เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 405 สมาชิกองค์กร
บทที่ 405 สมาชิกองค์กร
ฉู่หร่านแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นท่าทีของพี่รอง แล้วหันไปพูดกับฉู่ลั่วต่ออีกว่า “ลั่วลั่ว วางใจเถอะ พี่สาวจะปกป้องเธอเอง ลั่วลั่วของพวกเราสวยขนาดนี้ ต้องมีคนชอบเยอะแน่เลย”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยดวงตาเป็นประกาย
สีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เธอแค่ตอบอย่างเฉยชาว่า “รายการเชิญฉันมา เพื่อให้ฉันมาดูแลความปลอดภัยของพวกคุณ”
“ฉันไม่ได้กลัว และไม่ได้ประหม่าด้วย พวกคุณคือแขกรับเชิญหลัก ส่วนฉันแค่มีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของพวกคุณ”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่จิงดึงฉู่หร่านเบา ๆ สายตาเย็นชากวาดมองไปที่ฉู่ลั่ว “หร่านหร่าน ไม่ต้องไปสนใจเธอ”
คำพูดนี้ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
ในช่องไลฟ์สตรีมเริ่มวิจารณ์กันอย่างหนัก
[ฉู่ลั่วคนนี้วางท่าใหญ่โตจังเลยนะ! ไม่น่าตระกูลฉู่ถึงไม่ต้องการเธอแล้ว และไล่เธอออกไป]
[หร่านหร่านอุตส่าห์หวังดีช่วยปูทางให้เธอ แต่เธอกลับไม่รับน้ำใจ ในเมื่อไม่ยอมรับน้ำใจ ก็อย่ามาหาเงินในวงการบันเทิงสิ! ตัวน่าอับอายของวงการ!]
[ที่จริงฉันคิดว่าที่ฉู่ลั่วพูดก็ไม่ผิดนะ! เธอเป็นปรมาจารย์ที่รายการเชิญมา ไม่ใช่ศิลปินที่เดบิวต์ในวงการ แต่คำพูดของฉู่หร่านกลับพูดเหมือนฉู่ลั่วจะมาเดบิวต์อย่างนั้นแหละ]
[ถ้าไม่เดบิวต์ แต่เธอก็เป็นสตรีมเมอร์ที่โด่งดังในอินเทอร์เน็ตนี่! จะมารายการเรียลลิตี้ทำไม? ยังกล้าบอกว่าเป็นปรมาจารย์อีก? ปรมาจารย์ตัวจริงคือจี้ไจ่ต่างหาก! ถ้าเธอเป็นปรมาจารย์จริง รายการจะเชิญจี้ไจ่มาอีกทำไมล่ะ?]
หลังจากปรมาจารย์ทั้งสองท่านแนะนำตัวเสร็จ ผู้กำกับและทีมงานก็เริ่มเตรียมการแข่งขันสำหรับแขกรับเชิญทั้งหกคนทันที
สามคนที่ชนะการแข่งขันจะมีสิทธิ์ได้เลือกปรมาจารย์ก่อน และอีกสามคนที่แพ้จะได้รับการคุ้มครองจากปรมาจารย์อีกท่าน
การแข่งขั้นเน้นไปที่แขกรับเชิญทั้งหกคน ฉู่ลั่วจึงกลับไปยังที่พักของตนเองที่ทางรายการจัดเตรียมไว้ให้
ทางรายการได้หาสถานที่เป็นบ้านในชนบทที่สวยงาม ด้านหลังบ้านไม้หลังเล็กมีลำธารสายหนึ่งที่เงียบเงียบสงบ มีต้นการบูรขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ริมลำธาร เป็นทิวทัศน์ที่งดงาม
ฉู่ลั่วเดินตรงไปที่ริมลำธาร เธอนั่งขัดสมาธิ มือทั้งสองประสานกัน และเริ่มการบำเพ็ญ
พลันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงดังกรอบแกรบเข้ามาในหู
“คุณคือฉู่ลั่วใช่ไหม? คุณคือคนที่ช่วยเหลือผีร้ายกับปีศาจหลายตนที่ผมขังเอาไว้ในบ้านออกไปใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วยังคงหลับตาต่อไป
จี้ไจ่เอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง พร้อมกับมองหญิงสาววัยแรกรุ่นที่กำลังบำเพ็ญพลังวิญญาณด้วยสายตาเย็นชา เขามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา “ตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นพวกต้มตุ๋นเสียอีก ต่อมาหลังจากได้ดูไลฟ์สตรีมของคุณ ผมถึงได้รู้ว่าคุณไม่ใช่”
“คุณเป็นผู้บำเพ็ญจริง และพลังวิญญาณของคุณก็ไม่ธรรมดาเลย”
“ในเมื่อคุณเป็นผู้บำเพ็ญ คุณก็ควรจะรู้ว่า คนในลัทธิเต๋าของพวกเรากำจัดมารปกป้องเต๋า นั่นเป็นบัญชาจากสวรรค์”
“คุณปกป้องสิ่งชั่วร้ายไม่พอ แถมยังเลี้ยงปีศาจเอาไว้อีก ฉู่ลั่ว คุณกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ฉู่ลั่วยังคงหลับตาเช่นเดิม
แววตาของจี้ไจ่เย็นชาขึ้นไปอีก “คุณน่าจะรู้ ตอนนี้รัฐบาลเข้าควบคุมลัทธิเต๋า และได้ทำการเปิดหน่วยงานของลัทธิเต๋าขึ้นมาใหม่”
“การกระทำแบบนี้ของคุณ ผมสามารถรายงานต่อรัฐบาลได้”
เพราะลัทธิเต๋าเสื่อมถอยลง จำนวนผู้บำเพ็ญลัทธิเต๋าจึงซบเซา
เขาได้ดูวิดีโอไลฟ์สตรีมเหล่านั้นของฉู่ลั่ว ก็รู้ว่าเธอมีพรสวรรค์มาก
คนมีความสามารถในลัทธิเต๋า หากถูกจับขึ้นมาจริง ๆ ก็ถือเป็นการสูญเสียของลัทธิ
ฉู่ลั่วที่หลับตามาตลอดค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอหันหน้าไปมองจี้ไจ่ พลางเอ่ยถาม “คุณเป็นคนขององค์กรศักดิ์สิทธิ์เหรอ?”
จี้ไจ่พยักหน้า
“แน่นอน เพียงแต่ผมยังไม่ได้ไปรับตำแหน่ง” ครั้งก่อนที่ฉู่ลั่วบุกมาในบ้านของเขา เขาบังเอิญถูกเรียกกลับมา เพื่อพูดคุยเรื่องแผนกที่เปิดใหม่
ได้ยินว่าลัทธิเต๋าได้ผลักดันเจ้านิกายที่อายุน้อยคนหนึ่งขึ้นมา ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสในลัทธิทุกท่าน
ไม่รู้ว่าระดับในการบำเพ็ญพลังวิญญาณของเจ้านิกายท่านนั้นเป็นอย่างไร?
สมองของจี้ไจ่กำลังคิดสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่สีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ แววตายังคงเย็นชาและห่างเหินเช่นเคย
ฉู่ลั่วพยักหน้า ก่อนจะหลับตาต่อ
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ตี้จิง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานที่ หรือการคุมขัง หรือแม้แต่สถานที่พักฟื้น ทั้งหมดนี้ล้วนจัดการโดยซู่เซี่ยงหยางกับรัฐบาล
เรื่องนี้เธอไม่สามารถสอดมือเข้าไปยุ่งได้
ครั้งก่อนที่ฮั่วเซียวหมิงพาเธอไปสถานพักฟื้น นั่นเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นำมาใช้เป็นสถานพักฟื้น
[นายหญิง คุณจะเมินเขาแบบนี้เลยเหรอ? ไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรือเปล่า?]
ฉู่ลั่วถามในใจ ‘หรือฉันต้องเชิญให้เขานั่งบำเพ็ญด้วยกันเหรอ?’
เธอเพิ่งจะคิดอยู่ในหัว จี้ไจ่ที่อยู่ข้างก็เริ่มขยับกาย
เขานั่งลงขัดสมาธิเหมือนฉู่ลั่ว แต่ท่าทางประสานมือกลับต่างกัน ระหว่างที่หายใจเข้าออก ก็สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของป่าเขา
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทีมงานที่จะมาตามคนเดินออกมาทางประตูหลัง พอเห็นภาพนี้เข้า สายตาของเขานิ่งค้างไป
ภายใต้ต้นไม้เขียวชอุ่ม หนุ่มหล่อสาวสวยภายใต้ชุดดำและขาว กำลังนั่งเคียงข้างกัน
ด้านหน้าเป็นลำธารน้ำไหล ด้านหลังเป็นบ้านไม้โบราณ
ภาพนี้ช่างงดงามจนแทบลืมหายใจ
ทีมงานคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความเคยชิน