เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 423 สวรรค์หรือนรก
บทที่ 423 สวรรค์หรือนรก
จี้ไจ่เดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว “ที่นี่คือบริเวณดวงตาหยางของปลาหยินใช่ไหม?”
“ใช่”
จี้ไจ่มองสุสานจำนวนมากและต้นไม้สูงตระหง่านที่อยู่โดยรอบ ตอนที่เดินออกมาข้างนอกก็รู้สึกว่าร้อน
เดินไปประมาณสิบนาที ด้านหน้าก็ปรากฏให้เห็นเนินเขาแห่งหนึ่ง
จี้ไจ่เดินเข้าไป “ถึงแล้ว”
เขาหันไปพูดกับคนของทีมงานรายการ “พลั่วล่ะครับ?”
“อยู่นี่ครับ”
คนสี่ห้าคนจับพลั่วมาแล้วเริ่มขุดดินกัน
กล้องเองก็โฟกัสไปที่ดินนั้นเช่นกัน
[หรือจะบอกว่าหางเจียซิ่นอยู่ในนี้เหรอ?]
[ถ้าอยู่ในนี้จริง ๆ งั้นก็ไม่มีทางมีชีวิตอยู่แล้วสิ]
[อย่ามาสร้างเรื่องไร้สาระกันได้ไหม! การช่วยเหลือคนสำคัญที่สุดนะ ไม่ช่วยก็อยู่เฉย ๆ ยังจะมาพูดจาแบบนี้ที่นี่อีก! เห็นแล้วขยะแขยง]
[ประเทศกำลังปราบปรามเรื่องงมงายไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่โจมตีฉู่ลั่วล่ะ? ยังจะให้ฉู่ลั่วมาเข้าร่วมรายการเรียลลิตีอีก]
[ตอนนี้ทำร้ายคนไปแล้ว ยังไม่มีการบล็อกรายการ แถมยังให้พวกเขาไลฟ์อยู่อีก]
[ฉันบอกคนที่อยู่ใกล้ ๆ แล้ว ไม่ให้พวกเขาทำไปแบบนี้แน่นอน]
เกร๊ง
เสียงอุปกรณ์เหล็กกระทบกันดังขึ้น
“ขุดไปถึงแล้วเหรอ?” ทีมงานรายการดูตื่นเต้นมาก
พวกเขารีบขุดดินออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นกล่องเหล็กขนาดใหญ่ใบหนึ่ง
ทุกคนต่างก็มองไปทางฉู่ลั่ว
เฉียวโจวค่อนข้างตื่นเต้น “ที่นี่เหรอ?”
“อืม”
เฉียวโจวทำสัญญาณให้เห็นว่ากล้องเตรียมพร้อมแล้ว
ฉู่ลั่วเดินเข้าไป ในขณะที่กำลังเตรียมจะเปิดฝาอยู่นั้น จี้ไจ่ก็เดินเข้ามา “ผมเองครับ!”
ฉู่ลั่วก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วถอยหลังออกไป
จี้ไจ่เปิดฝาเหล็กนั้น
ฝาเหล็กนั้นมีความหนามาก รูปลักษณ์ภายนอกมีร่องรอยสนิมอยู่ ขอเพียงเปิดฝาออกมาก็จะได้กลิ่นคาวออกมาด้วย
จี้ไจ่ออกแรงเปิดฝา ช่องที่เป็นรูก็ปรากฏออกมา
ข้างในนั้นมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เขามองไปทางฉู่ลั่วอย่างมึนงง
ปลาหยินดวงตาหยางน่าจะเป็นสถานที่ที่มีพลังหยินอยู่เยอะมาก ถึงยังไงก็ไม่ควรจะเป็นสถานที่ที่มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งหนักขนาดนี้
ฉู่ลั่วเอ่ย “ลงไปเถอะ”
ทีมงานเอาเชือกออกมาแล้วพันเข้าที่เอวของจี้ไจ่ หลังจากที่เขาลงไปแล้ว เธอก็ตามลงไปด้วย
กระทั่งคนของทีมงานลงมากันหมดแล้ว ก็เปิดไฟฉายในมือกันทันที
จี้ไจ่เดินไปข้าง ๆ ของฉู่ลั่วแล้วกระซิบถาม “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? พลังหยินของปลาหยินดวงตาหยางทำไมถึงหนักขนาดนี้?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “เดินไปข้างหน้าก่อนแล้วจะรู้เอง”
แต่จี้ไจ่กลับขมวดคิ้ว เดินไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ภาพตรงหน้ายิ่งมืดไปเรื่อย ๆ
แล้วจู่ ๆ ตรงหน้าก็มีประกายแสงจ้า แม้ว่ามันจะริบหรี่ แต่เมื่ออยู่ในช่องที่มืดสนิทนี้กลับส่องสว่างชัดเจน
พอผ่านกำแพงหินไปแล้ว ภาพตรงหน้าก็สว่างขึ้นมา
ทีมงานรายการที่เดิมทีรีบร้อนอยู่ก็เบิกตาโพลง จนแทบจะหยุดลมหายใจไปด้วย
ส่วนความคิดเห็นในระหว่างไลฟ์ก็กลับหยุดชะงักไปเช่นกัน
“นี่สวรรค์เหรอ หรือว่านรก?”
เลนส์กล้องฉายภาพของถ้ำที่ขยายใหญ่ขึ้น ถ้ำแห่งหนึ่งตามธรรมชาติสามารถรองรับคนได้จำนวนหลายพันคนปรากฏขึ้นตรงหน้า
ทางด้านซ้ายของถ้ำเป็นกำแพงสีแดงแวววาว
ทางด้านขวาเป็นแสงสีครามเปล่งประกาย
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือท่ามกลางกำแพงถ้ำมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หนาทึบและลำต้นหนาอยู่ต้นหนึ่ง รอบต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบด้วยพรรณพืชเขียวขจี
“เป็นภาพลวงตาหรือเปล่า?” ไม่รู้ว่าใครเอ่ยปากทำลายความเงียบสงัดภายในถ้ำ
“ไม่ใช่”
ฉู่ลั่วเอ่ยตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เฉียวโจวฟื้นคืนสติจากอาการตื่นตระหนกและรีบเดินไปยังด้านหน้าของฉู่ลั่ว “หางเจียซิ่นอยู่ที่นี่ไหม?”
“ไม่อยู่ค่ะ”
“งั้นตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นปกติใช่ไหม?”
“ปกติ”
เฉียวโจวมองดูภาพเหตุการณ์ที่แบ่งแยกขอบเขตอย่างชัดเจนพร้อมกับกลืนน้ำลาย “นี่มันปกติเหรอ?”
“ค่ายกลแปดทิศตามธรรมชาติย่อมก่อให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์เสมอ โดยเฉพาะปลาหยินดวงตาหยางประสานค่ายกลแปดทิศ น้อยมากที่จะมีอยู่บนโลก”
เธอกล่าวจบก็เดินไปด้านหน้าต่อ
จี้ไจ่เก็บอาการสีหน้าตกตะลึงของตนเอง แต่ลมหายใจถี่ระรัวของเขานั้นเปิดเผยอารมณ์ของเขา “คุณรู้ตั้งแต่แรกแล้ว?”
“ฉันรู้ว่าจะมีปรากฏการณ์ประหลาด แต่ไม่รู้ว่าจะขนาดนี้”
จี้ไจ่ “…”
เขาเลียริมฝีปากด้วยความตื่นเต้น
คนกลุ่มหนึ่งยังคงเดินไปด้านหน้า ยิ่งก้าวขาเข้าไปด้านใน บรรยากาศก็ยิ่งหนาวสะท้าน
คนที่สวมเสื้อผ้าบาง เมื่อพ่นลมหายใจก็จะมีควันสีขาวปรากฏออกมา
“ทำไมถึงหนาวขนาดนี้?”
“หากรู้ตั้งแต่แรกว่าด้านในจะหนาวขนาดนี้ก็ควรให้สวมเสื้อขนเป็ดมาไหม?”
เสียงนี้แผ่วเบามากแต่เมื่ออยู่ภายในถ้ำกลับก้องกังวานและดังสะท้อนอย่างไม่หยุดหย่อน
“เงียบหน่อย”
จี้ไจ่เอ่ยขึ้นกะทันหัน
ทุกคนกลั้นหายใจและนิ่งเงียบ
หลังจากเสียงดังสะท้อนหายไป มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหน้า ราวกับว่าเป็นเสียงของผู้ชายวัยหนุ่ม
มีคนจำเสียงนี้ได้!
“เหมือนว่าจะเป็นเสียงของหางเจียซิ่น”