เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 428 ความรับผิดชอบของลัทธิเต๋า
บทที่ 428 ความรับผิดชอบของลัทธิเต๋า
เมื่อกลับมายังบ้านพัก ฉู่ลั่วกำลังจัดเก็บข้าวของภายในห้องของตนเอง
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอจึงเดินไปเปิดประตู
หางเจียซิ่นและชายหญิงวัยกลางคนสองคนกำลังยืนอยู่ด้านหน้าประตูด้วยสีหน้าอึดอัด
เมื่อพวกเขาเห็นฉู่ลั่ว แต่ละคนต่างก็เข้ามาจับมือของเธอและกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณปรมาจารย์ ขอบคุณปรมาจารย์ เสี่ยวซิ่นบอกกับพวกเราแล้ว ยังดีที่มีท่านปรมาจารย์ เขาถึงสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้”
หางเจียซิ่นเกาท้ายทอยและแสดงท่าทีอับอายเป็นอย่างมาก “ปรมาจารย์ฉู่ ขอโทษด้วยครับ! พ่อแม่ของผมบอกว่าจะต้องมาขอบคุณคุณสักหน่อย”
“เดิมทีผมบอกว่าผมมาคนเดียวก็พอแล้ว แต่พวกเขายืนกรานว่าจะต้องมาให้ได้”
พ่อแม่ของหางเจียซิ่นจ้องเขม็งไปทางลูกชายที่ไม่รู้จักพูดของตนเอง จากนั้นมองฉู่ลั่วด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและกล่าวขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังจากส่งหางเจียซิ่นกับพ่อแม่ของเขาจากไป ฉู่ลั่วกำลังจะเตรียมหันหลังกลับเข้าห้อง ตอนนั้นเองที่เธอเห็นจี้ไจ่
“พวกเราคุยกันหน่อยได้ไหม?”
“อือ”
ฉู่ลั่วเดินตามจี้ไจ่ออกมายังลานกว้างเงียบสงบด้านนอก มองดูภูเขาและต้นหญ้าเขียวขจีที่อยู่ไกลออกไป
มองดูชาวนาที่กำลังตรากตรําทํางานอยู่ภายในทุ่งนาที่ห่างออกไปไม่ไกล
“ฉู่ลั่ว เธอเป็นผู้บำเพ็ญที่มีความสามารถสูงส่ง แต่ด้วยสถานะคนของลัทธิเต๋า แม้แต่กฎขั้นพื้นฐานของลัทธิเต๋าเธอก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ?”
“เธอปลดปล่อยวิญญาณร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า”
“แถมยังเลี้ยงวิญญาณร้ายไว้ภายในบ้าน”
“ฉู่ลั่ว เธอกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่มีทางหวนกลับ”
ภายในน้ำเสียงของจี้ไจ่เต็มไปด้วยความกังวล สีหน้าของเขาจริงจังมากที่สุดตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา
แม้ว่าหางเจียซิ่นจะหายตัวไป สีหน้าของเขาก็ไม่เคยจริงจังขนาดนี้
ฉู่ลั่วตอบเพียง “ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
“เธออาจจะยังไม่รู้ ตอนนี้ทางรัฐบาลได้ตัดสินใจร่วมมือกับลัทธิเต๋าแล้ว ถ้าหากเธอตัดสินใจเรียนรู้กฎของลัทธิเต๋าได้ ฉันจะพาเธอไปแนะนำกับแผนกที่เกี่ยวข้อง”
จี้ไจ่เป็นห่วงฉู่ลั่วด้วยใจจริง
ก่อนหน้านี้เธอเลี้ยงวิญญาณร้ายและปีศาจ ตอนนี้ก็ยังปลดปล่อยวิญญาณร้ายอีก
“พวกเราเป็นคนของลัทธิเต๋า หน้าที่ของพวกเราคือการกำจัดปีศาจและปกป้องลัทธิเต๋า ฉู่ลั่ว เธอเข้าใจไหม?”
เมื่อเขากล่าวจบ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา ภายในมือถือตะกร้าผลไม้และวางลงตรงหน้าพวกเขา
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์ ขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยค้นหากระดูกของอาผม”
“ก่อนหน้าที่ปู่ของผมจะเสียชีวิต เขามักจะตามหาอาคนเล็กของผมอยู่เสมอ ตอนนี้ค้นหาพบแล้ว ในที่สุดพวกผมก็สามารถไปยังหน้าหลุมศพของปู่และบอกข่าวนี้ให้เขารับฟังได้แล้ว”
ผู้ชายที่เอ่ยคำพูดนี้ขอบตาพลันแดงก่ำและเอ่ยขอบคุณอีกครั้งอย่างหนักแน่น
จี้ไจ่ “…”
ชายคนนั้นยังคงกล่าวต่อ “อันที่จริงพวกผมหลายคนอยากจะมาขอบคุณท่านอาจารย์ทั้งสองด้วยตนเอง แต่พวกเขากลัวว่าจะเป็นการรบกวนปรมาจารย์ ดังนั้นก็เลยให้ผมนำน้ำใจมามอบให้กับพวกคุณ”
“ไม่ใช่ของดีอะไรหรอกครับ เป็นลูกท้อพิเศษประจำท้องถิ่นของพวกผม อร่อยมากครับ”
ชายคนนั้นชี้ไปทางคนนับสิบที่ยืนอยู่ด้านนอก มีทั้งคนชราและเด็ก พวกเขาต่างก็กำลังมองมาทางนี้ด้วยความกระตือรือร้น
“พวกผมรู้ว่าปรมาจารย์ไม่ต้องการโดนรบกวน ดังนั้นเลยให้ผมมาเป็นตัวแทน”
“ท่านปรมาจารย์ทั้งสองคนจะต้องรับไว้”
จี้ไจ่ “…”
เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ตัวเองรู้สึกร้อนเล็กน้อย เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะรับลูกท้อเหล่านี้
อีกทั้งยังไม่มีคุณสมบัติมองไปทางคนชราและเด็กเหล่านั้น
เป็นเพราะเขาเอ่ยแนะนำว่าวิญญาณของเด็กไร้เดียงสาเหล่านั้นควรถูกกำจัดให้สิ้นซาก
“พวกเรารับสิ่งของเหล่านี้ไว้แล้ว ส่วนวิญญาณของเด็กเหล่านั้น ผมจะให้คนมาส่งดวงวิญญาณของพวกเขานะครับ”
ฉู่ลั่วเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “นายบอกให้พวกเขาสบายใจได้ พวกเรารู้ว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นบริสุทธิ์ ตราบใดที่ทำการส่งดวงวิญญาณ วิญญาณของเด็ก ๆ เหล่านั้นก็สามารถกลับชาติมาเกิดได้ตามปกติ”
เมื่อชายคนนั้นได้ยินคำพูดนี้ สีหน้ามีความสุขมาก
“ขอบคุณปรมาจารย์ ขอบคุณปรมาจารย์! ผมจะไปบอกพวกเขาเดี๋ยวนี้เลย!”
เขาหันหลังกลับและวิ่งเข้าไปภายในฝูงชนนั้นพลางกระโดดโลดเต้นพร้อมกับกล่าว
หลังจากนั้นไม่นาน คนชราบางคนก็ซาบซึ้งจนคุกเข่าลง บางคนก็สะอื้นไห้พลางเอนซบร่างกายคนที่อยู่ด้านข้าง
ฉู่ลั่วโบกมือให้กับพวกเขา จากนั้นถือตะกร้าลูกท้อเข้าไปภายในบ้านขนาดเล็กพร้อมกับจี้ไจ่
“จี้ไจ่ นายควรครุ่นคิดให้ดี การมีอยู่ของลัทธิเต๋านั้นมีไว้เพื่ออะไรกันแน่?”
“เพียงเพื่อเห็นวิญญาณและปีศาจก็ลงมือกำจัดงั้นเหรอ?”
จี้ไจ่ “…”
เขาหันหน้ากลับไปมองชาวบ้านเหล่านั้นที่กำลังร้องไห้ด้วยความดีใจ
ถ้าหาก…
ถ้าหากเขาทำให้วิญญาณเด็กเหล่านั้นสูญสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน จะเป็นอย่างไร?