เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 419 ยันต์ไร้ผล
บทที่ 419 ยันต์ไร้ผล
“ลั่วลั่ว เป็นปัญหาที่ยันต์เหรอ?” ฉู่หร่านเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
“ยันต์สองผืนที่เธอให้พวกเขาไปมันเหมือนกันหรือเปล่า?”
ไม่รอให้ฉู่ลั่วตอบ ฉู่หร่านก็พูดต่อแล้ว “ถ้ามันเหมือนกัน ทำไมเจียซิ่นถึงไม่กลับมาล่ะ เกิดปัญหาที่อื่นหรือเปล่า?”
“…”
ฉู่ลั่วไม่ตอบ
ตอนนั้นเองจี้ไจ่พลันเปิดประตูห้องเรียนเดินออกไป
ทันทีที่เขาก้าวขาออกจากห้อง เรื่องจ้อกแจ้กจอแจที่อยู่ด้านนอกก็หายไปทันที
ไม่นานจี้ไจ่ก็กลับมา แล้วส่ายหน้าให้ทุกคน “ไม่มีครับ ไม่เจอหางเจียซิ่นเลย”
“งั้นทำยังไงดีล่ะ? เจียซิ่นหายไปแล้วเหรอ? พวกเรารีบไปแจ้งตำรวจกันเถอะค่ะ!” ฉู่หร่านหยิบมือถือออกมาโทรแจ้งตำรวจ
ไม่ได้มีใครห้ามเธอ
สีหน้าของเฉียวโจวซีดจนไม่มีสีเลือดแล้ว เขาเดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่วพลางเอ่ยถาม “ท่านปรมาจารย์ ทำยังไงดีครับ?”
หญิงสาวตอบ “ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับหางเจียซิ่นค่ะ”
จี้ไจ่ก็พยักหน้าด้วย “ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ครับ”
เฉียวโจว “…”
ข่าวนี้ไม่รู้เลยว่าเป็นข่าวดีหรือว่าข่าวร้าย
หลังจากที่ฉู่หร่านวางสายแล้วก็หันมาแจ้งข่าวกับพวกเขา “อีกไม่นานตำรวจจะมาค่ะ ถ้ามาก็ดีเลย พวกเขาต้องหาเจียซิ่นเจอได้เร็วแน่ ๆ ”
เธอเดินไปปลอบใจข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะ เธอเองก็ไม่ได้คาดคิดว่ายันต์ของเธอจะไม่ได้ผลนี่นา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอหรอก”
ฉู่ลั่วชักมืออีกฝ่ายกลับ “ยันต์ของฉันไม่มีทางใช้ไม่ได้ผล”
“…” ฉู่หร่านชะงัก ก่อนหัวเราะแกน ๆ “ลั่วลั่วยังห่วงศักดิ์ศรีขนาดนี้เลยนะ”
…
ไม่นานตำรวจก็มา
เรื่องนี้สร้างความโกลาหลครั้งยิ่งใหญ่ให้กับโลกออนไลน์เลยทีเดียว
ตำรวจตรวจค้นแทบจะทั้งโรงเรียนแล้ว รวมถึงบริเวณโดยรอบของโรงเรียนด้วย แต่ก็ไม่พบหางเจียซิ่นเช่นกัน
บนเนินเขา ผู้คนขวักไขว่ไปมา ชาวบ้านในพื้นที่ก็มาช่วยเหลือด้วย
แสงไฟฉายสั่นไหวและผู้คนที่ตะโกนเรียกชื่อหางเจียซิ่นมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่
บนเนินเขา จี้ไจ่บังเอิญเจอฉู่ลั่วระหว่างทาง
เธอกำลังมองไปที่ผู้คนที่อยู่ห่างไกลนั้นด้วยสีหน้าสงบ
เขาเดินเข้าไปถาม “คุณรู้ว่าหางเจียซิ่นอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“อื้ม”
“ไม่ไปช่วยเขาเหรอ?”
“ไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
จี้ไจ่เงียบไปหลายวินาที “ทำไมไม่ห้ามพวกเขาล่ะ? ทำให้เรื่องใหญ่โตไปขนาดนี้แล้ว ชาวเน็ตต่างก็ด่าคุณกันนะ”
คนบนโลกอินเทอร์เน็ตกำลังปรามาสฉู่ลั่วว่าเป็นฆาตกร
ที่จริงแล้วเขาเองก็ผิด ถ้าตอนแรกตนพบว่านี่คือค่ายกลแปดทิศและโรงเรียนคือปลาหยินดวงตาหยางได้ทันเวลา หางเจียซิ่นก็ไม่มีทางใจร้อนแบบนั้นหรอก
เห็น ๆ อยู่ว่าฉู่ลั่วรู้ทุกอย่างแล้ว คอยเตือนทุกอย่าง แต่ตอนนี้กลับมาแบกรับความผิดทั้งหมดเอาไว้
เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ห้ามไม่ได้ ก็ไม่ห้ามแล้ว”
จี้ไจ่เงียบลงไป
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมา “ผู้กำกับเฉียวโจวบอกให้ผมมาตามหาคุณ แล้วพาไปส่งขึ้นรถ ตอนนี้มีแฟนคลับของหางเจียซิ่นมาที่นี่เป็นจำนวนมาก กลัวว่าถึงเวลาแล้วจะเกิดเรื่อง”
อีกฝ่ายตอบรับกลับมาอย่างเรียบง่าย “ค่ะ”
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่กลับมาถึงรถที่ทางทีมรายการจัดไว้ให้
ทีมงานรายการนั่งอยู่บนรถกันทั้งหมด บรรยากาศดูอึมครึมน่าดู
รายการเพิ่งจะออกอากาศก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้ว …ถึงขนาดที่อาจจะถึงแก่ชีวิตด้วย ทุกคนอารมณ์ไม่ดีกันใหญ่
ทันทีที่ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ขึ้นรถ ทุกคนก็มองทั้งสองเป็นตาเดียว แต่ก็รีบดึงสายตากลับไปอย่างรวดเร็ว
ฉู่จิงนั่งอยู่ที่แถวหลังสุด กอดอกแล้วยิ้มเยาะ “ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้ว เธอยังจะมีกะจิตกะใจไปเดินเพ่นพ่านอีก”
ฉู่ลั่วหลับตาพิงเบาะที่นั่ง ไม่พูดไม่จา
ฉู่จิงกัดฟัน “ฉู่ลั่ว เธอรู้หรือเปล่าว่าตัวเองทำอะไรผิด?”
เธอตอบ “ไม่รู้”
ฉู่จิงตอบให้แทน “…เธอทำคนตายไปหนึ่งคนนะ”
น้องสาวตัวจริงยืนกรานคำเดิม “เขายังไม่ตาย”
“ด้วยความสามารถของนิกายอะไรนั่นของเธอ พอรู้อะไรไหม?”
ฉู่จิงไม่ชอบฉู่ลั่วก็จริง แต่ก็เห็นอีกฝ่ายเป็นคนในตระกูลฉู่เช่นกัน ถึงยังไงเขาก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ไม่เห็นชีวิตคนอยู่ในสายตา
“ถ้าเธอมีความสามารถจริง ๆ ก็ตามหาเจียซิ่นกลับมาสิ!”
“พี่รองอย่าโกรธเลยค่ะ ตอนนี้ลั่วลั่วคงจะเสียใจมากแน่ ๆ” ฉู่หร่านปลอบใจฉู่จิง แล้วพูดกับฉู่รั่ว “ลั่วลั่ว เธอยังไม่รีบขอโทษพี่รองอีก”
ฉู่ลั่วมองทั้งสองด้วยหางตา
ท่าทีของเจ้านิกายหญิงทั้งห่างเหินทั้งเย็นชา การแสดงออกของคนที่อยู่บนรถก็ไม่ได้ดูดีเท่าไหร่