทุกคนในลัทธิเต๋านั่งหลังตรงทันที นี่ก็เป็นจุดที่พวกเขาให้ความสนใจเช่นกัน
เพราะว่าลัทธิเต๋ามีสิ่งที่ต่างจากคนทั่วไป แน่นอนว่าต้องมีกฎพิเศษเพิ่มขึ้นมาเยอะมาก
เจ้าหน้าที่ทางกฎหมายจากรัฐบาลก็มีรอยยิ้มปรากฏเช่นกัน
คนในลัทธิเต๋าก็เป็นพลเมืองของชาติ ต้องเคารพกฎหมายที่คนในประเทศเคารพ
ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษทั้งนั้น!
บนใบหน้าของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีรอยยิ้ม แต่ความเป็นปฏิปักษ์ในดวงตาไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
บรรยากาศตึงเครียดอัดแน่นอบยู่เต็มต้องประชุม
…
เจ็ดวันผ่านไป
ทุกคนในลัทธิเต๋าที่ออกมาจากองค์กรต่างก็วิงเวียนไปหมด ในมือถือหนังสือหนึ่งเล่มชื่อ ‘กฎระเบียบองค์กรศักดิ์สิทธิ์เก้าสิบเก้าข้อ’
เดิมทีมีอยู่หนึ่งร้อยกว่าข้อ แต่คนจากลัทธิเต๋าอ่อนไหวกับตัวเลข รู้สึกว่าเลข 99 มงคลมากกว่า จึงปรับปรุงเป็นเก้าสิบเก้าข้อ
นักพรตชิงหยางดูหนังสือในมือก่อนเงยหน้าหาพระอาทิตย์ที่สาดแสงเรืองรอง รำพึงในใจ ‘ท่านอาจารย์ ลัทธิเต๋าได้รับการปกป้องแล้ว
ตรงข้ามกับสีหน้าของคนในลัทธิเต๋าคนอื่น ๆ ที่ดูไม่สู้ดีนัก
“เงื่อนไขพวกนี้ ต้องทำตามทั้งหมดเลยเหรอ?”
“แล้วมันต่างอะไรกับเมื่อก่อนล่ะ?”
“แม้ว่าพวกเราจะทำตามนี้ได้ แต่คนอื่น ๆ จะตกลงเหรอ?”
พวกเขาพูดกันไปพลางมองไปทางฉู่ลั่วที่อยู่ด้านหลังสุด
เจ้านิกายกำลังคุยกับผู้บัญชาการซู่เซี่ยงหยางอยู่
กระทั่งฉู่ลั่วออกมา ทุกคนก็ดันเปียนเหลียงกับชิงหยางออกไปเป็นตัวแทน
เปียนเหลียงกระแอม ก่อนจะเอ่ย “ท่านเจ้านิกาย คืออย่างนี้ครับ พวกเราทุกคนรู้สึกว่ากฎเหล่านี้มันค่อนข้างเข้มงวดเกินไปหน่อย”
“ถ้าจะให้คนในลัทธิเต๋าเคารพตามทั้งหมดนี้ เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “เรื่องนั้นฉันคุยกับทางรัฐบาลแล้ว พวกเขาดูท่าจะเข้าใจ บอกว่ากฎบางข้อก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่จำเป็นต้องดูศักยภาพและความน่าเชื่อถือของทางลัทธิเต๋าด้วยค่ะ”
เปียนเหลียงเลิกคิ้ว “ศักยภาพและความน่าเชื่อถือ?”