เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 410 ห้ามออกไป
บทที่ 410 ห้ามออกไป
ฉู่ลั่วตอบพี่รองจอมรั้น “ฉันไม่ได้กลัว ฉันแค่เป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขา”
เธอมองไปที่พวกเย่อวิ๋นชูทั้งสามคน และทีมงานที่จะเข้าไปด้วยกัน
ความปลอดภัยของคนเหล่านี้ เป็นความรับผิดชอบของเธอ
ฉู่หร่านกลับทำหน้าขำพร้อมกับส่ายหน้า เธอตบไหล่ฉู่ลั่ว “เอาละ พี่สาวไม่เปิดโปงเธอหรอก”
เธอหันไปมองพวกหางเจียซิ่น พร้อมกับถามว่า “พวกคุณกลัวไหมคะ ต้องไม่กลัวอยู่แล้วใช่ไหม? ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นของปลอม มีอะไรต้องกลัวด้วย?”
เธอยังคงยิ้มด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
เย่อวิ๋นชู “…”
เธอหลบจากกล้อง แล้วกลอกตาใส่ พร้อมกับแอบด่าในใจไปอีกสองประโยค
หางเจียซิ่นอายุยังน้อย ได้ยินฉู่หร่านพูดแบบนี้ ก็พูดขึ้นว่า “ไม่กลัวอยู่แล้วครับ มันเป็นของปลอมนี่ มีอะไรต้องกลัวด้วย ผมไปบ้านผีสิง ไปผจญภัยในห้องลับ สภาพแวดล้อมน่ากลัวว่าที่นี่เยอะครับ”
เขาทำท่าทางเหมือนเก่งมาก “วางใจเถอะ ผมจะปกป้องพวกคุณเอง”
เย่อวิ๋นชูหัวเราะแห้ง ๆ เธอขยับเข้าไปอยู่ข้างฉู่ลั่ว กอดแขนของฉู่ลั่วเอาไว้ “ท่านปรมาจารย์ ปกป้องฉันด้วยนะคะ”
แขกรับเชิญสามคนกับตากล้องสามคน บวกกับฉู่ลั่วอีกหนึ่งคน รวมเป็นทั้งหมดเจ็ดคนเข้ามาอยู่ในห้องเรียนแล้ว
ตอนอยู่ด้านนอกโรงเรียนมีคนอยู่เยอะ พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกอะไร
แต่เมื่อเข้ามาในโรงเรียนตอนกลางคืน และเห็นหญ้าหน้าทึบด้านนอกหน้าต่าง ทั้งยังมีเสียงร้องของแมลงและนกเป็นครั้งคราว ก็ทำให้เกิดบรรยากาศแปลก ๆ ขึ้นมา
แม้แต่ตากล้องที่กำลังถ่ายพวกเขาอยู่ ก็ยังใจเต้นแรง
ไฟฟ้าในโรงเรียนถูกตัดไปนานแล้ว พวกเขาเปิดไฟฉาย และจุดเทียนหลายสิบเล่ม ทำให้ภายในห้องเรียนสว่างขึ้น
“ท่านปรมาจารย์ คุณกำลังทำอะไรคะ?”
เย่อวิ๋นชูคลุมตัวด้วยเสื้อคลุมขณะที่นั่งอยู่บนเสื่อ เธอมองฉู่ลั่วด้วยความกลัวปนสงสัย
ฉู่ลั่วเอายันต์แผ่นแล้วแผ่นเล่าไปติดไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้อง
“ที่นี่มีพลังหยินเข้มข้น ยันต์พวกนี้จะช่วยป้องกันพลังหยินได้ค่ะ”
เธออยากพูดคำว่าผี แต่เห็นท่าทางของเย่อวิ๋นชูกับตากล้องแล้ว ก็เลือกที่จะไม่พูดคำนั้นออกมา
จนกระทั่งฉู่ลั่วติดยันต์เสร็จ กู้เฉาอวี่ก็นั่งอยู่บนเสื่อด้วยสีหน้าย่ำแย่เล็กน้อย
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เธอก็ลุกขึ้นมาพูดกับฉู่ลั่วว่า “ท่านปรมาจารย์ ฉันอยากไปห้องน้ำค่ะ”
เธอมองออกไปข้างนอก
ตอนกลางวันไม่รู้สึกว่าน่ากลัว แต่โรงเรียนในตอนกลางคืนแบบนี้ ก็ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างอธิบายไม่ถูก
ไม่รู้ว่าเพราะทีมงานสร้างบรรยากาศได้ดีเกินไป หรือเป็นผลมาจากจิตใจของเธอกันแน่
เธอถึงได้รู้สึกว่าด้านนอกของห้องเรียนนั้นน่ากลัวมาก ราวกับว่าถ้าเดินออกไป ก็อาจจะเจอภาพน่ากลัวได้
[บอกตามตรง ไม่ใช่แค่กู้เฉาอวี่หรอก ฉันก็ยังรู้สึกว่าน่ากลัวเลย]
[เมื่อกี้ตอนพวกเขาเข้ามา ฉันก็กลัวแล้วละ]
[เมื่อกี้พวกเธอเห็นไหม? ตอนที่กล้องถ่ายผ่านไป เหมือนมีเงาคนอยู่บนต้นไม้เลย]
[คอมเมนต์บนอย่าทำให้คนอื่นกลัวสิ]
[ฉันเป็นคนในพื้นที่ โรงเรียนประถมหมิงอันมีสิ่งชั่วร้ายจริง ๆ ไม่ได้ล้อเล่นนะ คนในพื้นที่รู้กันดี ที่นั่นไม่ได้เข้าไปกันได้ง่าย ๆ หรอกนะ]
[ทีมงานของรายการใจกล้ามาก กล้าเตรียมที่นี่มาเป็นสถานที่แรก ไม่กลัวจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?]
[ฉู่ลั่วเก่งมากไม่ใช่หรือไง? มีอะไรให้กลัวด้วยล่ะ! ว้าย ว้าย ว้าย!]
[ฉู่ลั่วเป็นพวกนอกรีต ปรมาจารย์ที่แท้จริงคือจี้ไจ่!]
[ซวยจริง ๆ ถ้าเลือกจี้ไจ่ ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว]
[ถ้าเลือกจี้ไจ่ ก็ไม่ต้องเข้าไปในโรงเรียนตั้งแต่แรกแล้วสิ ไม่รู้ทีมงานรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไร นักพรตนอกรีตคนหนึ่งพาคนอีกสามคนไปซวยด้วย แถมยังมาอยู่ในโรงเรียนที่น่ากลัวขนาดนี้อีก นี่มันวิธีฆ่าตัวตายแบบไหนกันเนี่ย!]
ในช่องไลฟ์สตรีมมีแต่คำด่าทอ
แต่แขกรับเชิญที่อยู่ที่นี่ไม่รู้เรื่องเลย
เย่อวิ๋นชูได้ยินกู้เฉาวี่พูดแบบนั้น ก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน เธอเดินไปหยุดข้างฉู่ลั่ว และพูดอย่างลำบากใจมากว่า “ฉันไปด้วยค่ะ”
เมื่อสักครู่เพราะเธอกลัวและรู้สึกอาย จึงไม่ได้พูดออกไป
พวกเธอมองฉู่ลั่วด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“ฉันไปเป็นเพื่อนพวกคุณก็แล้วกัน”
เมื่อพาพวกเธอเดินไปถึงหน้าประตู ฉู่ลั่วก็หันกลับมาบอกหางเจียซิ่นกับตากล้องที่อยู่ในห้อง “ในห้องนี้มียันต์อยู่ ปกติแล้วสิ่งชั่วร้ายจะเข้าไม่ได้ พวกคุณรออยู่ในนี้ อย่าออกไปนะคะ”
หางเจียซิ่นหัวเราะ “รู้แล้วครับ รู้แล้วครับ ปรมาจารย์ฉู่”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ใส่ใจคำพูดของฉู่ลั่วเลย