เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 427 เชื่อหรือเปล่า
บทที่ 427 เชื่อหรือเปล่า
คนในบริเวณนั้นต่างก็ไม่รู้ว่ายันต์พลังหยินคืออะไร
แต่เมื่อได้ยินชื่อนี้ …ก็รู้ว่าไม่ใช่ยันต์ที่ดี
จี้ไจ่ยื่นกระดาษยันต์ให้ฉู่ลั่วก่อนเอ่ยกับคนอื่น “ยันต์พลังหยินนี้ไม่มีผลอะไรมากนัก โดยปกติแล้วจะใช้กับคนที่มีพลังงานหยางอยู่บนร่างกายมากเกินไป”
“แต่สำหรับคนที่มีพลังงานหยินมากเกินไป กระดาษยันต์แผ่นนี้ไม่ต่างจากการเผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัด”
“นับว่ายังโชคดีที่นายยังพกกระดาษยันต์ของฉู่ลั่วติดตัวไว้ด้วย ไม่อย่างนั้น…”
แม้ว่าจี้ไจ่ไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่คนอื่นก็สามารถจินตนาการได้
วิญญาณมากขนาดนั้น ทั้งหมดก็จะกลายเป็นวิญญาณชั่วร้าย หรือแม้ว่าจะไม่ใช่วิญญาณร้าย กระดาษยันต์พลังหยินอะไรนั่นก็จะทำร้ายหางเจียซิ่นใช่หรือไม่?
ด้วยสถานะตัวต้นเรื่อง หางเจียซิ่นเข้าใจในทันที ใบหน้าของเขาพลันซีดเซียว
“ยันต์พลังหยินอะไร? นี่เป็นยันต์ที่ฉันให้ปรมาจารย์วาดให้โดยเฉพาะ ท่านบอกว่ากระดาษยันต์นี้จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์พิเศษ”
ฉู่หร่านรู้สึกโกรธเคืองเล็กน้อย “ปรมาจารย์จี้ไจ่ ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าทำไมคุณต้องช่วยเหลือลั่วลั่ว แต่ฉันจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อกระดาษยันต์สองแผ่นนี้!”
“ฉันเองก็ต้องใช้ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเจียซิ่นและพวกเขา ฉันก็คงไม่หยิบออกไปให้หรอกค่ะ!”
เมื่อเผชิญกับความคับข้องใจของฉู่หร่าน จี้ไจ่ยังคงแสดงสีหน้าปกติ
เขาเอ่ยถามเสียงราบเรียบ “เธอซื้อมาจากปรมาจารย์คนไหน? กระดาษยันต์อันตรายแบบนี้ ปกติแล้วจะไม่ทำการซื้อขายกัน? นี่อาจจะเข้าข่ายอาชญากรรม”
“ฉัน… ฉัน…”
ฉู่หร่านอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดไม่ออก
จี้ไจ่กำลังจะเอ่ยถามอีกครั้ง ผู้จัดการของหางเจียซิ่นก็พาพ่อกับแม่ของเขาเดินเข้ามา
หางเจียซิ่นเก็บสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัวบนใบหน้า เอ่ยคำลากับทุกคนและเดินตรงไปหาผู้จัดการกับพ่อแม่
“ลั่วลั่ว เธอเองก็คิดว่าฉันตั้งใจทำร้ายเจียซิ่นใช่ไหม?” ฉู่หร่านมองฉู่ลั่วอย่างลนลาน
ฉู่ลั่วถือกระดาษยันต์ ก่อนใช้พลังวิญญาณเผาไหม้มันจนกลายเป็นขี้เถ้า “เธอบอกแล้วว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจ”
ฉู่หร่านถาม “แล้วเธอเชื่อหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า สบสายตากับฉู่หร่านพร้อมกับเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ฉันจะเชื่อหรือไม่ สำคัญด้วยเหรอ?”
“ถามตัวเองดู เธอรู้จิตสำนึกของตัวเองดี แม้ว่าคนทั้งโลกจะไม่เชื่อ เธอเองก็ต้องเปิดใจให้กว้าง”
“หากหัวใจของเธอมีเจตนาร้าย แม้ว่าคนทั้งโลกจะเชื่อเธอ แต่เธอเองก็คงจะรู้ดีอยู่แก่ใจ”
สายลมพัดผ่านระลอกหนึ่ง ขี้เถ้าของกระดาษยันต์ล่องลอยไปในอากาศและเลือนหาย
เฉียวโจวพลันขยิบตาให้กับเหยียนอันอี้โดยไม่รอให้ฉู่หร่านพูดอะไร
ด้วยสถานะพิธีกรของเหยียนอันอี้ เขาก้าวเท้าออกมาด้านหน้าโดยไม่ลังเลและหันหน้าพูดกับกล้อง “ทุกคนได้ยินคำพูดของปรมาจารย์ฉู่แล้วใช่ไหมครับ? นี่คือข้อคิดของรายการตอนแรกของพวกเรา”
“รายการตอนแรกของพวกเราก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ เจอกันใหม่ตอนถัดไปครับทุกคน”
ห้องไลฟ์ต่างก็ทยอยปิดลง
หลังจากห้องไลฟ์ทั้งหมดปิดลงแล้ว เฉียวโจวเอ่ยกับแขกรับเชิญทุกคน “อีกเดี๋ยวพวกเราจะพาทุกคนไปยังบ้านขนาดเล็กที่เคยอาศัยอยู่เพื่อเก็บข้าวของ หลังจากนั้นพวกเราจะพักผ่อนกันสองถึงสามวัน”
“การถ่ายทำตอนถัดไปของรายการจะเป็นช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้ เวลาและสถานที่พวกเราจะแจ้งกับทุกคนอีกครั้งครับ”
เฉียวโจวให้ทุกคนขึ้นรถบัสด้วยกัน
ฉู่หร่านเดินอยู่ด้านหลังสุด เธอตามหาช่างกล้องของหางเจียซิ่นและเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่ากระดาษยันต์นั้นจะส่งผลอันตรายต่อเขา ขอโทษด้วยนะคะ”
ช่างกล้องยิ้มพลางกล่าวว่าไม่เป็นไร จากนั้นยังเอ่ยปลอบโยนฉู่หร่านอีกสองสามประโยค
กระทั่งฉู่หร่านเดินจากไป ช่างกล้องตบแผงอกของตนเองด้วยความรู้สึกหวาดผวา เขาหยิบกระดาษยันต์ของฉู่ลั่วออกมาและประสานมือทั้งสองข้างเพื่อบูชา จากนั้นกุมไว้บนอกด้วยความประหม่า
ถือว่ายังดีที่เขานั้นไม่ได้โลภเหมือนกับหางเจียซิ่น!