เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 411 สิบนาที
บทที่ 411 สิบนาที
หลังจากฉู่ลั่วกับคนอื่นออกไปแล้ว หางเจียซิ่นก็นอนอยู่ในถุงนอนของตนเอง และหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเลื่อนดูคลิปวิดีโอ
เขารู้ดีว่าที่ตัวเองสามารถมารายการเรียลลิตี้นี้ได้ บริษัทต้องลงแรงไปเยอะมาก
เขาจะต้องเพิ่มความนิยมของตัวเองให้สูงขึ้นในรายการนี้ให้ได้
หางเจียซิ่นสร้างภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของตนเองต่อหน้ากล้อง แล้วพูดกับกล้องว่า “ทุกคนคิดว่าคืนนี้จะมีผีปรากฏตัวออกมาไหมครับ!”
เขาจงใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน่ากลัว
ทำให้ตากล้องตกใจจนตัวสั่น
หางเจียซิ่นหัวเราะเสียงดัง
เขาสร้างภาพลักษณ์เป็นเด็กหนุ่มสดใสร่าเริง แม้ว่าจะเล่นตลกแบบนี้ แต่ผู้ชมก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดี แต่กลับรู้สึกว่าเขาน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
หางเจียซิ่นหยอกล้อตากล้องอยู่สักพัก ก่อนจะหันไปพูดกับผู้ชมต่อหน้ากล้อง
ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
หางเจียซิ่นโบกโทรศัพท์มือถือต่อหน้ากล้อง “พี่หร่านโทรมาครับ เธอคิดว่าอากาศบนเขาอุณหภูมิจะลดต่ำลง เลยจะเอาผ้าห่มมาให้พวกเรา”
[ว้าว! ฉู่หร่านดีจังเลย!]
[หร่านหร่านของพวกเราจิตใจดี]
[โอ้! ลูกสาวของฉันทั้งสวย ทั้งอ่อนโยน ทั้งจิตใจดี]
[ฉันเป็นคนที่ผ่านทางมา แต่กำลังจะกลายเป็นแฟนคลับฉู่หร่านแล้ว]
[ไม่รู้ว่าพวกเธอยังจำได้ไหม แต่ฉู่ลั่วเคยเตือนแล้วว่า ไม่ให้พวกเขาออกจากห้องเรียน]
[พวกนายไม่เคยได้ยินประโยคนี้เหรอ? ไม่ห้าวก็ไม่ตาย]
หางเจียซิ่นที่ถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ก็เห็นความคิดเห็นนี้ เขาหัวเราะพลางโบกมือ “พวกคุณเชื่อจริง ๆ เหรอครับ! บนโลกนี้จะมีผีได้ยังไง! พวกเราก็แค่ทำรายการขึ้นมาหลอก ๆ เท่านั้นเองครับ”
เขาทำท่าทางสู้ตาย “ไปกันเถอะครับ! ผมจะพาพวกคุณไปดูโรงเรียนในตอนกลางคืน คิดเป็นวิทยาศาสตร์กันหน่อยครับ บนโลกนี้ไม่มีผีหรอก”
เขาพาตากล้องของตนเองออกไปจากห้องด้วย เหลือตากล้องสองคนที่มองหน้ากัน
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ฉู่ลั่วกับคนอื่นก็กลับมา
เย่อวิ๋นชูกับกู้เฉาอวี่เกาะแขนฉู่ลั่วกันคนละข้าง เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
เย่อวิ๋นชูถอนหายใจ “ข้างนอกน่ากลัวมากเลยค่ะ ต้นไม้นั่น หญ้านั่น อะไรก็ดูน่ากลัวไปหมดเลย”
กู้เฉาอวี่ปล่อยมือ เปลี่ยนมากุมหน้าอก “โชคดีที่มีปรมาจารย์ฉู่ลั่วอยู่ด้วย”
ไม่ว่าฉู่ลั่วจะเก่งจริงหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยท่าทางสงบนิ่งของเธอ ก็ทำให้จิตใจของคนมาด้วยกันสงบขึ้นมาก
เธอมองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถามว่า “เจียซิ่นล่ะคะ?”
ตากล้องบอกว่า “ออกไปแล้วครับ บอกว่าทีมงานทางนั้นกลัวคนทางนี้จะหนาว เลยเอาของมาส่งให้ครับ เขาเลยออกไปเอาของแล้ว”
กู้เฉาอวี่มองฉู่ลั่ว ก็เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วเล็กน้อยจึงถามว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า พลางมองออกไปด้านนอกด้วยสายตาลึกล้ำ
แม้ว่าเธอจะส่ายหน้า แต่เย่อวิ๋นชูกับคนอื่น ๆ ต่างก็มองออกว่าปรมาจารย์มีท่าทางเคร่งเครียดขึ้น
หางเจียซิ่นคนนี้ก็จริง ๆ เลย บอกแล้วไม่ใช่หรือไง ก่อนที่ท่านปรมาจารย์จะกลับมา อย่าออกจากห้องเรียมตามอำเภอใจ
“ท่านปรมาจารย์ พวกเราออกไปหาเขาดีไหม?”
“ถ้ากลับมาภายในสิบนาที ก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”
เย่อวิ๋นชูรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและติดต่อไปหาหางเจียซิ่น ทางนั้นรับสายอย่างรวดเร็ว “เจียซิ่น เอาของมาหรือยัง ของเยอะไหม? อยากให้พวกเราออกไปช่วยหรือเปล่า?”
“ถ้าไม่ต้อง ก็รีบกลับมาเร็ว ๆ ล่ะ! ท่านปรมาจารย์บอกว่าถ้ากลับมาภายในสิบนาที ก็จะไม่เป็นอะไร”
เสียงหัวเราะของหางเจียซิ่นดังออกมาจากลำโพง และมีเสียงหัวเราะน่ารักของฉู่หร่านด้วย
“รู้แล้วจ้า! ปรมาจารย์ฉู่ลั่วของพวกเรา พวกเราต้องฟังที่เธอบอกนะ” เสียงของฉู่หร่านดังขึ้นมา เธอพูดเร่งหางเจียซิ่น “เจียซิ่น นายรีบกลับไปเถอะ! พวกเราจะไม่เชื่อฟังท่านปรมาจารย์ไม่ได้นะ”
หางเจียซิ่นตอบกลับทางโทรศัพท์ว่า “ผมกำลังกลับไป”
สายตัดไปแล้ว สีหน้าของเย่อวิ๋นชูย่ำแย่มาก
เธอมองฉู่ลั่วอย่างระมัดระวัง แต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่มองข้างนอกตลอดเวลา “ท่านปรมาจารย์ คุณกำลังมองอะไรเหรอคะ?”
เธอมองตามสายตาของฉู่ลั่วไป ก็เห็นหญ้ารกร้างที่สูงครึ่งหนึ่งของความสูงของคนสั่นไหวไปตามแรงลม
นอกจากสิ่งเหล่านี้ เธอก็มองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว
ตากล้องก็หันกล้องออกไปด้านนอก ในจอภาพมืดสนิท ไม่เห็นอะไรเลย
แต่หญ้ารกนั้นสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกล เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวผ่านไปอย่างรวดเร็ว