เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 404 แนะนำตัวเอง
บทที่ 404 แนะนำตัวเอง
ทันทีที่จี้ไจ่ปรากฏตัว คนที่รู้จักและไม่รู้จักเขาต่างก็ลุกขึ้น
ฉู่หร่านเดินเข้าไปเป็นคนแรก และเป็นฝ่ายทักทายจี้ไจ่ก่อน
ท่าทางของจี้ไจ่นั้นเย็นชา เขาพยักหน้าเพียงเล็กน้อย และพูดออกมาหนึ่งประโยคว่า “ผมคือจี้ไจ่”
ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหลังด้วยท่าทางหล่อเหลาและเย็นชา
[เท่มาก เจ๋งมาก! หล่อมาก ๆ เลย!]
[แค่คิดว่าเขาเป็นคนของลัทธิเต๋า ฉันก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก!]
[คนแบบนี้ ทำไมถึงเป็นคนของลัทธิเต๋ากันนะ! คนลัทธิเต๋าแต่งงานไม่ได้ใช่ไหม?]
[ความคิดเห็นบนเข้าใจจริงไหมเนี่ย ถ้าคนลัทธิเต๋าแต่งงานไม่ได้ ตระกูลจี้จะสืบทอดมาได้ยังไง? พวกเขาต่างก็สืบทอดวิชาของตระกูลมาตั้งแต่บรรพบุรุษ]
[ว้าว!]
ทันทีที่จี้ไจ่ปรากฏตัว หน้าจอก็มีแต่ความคิดเห็นเกี่ยวกับเขา
ผู้ชมที่ดูไลฟ์สตรีม อยากเห็นฉู่ลั่วทำเรื่องน่าอับอาย
เมื่อทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว ผู้กำกับเฉียวโจวก็พูดขึ้น
“ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าร่วมการไลฟ์สตรีมของรายการเรียลลิตี้โชว์ ‘ดารานักผจญภัย’ ครับ”
“ผมจะพูดรายละเอียดของรายการให้ฟัง และบอกว่าทุกคนต้องทำอะไรบ้างนะครับ”
“ทั้งในและนอกประเทศมีสถานที่ที่แปลกเหนือธรรมชาติมากมาย ที่ทำให้ผู้คนซึ่งชื่นชอบในเรื่องเหนือธรรมชาติสนใจเป็นอย่างมาก สิ่งที่พวกเราจะทำคือไปยังสถานที่เหนือธรรมชาติเหล่านี้ ไปสำรวจว่าที่นี่เป็นสถานที่เหนือธรรมชาติจริง หรือเป็นของปลอมกันแน่”
“ทุกคนจะมีภารกิจง่าย ๆ ที่ต้องทำร่วมกันเป็นทีม ตลอดทั้งรายการเหล่าแขกรับเชิญจะต้องติดตามปรมาจารย์ทั้งสองท่าน เพื่อทำการแข่งขันกัน”
“ทีมที่แพ้จะต้องค้างคืนในสถานที่เหนือธรรมชาติ พวกเราจะเตรียมของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันไว้ให้ แต่ของอย่างอื่นทีมที่แพ้ก็ต้องพึ่งพาตัวเอง”
เฉียวโจวอธิบายจบ สีหน้าของแขกรับเชิญที่มาร่วมรายการก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
เย่อวิ๋นชูยกมือถาม “ขอถามหน่อยครับ ปรมาจารย์ทั้งสอง คือปรมาจารย์สองท่านนี้เหรอครับ?”
เฉียวโจวพยักหน้า “ใช่ครับ ปรมาจารย์ฉู่ลั่วกับปรมาจารย์จี้ไจ่”
“ตอนนี้พวกเราให้ปรมาจารย์ทั้งสองท่านแนะนำตัวสักหน่อยแล้วกันครับ! ปรมาจารย์จี้ไจ่เชิญก่อนเลยครับ”
กล้องจับไปที่จี้ไจ่ จี้ไจ่พูดกับกล้องว่า “สวัสดีทุกคนครับ ผมคือจี้ไจ่ มาจากตระกูลจี้ซึ่งเป็นตระกูลในลัทธิเต๋า บำเพ็ญพลังวิญญาณมาตั้งแต่เด็ก”
เขาแนะนำตัวเสร็จ ฉู่หร่านก็รีบปรบมือทันที
“ปรมาจารย์จี้ไจ่สุดยอดมาก ตระกูลจี้ก็มีชื่อเสียงมากในลัทธิเต๋า” ฉู่หร่านพูดข้อมูลของจี้ไจ้ให้ทุกคนฟัง
บอกว่าเมื่อก่อนจี้ไจ่เคยช่วยตระกูลไหนมาบ้าง?
เปลี่ยนฮวงจุ้ยให้บ้านไหน ช่วยปัดเป่าโชคร้ายให้ครอบครัวใด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขายังเคยไปที่ทางสี่แพร่งที่มีคนตายหลายศพ และนับตั้งแต่นั้นมา ทางสีแพร่งแห่งนั้นก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใหญ่อีกเลย
เธอให้ข้อมูลของจี้ไจ่ราวกับเป็นแฟนคลับไม่มีผิด
ระหว่างที่เธอพูดจี้ไจ่ยังคงมีท่าทางเย็นชาอยู่เสมอ ไม่มีท่าทางถ่อมตน และไม่มีท่าทางเขินอาย
ด้วยท่าทางสูงส่งและลึกลับเช่นนี้ของเขา ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่าเขาเก่งกาจ
“ตอนนี้พวกเราให้ปรมาจารย์ฉู่ลั่วแนะนำตัวสักหน่อยครับ”
เฉียวโจวพยายามข่มน้ำเสียงตื่นเต้นของตนเอง เขามองฉู่ลั่วด้วยดวงตาเป็นประกาย
ตั้งแต่ที่ฉู่ลั่วพูดเรื่องของนิวนิว พวกเขาสองสามีภรรยาเมื่อกลับไปถึงบ้านก็ถามนิวนิว ถึงได้รู้ว่าครั้งก่อนตอนไปทัศนศึกษานอกห้องเรียน ครูอนุบาลได้พาพวกเธอไปเที่ยวเล่นที่เมืองโบราณ
ภายในเมืองโบราณมีซากปรักหักพังของบ้านขนาดใหญ่ ตอนนั้นได้เชิญเทพเจ้าแห่งเตียงมาสถิต ต่อมาหลังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้ก็มีคนมากมายไปเยี่ยมชม
นิวนิวได้ยินคุณครูเล่าว่าเทพเจ้าแห่งเตียงมีพลังศักดิ์สิทธิ์ สามารถประทานลูกให้คู่บ่าวสาวได้
แม้เธอจะไม่รู้ว่าอะไรคือคู่บ่าวสาว แต่เธอก็ขอพรกับเทพเจ้าแห่งเตียง บอกว่าอยากได้น้องชายน้องสาว
เดิมทีเฉียวโจวอยากได้ฉู่ลั่วมาร่วมรายการอยู่แล้ว อยากอาศัยความนิยมของฉู่ลั่วมาเรียกกระแส
แต่ตอนนี้ เขากลับกลายเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ฉู่ลั่วอย่างสมบูรณ์แบบ
หากไม่ใช่เพราะยังจำได้ว่าตนเองเป็นผู้กำกับ ตอนนี้เขาคงปรบมือรัวจังหวะแล้ว
ฉู่ลั่วยืนขึ้น เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “สวัสดีทุกคน ฉันคือฉู่ลั่ว เป็นผู้บำเพ็ญในลัทธิเต๋าค่ะ”
แนะนำตัวเสร็จ เธอก็นั่งลง
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
เทียบกับจี้ไจ่ที่ดูเป็นทางการและสูงส่ง การแนะนำตัวของฉู่ลั่วนั้นเรียบง่ายและเป็นกันเองอย่างเห็นได้ชัด
ฉู่หร่านยังมีท่าทางดีใจ เธอเป็นคนแรกที่ปรบมือ และยังส่งสายตาเตือนฉู่จิงให้ปรบมือด้วย
ฉู่จิงปรบมือช้า ๆ ตามคำเตือนของฉู่หร่าน
แขกรับเชิญคนอื่น ๆ ที่อยู่ตรงนี้จึงได้ปรบมือขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน
“ลั่วลั่วเป็นน้องสาวของฉัน ทุกคนต้องดูแลเธอให้ดีนะคะ”
ฉู่หร่านพูดจบก็หันมามองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เธอไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องประหม่าด้วย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามฉันหรือไม่ก็ถามพี่รองได้เลย”
“ใช่ไหมคะ พี่รอง?”
ฉู่จิงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจนัก สายตาฉายแววรังเกียจที่ปิดอย่างไรก็ไม่มิด