เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 417 ต้องโทษคนไร้ความสามารถ
บทที่ 417 ต้องโทษคนไร้ความสามารถ
คืนนั้น
ดวงจันทร์ส่องสว่างจนมองไม่เห็นดาว แสงสีเงินยวงส่องลงมารอบโรงเรียน
เดิมทีมันเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกและงดงามมาก แต่สำหรับคนที่อยู่ที่นี่… กลับไม่สบายใจสักเท่าไหร่
เฉียวโจวก็อยู่ไม่เป็นสุข “ปรมาจารย์ฉู่ ไม่มีปัญหาจริงใช่ไหมครับ?”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
เฉียวโจวหันไปมองจี้ไจ่ อีกฝ่ายไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่ก็พยักหน้า
ตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากที่เขารู้ตำแหน่งที่ตั้งโรงเรียนจากฉู่ลั่ว ก็เหมือนถูกโจมตีทางจิตใจ
การคำนวณฮวงจุ้ยที่ชัดเจนขนาดนี้ เขากลับมองไม่ออกเลย
แต่ฉู่ลั่ว… เธอเห็นเพียงซากสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ตายอยู่ในโรงเรียน ก็รู้แล้วว่าฮวงจุ้ยของโรงเรียนมีปัญหา
ย้อนนึกไปถึงภาพตอนที่หญิงสาวแรกรุ่นบำเพ็ญพลังวิญญาณบนพื้นหญ้า
ฉู่ลั่วเก่งกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก
หางเจียซิ่นไม่สบายใจ “ปรมาจารย์ทั้งสอง ไม่มีปัญหาแน่นะครับ? ไม่มีวิธีอื่นแล้วเหรอครับ?”
เขากลัวจริง ๆ
กลัวเอามาก ๆ
ก่อนหน้านี้เขาไม่เชื่อเลยว่าโลกนี้มีผี แต่ตอนนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว ทั้งยังถูกผีเด็กทำสัญลักษณ์ไว้ด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาถูกทำสัญลักษณ์ไว้ เมื่อเช้าตอนออกมาจากโรงเรียน เขาคงปรึกษาผู้จัดการเรื่องถอนตัวออกจากรายการไปแล้ว
ตากล้องที่ใจกล้ากว่ามากเข้ามาพูดปลอบหางเจียซิ่น “ปรมาจารย์ทั้งสองบอกว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรหรอก ขอแค่พวกเราทำตามที่พวกเขาบอก ก็โอเคแล้ว”
หางเจียซิ่นพยักหน้า
ทุกคนเริ่มเตรียมตัว
หางเจียซิ่นหยิบกระเป๋าสะพายของตนเองขึ้นมาสะพายไว้บนหลัง พอหันไปก็เห็นฉู่หร่านเดินเข้ามา
สีหน้าของเขาชะงักค้างไป ก่อนจะยิ้มอย่างขอไปที “พี่หร่าน”
ฉู่หร่านยิ้มตอบพร้อมกับเดินเข้าไปหาหางเจียซิ่น
ช่องไลฟ์สตรีมครึกครื้นเป็นอย่างมาก วิดีโอที่หางเจียซิ่นเจอผีเมื่อวานแพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ต และทางการก็ไม่ได้ห้าม
รวมถึงคนที่ชื่นชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ และคนที่จะเข้ามาจับผิดด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ชมที่รู้ว่าพวกเขาจะจับผีตอนกลางคืน ต่างก็หลั่งไหลเข้ามาในไลฟ์สตรีม
[ไม่รู้ว่าวิธีของฉู่ลั่วจะได้ผลหรือเปล่า?]
[น่าจะเป็นบทละครไหม? ถ้าไม่ใช่บทละคร รายการก็ใจกล้าเกินไปแล้ว ถึงกับกล้าเสี่ยงชีวิตคนคนหนึ่งให้อยู่ในมือฉู่ลั่ว]
[ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับแขกรับเชิญของพวกเรา ทั้งหมดเป็นความผิดของฉู่ลั่ว]
[ปรมาจารย์มีตั้งเยอะแยะ ต้องพึ่งพาสองคนนี้ด้วยเหรอ? รายการเชิญปรมาจารย์ที่เก่งกว่านี้มาไม่ได้แล้วหรือไง?]
[ปัญหาที่ทีมงานของรายการสร้างขึ้นมา รายการแก้ไขไม่ได้เหรอ? นี่ไม่เล่นกับชีวิตคนไปหน่อยเหรอ]
[ฉันเชื่อท่านเทพธิดา และเชื่อปรมาจารย์จี้ไจ่ด้วย]
[มีแค่ฉันที่คิดว่าเป็นความผิดของฉู่หร่านเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน หางเจียซิ่นที่เป็นผู้บริสุทธิ์กับตากล้องก็คงไม่ถูกพลังหยินวนเวียนรอบตัวหรือเปล่า?]
[เกี่ยวอะไรกับฉู่หร่าน ถ้าตามที่เธอพูด หางเจียซิ่นไม่มาร่วมรายการเรียลลิตี้นี้ ก็ไม่เกิดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?]
[เอ๊า งั้นถ้าหล่อนไม่มาร่วม ก็ไม่มีใครเป็นอะไรเหมือนกันนะ]
[จะมาโทษหร่านหร่านของพวกเราได้ยังไง? หรือจะบอกว่าการที่หร่านหร่านของเราเป็นห่วงพวกเขาผิดด้วยเหรอ?]
[ถ้าฉู่ลั่วเก่งพอ ก็ไม่เกิดเรื่องขึ้นหรอก!]
[ก็ใช่ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ก็รู้แต่วิธีขายผ้าเอาหน้ารอด]
เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ บางคนสาดเสียเทเสียทีมงานของรายการ บางคนพูดถึงหางเจียซิ่น บางคนเคลือบแคลงฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ …แต่คนที่วิจารณ์ฉู่หร่านกลับมีน้อยมาก
กลางคืนมืดลงเรื่อย ๆ
หางเจียซิ่นกับตากล้องเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่งก็ถอยกลับมาสามก้าว
เขาถามย้ำ “ท่านปรมาจารย์ ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ?”
“ทำตามที่ฉันบอก ก็จะไม่เป็นอะไรค่ะ”
ฉู่ลั่วพูดอย่างมั่นใจ
หางเจียซิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “ถ้าอย่างนั้นผมไปแล้วนะครับ”
เขากับตากล้องมองหน้ากัน พวกเขาให้กำลังใจกันและกัน ก่อนจะเดินออกจากห้องเรียน
กึก…
ประตูห้องเรียนปิดลงอีกครั้ง
คนของรายการต่างก็อยู่ในห้องเรียน คนใจกล้าก็มองออกไปนอกหน้าต่าง คนขี้กลัวก็มองหน้าจอโทรศัพท์ คนขี้กลัวยิ่งกว่านั้นไม่แม้แต่จะมองโทรศัพท์ด้วยซ้ำ พวกเขาจับแขนคนข้าง ๆ ไว้ และให้กำลังใจกัน
เวลาผ่านไปจากวินาทีเป็นนาที
จี้ไจ่มองนาฬิกาข้อมือของตน “ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
ในหนึ่งวัน ช่วงเวลาที่พลังหยินเข้มข้นที่สุดใกล้จะมาถึงแล้ว
เย่อวิ๋นชูส่งเสียงตกใจออกมา “มองเห็นภาพของพวกเขาไม่ชัดแล้ว”
“สนามแม่เหล็กเกิดการเปลี่ยนแปลง จะมองเห็นไม่ชัดก็เป็นเรื่องปกติมาก”
จี้ไจ่กับฉู่ลั่วยังคงมีสีหน้านิ่งสงบมาก
“ตอนนี้ขอแค่พวกเขาดึงดูดสิ่งชั่วร้ายมาได้ ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”
ทุกคนต่างมองไปข้างนอก
ติ๊งต่อง
ถึงเวลาที่ตกลงกันไว้แล้ว แต่ด้านนอกห้องเรียนกลับไม่มีเสียงอะไรเลย
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว สีหน้าของจี้ไจ่ก็ดูย่ำแย่ลงแล้ว
“ลั่วลั่ว ทำไมพวกเจียซิ่นยังไม่กลับมาอีกล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่า?” ฉู่หร่านถามอย่างไม่เข้าใจ พอพูดจบก็ส่ายศีรษะ “เป็นไปไม่ได้หรอกเนอะ ลั่วลั่วเก่งขนาดนี้ พวกหางเจียซิ่นต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน ใช่ไหม?”
เธอมองฉู่ลั่วด้วยความคาดหวัง
แต่เห็นอีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมา สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ลั่วลั่ว อย่าบอกนะว่าเธอเองก็ไม่มั่นใจ? นั่นเป็นชีวิตคนคนหนึ่งเลยนะ?”
ทุกคนมองไปที่ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วตอบเสียงเรียบ “ถ้าพวกเขาทำตามที่ฉันบอก ก็ไม่มีทางเป็นอะไร”
ขอแค่หางเจียซิ่นทำตามที่เธอบอก
ฉู่หร่านถาม “แล้วทำไมพวกเขาถึงยังไม่ออกมาอีกล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่รู้”
“ลั่วลั่ว เธอพูดว่าไม่รู้ได้ยังไง? เรื่องนี้พวกเราทุกคนฟังที่เธอบอก เธอจะไม่รู้ไม่ได้นะ!” ฉู่หร่านเผยสีหน้าสงสัยเจือตื่นตระหนก สักพักก็เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจ “ถ้าเกิดเรื่องขึ้นกับเจียซิ่น ฉัน… ฉัน… ถ้ารู้ตั้งแต่แรกเมื่อคืนฉันคงไม่เอาของไปให้เขาแล้ว”
เธอเดินไปรอบห้องเรียน พลางร้องไห้ออกมาเพราะความร้อนใจ
ฉู่จิงคว้าแขนน้องสาวคนโปรดไว้ และปลอบโยน “ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ จะโทษก็ต้องโทษคนไร้ความสามารถ”
เขาปรายตามองไปทางสองผู้บำเพ็ญ
ทว่าฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ยืนอยู่ด้วยกัน มองจากสายตาของพี่ชายรอง ไม่รู้ว่าเขามองจี้ไจ่หรือมองฉู่ลั่วอยู่กันแน่