เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 403 ปรมาจารย์สายตรง
บทที่ 403 ปรมาจารย์สายตรง
ฉู่ลั่วนั่งเก้าอี้หวายที่อยู่ด้านข้าง กระทั่งพวกเขาทักทายเสร็จถึงจะพยักหน้าให้กับฉู่จิงและฉู่หร่าน นับได้ว่าเป็นการทักทายแล้ว
ฉู่จิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เป็นเพราะว่ากำลังไลฟ์สด การแสดงท่าทีโกรธเคืองคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร
เขาห้ามปรามฉู่หร่านที่กำลังจะเข้าไปทักทายฉู่ลั่วและส่ายศีรษะเล็กน้อย “ไปนั่งก่อนเถอะ!”
ทางด้านรายการวางเก้าอี้หกตัวไว้ด้านหน้าและยังมีเก้าอี้สองตัววางอยู่ด้านหลัง ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งภายในนั้น
หลังจากฉู่หร่านนั่งลง หล่อนพูดคุยกับหางเจียซิ่นและกู้เฉาอวี่ด้วยท่าทีมีความสุข ทันใดนั้นเธอก็หันไปมองฉู่ลั่วพร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน “ลั่วลั่ว ทำไมเธอไม่พูดอะไรเลยล่ะ? เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ครั้งแรกก็เลยตื่นเต้นใช่ไหม เธอไม่ต้องตื่นเต้นนะ มีฉันกับพี่ชายอยู่ด้วย”
เธอขยิบตาให้กับฉู่จิง ฉู่จิงพลันส่งเสียงตอบรับหนึ่งเสียงอย่างไม่แยแส
กู้เฉาอวี่กะพริบตาพร้อมกับเอ่ยถาม “พวกคุณรู้จักกันเหรอ?”
ฉู่หร่านพยักหน้าด้วยท่าทางร่าเริง “ใช่ค่ะ! พี่กู้คงยังไม่รู้สินะ! ฉัน ลั่วลั่ว และพี่รอง ทุกคนเป็นญาติกันค่ะ”
เธอพูดอย่างไม่แยแส “พี่กู้คงไม่ได้ติดตามเรื่องราวบนโลกอินเทอร์เน็ตเลยสินะคะ ฉันกับลั่วลั่วเป็นเด็กที่ถูกสลับตัวกันค่ะ ลั่วลั่วถูกตระกูลฉู่ตามหาและพาตัวกลับมา ตอนนี้พวกเราเป็นพี่น้องกันค่ะ เป็นลูกสาวของตระกูลฉู่”
เมื่อเทียบกับการกระทำเปิดเผยของฉู่หร่าน ท่าทีเย็นชาห่างเหินของฉู่ลั่วนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าค่อนข้างโหดร้าย
[หร่านหร่านเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยจริง ๆ แม้จะรู้เรื่องราวชีวิตของตนเอง หล่อนก็ไม่ได้รู้สึกเสียอกเสียใจ ตรงกันข้ามกับฉู่ลั่ว เธอกำลังแสดงสีหน้าอะไรน่ะ? อีกอย่างความสัมพันธ์เครือญาติบนโลกใบนี้ไม่ได้นับกันทางสายเลือด แต่นับกันทางความรู้สึก]
[ก็ใช่ เธอแสดงสีหน้าเย็นชาตั้งแต่เข้ามาแล้ว คนที่ไม่รู้ก็คงคิดว่าเธอติดหนี้อยู่มากมายเท่าไร?]
[เดิมทีเป็นแฟนคลับของเธอ ตอนนี้ฉันไม่ชอบเธอแล้ว]
[เน็ตไอดอลก็คือเน็ตไอดอล จะวิ่งแจ้นเข้ามาวงการบันเทิงทำไม!]
[น้องสาวของเจ้าชายฉู่จิงที่พวกเรารู้จักนั้นมีเพียงแค่ฉู่หร่านคนเดียวเท่านั้น ฉู่ลั่วนั่นคือใคร! ไม่เหมาะสมที่จะเป็นน้องสาวของเจ้าชายฉู่จิงของพวกเราเลย]
[คุณดูเธอสิ เป็นคนแรกที่มาถึง แต่ไม่เข้าร่วมกลุ่มเลยแม้แต่น้อย หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วไอดอลของฉันจะไม่เข้าร่วมกลุ่มกับเธอนะ]
แฟนคลับของฉู่ลั่วนั้นก็มีไม่น้อย พวกเขาต้องการแก้ชื่อเสียงให้กับฉู่ลั่ว ความคิดเห็นทั้งหมดกลับจมอยู่ภายใต้ความคิดเห็นของแฟนคลับฉู่จิงและฉู่หร่าน พวกเขาทำได้เพียงมองดูความคิดเห็นต่อต้านฉู่ลั่วที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น
ผ่านไปชั่วขณะ ศิลปินสองคนสุดท้ายก็มาถึง
คนหนึ่งคือเหยียนอันอี้พิธีกรชายชื่อดังภายในแวดวง อีกคนหนึ่งคือเย่อวิ๋นชูดาราสาวยอดนิยม
ทั้งสองคนต่างก็เอ่ยทักทายทุกคนและนั่งลงบนเก้าอี้
ฉู่หร่านกวาดสายตามองโดยรอบและเอ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย “ผู้กำกับคะ ไม่ใช่ว่าคุณบอกว่ามีแขกรับเชิญหกคนหรอกเหรอคะ? ตอนนี้กลับมีเจ็ดคนเลยนะคะ?”
ฉู่ลั่วนั่งอยู่ด้านหลังเพียงลำพัง ราวกับว่าถูกปิดกั้นจากฝูงชน
อยู่อย่างโดดเดี่ยว ดูน่าสงสารและน่าเศร้า
บนโลกออนไลน์ปรากฏความเห็นเย้ยหยันอีกครั้งหนึ่ง
เฉียวโจวพูดด้วยรอยยิ้ม “แขกรับเชิญหกคนนั้นถูกต้องแล้ว แต่เพื่อรับรองความปลอดภัยของทุกคน ผมได้เชิญยอดฝีมือสองคนมาปกป้องทุกคนตลอดการดำเนินรายการ”
ขณะกล่าว มีรถคันหนึ่งจอดบริเวณประตูทางเข้าลานกว้าง เฉียวโจวยืนขึ้นแล้วเอ่ย “ยอดฝีมืออีกคนหนึ่งมาถึงแล้ว”
ประตูรถสีดำเปิดออก พร้อมชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งเดินลงมาท่ามกลางสายตาของผู้คน
ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว เขายังสวมชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างดี เข้าคู่กับรองเท้าหนังมันวาว ผมหวีอย่างเรียบร้อยไม่มียุ่งเลยสักเส้น
ทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายเย็นชา
ราวกับจะบอกให้รู้ว่า เขาไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป อย่าเข้ามาใกล้เขา
ฉู่หร่านร้องเสียงตกใจ “ปรมาจารย์จี้ไจ่”
[จี้ไจ่ล่ะ!]
[เป็นจี้ไจ่จริง ๆ ด้วย!]
[ว้าว! ทีมงานของรายการสุดยอดเกินไปแล้ว! เชิญจี้ไจ่มาได้ด้วย! นี่สิปรมาจารย์ตัวจริง]
[เก่งมากเลยเหรอ?]
[เธอไม่รู้จักเหรอ? ถ้าเทียบลัทธิเต๋าเป็นโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง จี้ไจ่คือนักเรียนผลการเรียนดีเด่นสุดอัจฉริยะของที่นั่น เขาถูกจัดให้อยู่อันดับต้น ๆ ในประเทศเลยล่ะ]
[ได้ยินว่าตระกูลจี้มีชื่อเสียงมากในลัทธิเต๋า เป็นตระกูลใหญ่ที่สืบทอดต่อมาหลายร้อยปี ฉันเคยเห็นว่าในโลกออนไลน์มีคนที่สนใจเกี่ยวกับลัทธิเต๋ามาก ๆ เขาเคยวิเคราะห์ตระกูลจี้ วิเคราะห์จี้ไจ่ และบอกว่าจี้ไจ่นั้นเป็นคนที่มหัศจรรย์มาก]
[การทำนายของเทพธิดาของพวกเราก็ไม่ได้แย่นะ!]
[ก็แค่หมอดูคนหนึ่ง ต่อให้เก่งแค่ไหนแต่จะเก่งได้เท่าคนที่มาจากลัทธิเต๋าแบบดั้งเดิมได้เหรอ? อีกฝ่ายเขาได้รับสืบทอดมาจากตระกูลเชียวนะ]
[จี้ไจ่กับฉู่ลั่วไม่ถือเป็นคนจากเส้นทางเดียวกัน อีกฝ่ายเป็นคนที่มาจากสายตรง ส่วนฉู่ลั่วเป็นแค่หมอดูเถื่อน แม้แต่อาจารย์ก็ไม่มี จะเทียบกับจี้ไจ่ได้ยังไง]
แฟนคลับของฉู่ลั่วอยากช่วยพูดให้ไอดอลของตนเอง แต่กลับไม่กล้าเอ่ยปาก
และเมื่อเทียบกับจี้ไจ่ ฉู่ลั่วก็ไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น