เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 372 สิ่งชั่วร้ายทั้งนั้น
บทที่ 372 สิ่งชั่วร้ายทั้งนั้น
ฉู่ลั่วเลื่อนสายตาเย็นชาไปหาซ่งเชียนหย่ากับฉู่หร่าน
ฉู่หร่านทำสีหน้าอ่อนโยนพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลั่วลั่ว หรือว่าเธอไม่รู้ตัวเหรอ? ตั้งแต่ที่เธอสัมผัสกับของพวกนี้ได้ เธอก็แปลกไปมากนะ”
“อีกอย่างคือเธอไม่ยอมอยู่บ้านด้วย”
“นี่มันไม่เหมือนกับเธอก่อนหน้านี้เลย”
สาวน้อยปิดปากหัวเราะเบา ๆ “ถ้าไม่ใช่ว่าตามนักพรตมา แล้วท่านบอกว่าวิญญาณของเธอไม่มีปัญหาอะไร ฉันก็สงสัยว่าวิญญาณในร่างกายเธอเปลี่ยนเป็นคนละคนไปแล้ว”
ฉู่ลั่วไม่ฟังที่หล่อนพล่ามมาเลยสักคำ เพียงถามอย่างเย็นชา “พวกเฉิงยวนอยู่ไหน?”
ซ่งเชียนหย่าขมวดคิ้ว “ลั่วลั่ว ทำไมลูกพูดกับหร่านหร่านแบบนี้ล่ะ! หร่านหร่านทำเพื่อลูกนะ”
“เธอใช้เส้นสายของตระกูลหลินไปเชิญนักพรตที่เก่งมากมาเพื่อลูก ถ้าไม่ทำแบบนี้ ลูกก็ไม่มีทางกลับมาอย่างปลอดภัยได้หรอก”
ฉู่ลั่วย้ำคำเดิม “ฉันถามว่าพวกเฉิงยวนอยู่ที่ไหน?”
ซ่งเชียนหย่าเข้าไปจับมือเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ลั่วลั่ว แม่รู้ว่าก่อนหน้านี้แม่ทำไม่ถูก แต่เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะทะเลาะกันไปถึงเมื่อไหร่”
“ที่ก่อนหน้านี้ แม่ทำแบบนั้นลงไปก็เพราะว่าอยากให้ลูกกับหร่านหร่านเข้ากันได้ดี”
“อีกอย่างคือนิสัยลูกก็ค่อนข้างมีปัญหาด้วย แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วนะ”
คุณแม่ดูมีความสุขมาก ๆ “ขอเพียงข้างกายลูกไม่มีสิ่งชั่วร้ายพวกนั้น นิสัยของลูกก็จะดีขึ้น”
“ท่านนักพรตบอกว่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นส่งผลต่อนิสัยและโชคชะตามากเลย”
“ขอแค่อยู่ห่างจากพวกมัน ครอบครัวของเราก็สามารถอยู่ด้วยกันได้”
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วอย่างคาดหวัง
เธอคิดจริง ๆ ว่าที่ฉู่ลั่วไม่ยอมกลับคฤหาสน์ตระกูลฉู่ และไม่มีการติดต่อกับตระกูลฉู่เป็นเพราะสิ่งสกปรกเหล่านั้น
ขอเพียงไม่มีสิ่งของเหล่านั้น ฉู่ลั่วก็จะกลับไปเป็นคุณหนูในคฤหาสน์ตระกูลฉู่เหมือนเดิม
เธอจะเชื่อฟังและต้องการความรักความเอาใจใส่จากพ่อแม่
ไม่ใช่ตอนนี้ที่ตีตัวออกห่างจากตระกูลฉู่
ฉู่ลั่วเห็นว่าถามไปก็ไม่ได้คำตอบ จึงกระตุกพลังวิญญาณที่ปลายนิ้ว เธอแอบคำนวณอยู่ในใจครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดกับหัวหว่านว่า “ออกรถ”
หัวหว่านพยักหน้าแล้วไปเอารถทันที
ซ่งเชียนหย่าคว้าตัวฉู่ลั่วที่กำลังจะไปเอาไว้ แล้วถามอย่างมึนงง “ลั่วลั่ว ลูกจะไปไหน?”
ฉู่ลั่วตอบ “ไปช่วยคนค่ะ”
“พวกนั้นไม่ใช่คน เป็นสิ่งชั่วร้ายทั้งนั้น!”
ฉู่ลั่วกล่าวเสียงเรียบ “สำหรับหนู สิ่งมีชีวิตทุกอย่างเท่าเทียมกันค่ะ จะเป็นหรือตาย ขอเพียงไม่ก่อความเดือดร้อนก็ไม่ต่างจากคน”
ซ่งเชียนหย่าจับแขนลูกสาวแท้ ๆ ไว้แน่น “แต่ท่านนักพรตบอกว่าพวกเธอจะทำร้ายลูกนะ พวกเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้เราแม่ลูกต้องแยกจากกัน เป็นเพราะพวกเธอทั้งนั้นที่ทำให้ลูกเกลียดแม่ ทำให้เกลียดตระกูลฉู่ ทำให้ลูกไม่ยอมกลับบ้าน”
พูดไป ดวงตาของแม่ก็เริ่มเปียกชื้นขึ้นมา
ฉู่ลั่วเป็นลูกสาวแท้ ๆ แต่ความสัมพันธ์กลับกลายเป็นแบบนี้ คนเป็นแม่ย่อมเป็นทุกข์มากอยู่แล้ว
ฉู่ลั่วมองซ่งเชียนหย่าที่กำลังจะร้องไห้ แล้วค่อย ๆ ออกแรงดึงมือตัวเองออก “หนูไม่ได้เกลียดแม่ แล้วก็ไม่ได้เกลียดตระกูลฉู่ค่ะ”
“งั้นทำไมลูกถึงไม่กลับบ้านล่ะ”
ฉู่ลั่วหรี่ตามองไปทางฉู่หร่าน
ซ่งเชียนหย่าเองก็เหลือบมองตาม แล้วเอาตัวไปบังอยู่ตรงหน้าฉู่หร่านโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงทั้งกังวลทั้งไม่เข้าใจ “หร่านหร่านกับลูกเป็นพี่น้องกันนะ ทำไมลูกถึงอยากจะไล่หร่านหร่านไปอยู่เรื่อยล่ะ?”
ฉู่ลั่วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ค่ะ ถ้าตระกูลฉู่มีหนูก็ไม่มีเธอ ถ้ามีเธอก็ไม่มีหนู”
ซ่งเชียนหย่ามองลูกสาวตัวจริงอย่างตกใจ เธออ้าปากค้างพูดไม่ออก แต่มืออีกข้างเอื้อมไปจับมือฉู่หร่านไว้แน่น
ฉู่ลั่วหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก ขึ้นรถ แล้วนำทางหัวหว่านมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
ซ่งเชียนหย่าตะลึงอยู่ที่เดิม
“แม่คะ เรารีบตามไปกันเถอะค่ะ! กันไม่ให้ลั่วลั่วไปทำอะไรให้ท่านนักพรตขุ่นเคืองแล้วปล่อยสิ่งชั่วร้ายออกมาทำร้ายลั่วลั่ว”
ซ่งเชียนหย่ามองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ “หร่านหร่าน เมื่อกี้ลั่วลั่วเพิ่งจะพูดประโยคนั้นออกมา ลูกไม่โกรธเหรอ? ลูกยังยินดีที่จะปกป้องเธอเหรอ?”
ฉู่หร่านระบายยิ้มอย่างจนใจ “แม่คะ ถึงลั่วลั่วจะไม่ได้เห็นหนูเป็นพี่น้อง แต่ในใจของหนูมองว่าเธอเป็นพี่น้องจริง ๆ ค่ะ”
“ในฐานะพี่สาว จะโกรธน้องสาวได้ยังไงล่ะคะ?”
“ถ้า…”
“ถ้าเธอไม่ยอมกลับบ้านฉู่เพราะหนูจริง ๆ งั้นหนูไปก็ได้ค่ะ”
“ขอแค่ให้แม่มีความสุข ขอแค่ให้คนในตระกูลฉู่ได้อยู่ด้วยกัน”