เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 387 แววตาที่ไม่เคยเห็น
บทที่ 387 แววตาที่ไม่เคยเห็น
ฉู่เหิงถอยหายใจออกมาเบา ๆ เขานั่งลงบนเก้าอี้ ถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “แม่ครับ แม่เป็นคนติดต่อไปหาฝ่ายขายของแต่ละที่ใช่ไหม”
ซ่งเชียนหย่าหลุบสายตาลง “แม่ไม่รู้ว่าลูกกำลังพูดอะไร”
“แม่ติดต่อไปที่ฝ่ายขายหลายแห่ง ไม่ให้พวกเขาขายบ้านให้ลั่วลั่ว ใช่ไหม?”
ซ่งเชียนหย่าโกรธจนวางกำไลข้อมือลง เธอมองฉู่เหิงด้วยท่าทางดื้อรั้น “แม่เอง ทำไมล่ะ? ลูกรู้ไหมว่าเธอเลี้ยงอะไรเอาไว้ในบ้านหลังนั้น?”
“ปรมาจารย์ทุกคนบอกว่า ของพวกนั้นทำร้ายเธอ ทำร้ายตระกูลฉู่ของเรา!”
“ลูกไม่สังเกตเหรอ ตั้งแต่ลั่วลั่วเริ่มไลฟ์สตรีมเกี่ยวกับการทำนายโชคชะตาอะไรนั่น ตระกูลฉู่ของเราก็ไม่สงบอีกเลย?”
“อาเหิง แม่หวังดีกับเธอนะ และหวังดีกับตระกูลฉู่ด้วย”
ตอนแรกฉู่เหิงคิดว่าตัวเองจะโกรธและเดือดมาก
แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจนปัญญาของซ่งเชียนหย่า เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา
ชายหนุ่มยื่นมือไปจับมือของซ่งเชียนหย่ามากุมไว้ “แม่ครับ ลั่วลั่วเป็นลูกสาวของแม่ แม่ยังจำได้ใช่ไหม?”
“แม่จำได้อยู่แล้ว”
“เมื่อก่อนแม่เคยบอกว่า ขอแค่ลั่วลั่วกลับมา แม่จะชดใช้ให้เธอ ยังจำได้ไหมครับ?”
ซ่งเชียนหย่าพยักหน้า
“แล้วตอนนี้แม่ชดเชยให้เธอหรือยังครับ? บ้านตระกูลฉู่เธอก็อยู่ไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่บ้านหลังที่อยู่ข้างนอกก็อยู่ไม่ได้อีก แม่กำลังทำให้เธอไม่มีที่อยู่ในเมืองเจียงนะครับ แม่รู้หรือเปล่า?”
“แม่รู้ไหมว่าตอนนี้คนข้างนอกพูดถึงลั่วลั่วยังไงบ้าง?”
ซ่งเชียนหย่ากะพริบตาปริบ ในใจเกิดความรู้สึกกดดันขึ้นมา พลางขมวดคิ้ว “แม่หวังดีกับลั่วลั่ว แค่อยากให้ลั่วลั่วกลับบ้านเท่านั้นเอง”
เธอพูดเสียงเบามาก
ฉู่เหิงยังอยากกล่าวต่อ แต่ก็เห็นฉู่หร่านหย่อนก้นนั่งลงข้างซ่งเชียนหย่า และยื่นมือมากอดแขนแม่ไว้พร้อมเอนศีรษะพิงไหล่เธอ “แม่คะ แม่อย่าเสียใจไปเลย ลั่วลั่วเป็นเด็กดี เธอต้องเข้าใจแม่แน่นอนค่ะ”
ท่าทางที่เคยอ่อนโยนของฉู่เหิงกลายเป็นเย็นชาทันที
กลับกัน ตอนนี้สีหน้าผิดหวังของซ่งเชียนหย่าสดใสขึ้นมา เธอลูบแขนฉู่หร่านเบา ๆ พลางพูดพร้อมถอนหายใจ “ฉู่หร่านยังเป็นเด็กดีเสมอ ถ้าลั่วลั่วเป็นเหมือนลูกก็คงจะดี”
ฉู่หร่านยิ้มออดอ้อน “ทุกคนต่างก็มีความพิเศษของตัวเองค่ะ ลั่วลั่วก็เหมือนกัน เธอไม่ต้องเป็นเหมือนหนูก็ได้ แม่คะ ต่อไปแม่อย่าพูดแบบนี้อีกนะคะ ถ้าแม่พูดแบบนี้ ลั่วลั่วจะเสียใจมากค่ะ”
ภาพความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาวที่ดีแบบนี้ ทำให้สีหน้าของฉู่เหิงย่ำแย่ลง
เขามองฉู่หร่านด้วยสายตาเย็นชา แต่น้องสาวตัวปลอมกลับยิ้มหวานให้ ราวกับว่าไม่เห็นสีหน้าของฉู่เหิง
อีกทั้งในดวงตาของเธอยังมีแววเยาะเย้ยอยู่หลายส่วน
ฉู่เหิง “…”
ฉู่หร่านในตอนนี้ไม่คิดจะเสแสร้งต่อหน้าเขาอีกต่อไปแล้ว
แววตาชายหนุ่มเย็นชายิ่งกว่าเดิม
“คุณชายใหญ่ คุณผู้หญิง นายท่าน คุณนายและคุณหนูตระกูลเฉิงมาครับ บอกว่าจะมาขอบคุณคุณหนูของพวกเรา”
ซ่งเชียนหย่าชะงักไป พลางมองฉู่หร่านอย่างไม่เข้าใจ
ฉู่หร่านเองก็ชะงัก วินาทีต่อมาเธอถึงได้ลุกขึ้น ดึงกระโปรงตัวเองเล็กน้อย แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “หนูก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรค่ะ แม่คะ แม่ไม่ใช่ไม่รู้จักหนูสักหน่อย ทุกครั้งที่หนูทำเรื่องดี ๆ หนูไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลย”
ซ่งเชียนหย่าพยักหน้าทันที “ก็จริง ลูกเป็นคนแบบนี้ ตั้งแต่เล็กจนโตมีตั้งกี่คนที่มาขอบคุณลูกถึงที่บ้าน”
ฉู่หร่านปิดปากหัวเราะ เธอยืนขึ้น เตรียมจะเดินออกไปหน้าบ้าน แต่ก็ไม่ลืมถามขึ้นว่า “พี่ใหญ่ ไม่ไปรับแขกด้วยกันเหรอคะ?”
ฉู่เหิงลุกขึ้นมา
แล้วฉู่หร่านก็เดินเข้าไปกอดแขนเขาอย่างสนิทสนม ก่อนจะพูดกระซิบว่า “พี่ใหญ่ พี่เหมือนจะเย็นชากับหนูมากกว่าเมื่อก่อนนะคะ เพราะอะไรเหรอ? เพราะฉู่ลั่วใช่ไหม?”
เธอพูดพลางเอียงคอมองเขา
ฉู่เหิงสบสายตาน้องสาวตัวปลอมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ภาพตรงหน้าก็ยังเหมือนกับฉู่หร่าน น้องสาวในความทรงจำเขาชัด ๆ รอยยิ้มก็หวานเหมือนกัน แต่เพราะอะไร…?
เมื่อก่อนเขาไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่าแววตาของน้องสาวคนนี้เย็นชา ทั้งยังมีความอวดดีและยั่วยุอีกด้วย
ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงคิดว่าฉู่หร่านที่เติบโตมาด้วยความรักความเอาใจใส่ของตระกูลฉู่ จะถูกคนรังแกได้นะ?
ฉู่หร่านที่มีการสนับสนุนจากตระกูลฉู่ มีพี่ชายอย่างพวกเขาหนุนหลัง จะถูกคนรังแกได้อย่างไร?
ตอนนี้ฉู่หร่านไม่สนท่าทางแฝงความนัยที่ฉู่เหิงแสดงออกมาสักนิด เธอกอดแขนพี่ชายใหญ่พลางเดินออกไป