เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 430 คู่จิ้นฮวาชูชวี่
บทที่ 430 คู่จิ้นฮวาชูชวี่
ฮั่วเซียวหมิงอ่านความคิดเห็นเหล่านี้ ดูเหมือนว่าจะไม่มีสักความคิดเห็นเลยที่อวยพรให้พวกเขา หรือชื่นชมพวกเขา
เทียบกับรูปก่อนหน้านั้น รูปเหล่านี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามถึงสองครั้ง
ฮั่วเซียวหมิงถือโทรศัพท์ไว้ในมือ ฝ่ามือวางอยู่บนอ่างล้างหน้า กำลังมองตัวเองในกระจก
หลังจากจ้องมองตัวเองในกระจกอยู่นาน เขาถึงได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ และยกมือขึ้นมาลูบใบหน้า เช็ดเอาสีหน้าอึมครึมออกไป ก่อนจะกลับไปยังที่นั่งของตนเองด้วยใบหน้าสงบ
หลังทานมื้อเย็นเสร็จ ฮั่วเซียวหมิงก็ขับรถไปส่งฉู่ลั่วที่บ้าน
ฉู่ลั่วเปิดประตูเตรียมลงจากรถ แต่ฮั่วเซียวหมิงกลับคว้ามือเธอเอาไว้ก่อน
หญิงสาวแรกรุ่นหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ พลางเอียงศีรษะเล็กน้อย
อุณหภูมิบนมือของฮั่วเซียวหมิงไม่สูง เมื่อแตะเข้ากับผิวอบอุ่นของเธอ นิ้วหัวแม่มือของเขาก็อยากจะลูบผิวราวกับหยกนั้นแผ่วเบา แต่เขาก็ควบคุมตัวเองและดึงมือกลับมา
เมื่อเผชิญหน้ากับความสงสัยของฉู่ลั่ว ฮั่วเซียวหมิงก็มองตรงไปข้างหน้าพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “คุณคิดยังไงกับจี้ไจ่คนนั้น?”
ฉู่ลั่วนั่งบนเบาะรถเหมือนเดิม เธอคิดไม่ถึงว่าฮั่วเซียวหมิงจะถามถึงจี้ไจ่
ไม่ได้ยินคำตอบทันที ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว “คำถามนี้ตอบยากเหรอครับ?”
เพราะเกี่ยวข้องกับจี้ไจ่เหรอ?
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ไม่ใช่ แค่กำลังสงสัยว่าทำไมคุณถามถึงเขา”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
“จี้ไจ่เป็นคนมีพรสวรรค์ที่สามารถสร้างได้ เขาแค่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์เก่าของลัทธิเต๋ามากไป ถ้าเกิดว่าเขาสามารถเดินไปบนวิถีการบำเพ็ญของตัวเองได้ เขาก็จะเก่งมากเลยล่ะ”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
เขาหันหน้าหนีเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ “นี่น่ะเหรอความคิดเห็นที่คุณมีต่อเขา?”
ฉู่ลั่วครุ่นคิด “เขาค่อนข้างหัวโบราณ ไม่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็หัวเราะเสียงต่ำ “เข้าไปเถอะ พักผ่อนให้มาก เรื่องในอินเทอร์เน็ตไม่ต้องไปสนใจให้มากนัก”
หลังมองส่งฉู่ลั่วเข้าไปในบ้านแล้ว ฮั่วเซียวหมิงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อ่านความคิดเห็นเหล่านั้น ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ทั้งต่ำและทุ้มว่า “ก็แค่คนที่มีพรสวรรค์ที่สามารถสร้างได้… เท่านั้นเอง”
…
วันต่อมา ฉู่ลั่วถึงได้รู้ว่ากลุ่มคู่จิ้นของเธอถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม
เฉิงยวนหัวเราะคิกคักเกาะอยู่บนไหล่ของฉู่ลั่ว “ท่านเทพธิดาฉู่เจ้าขา… แล้วท่านอวยพรให้คู่จิ้นจีฉู่ หรือว่าสนับสนุนคู่จิ้นฮวาชูชวี่กันล่ะ หืม?”
ฉู่ลั่วกำลังรดน้ำดอกไม้ในสวน ต้นไห่ถังก็เป็นหนึ่งในนั้น ก้านใบกำลังขยายออกอย่างช้า ๆ ใบไม้สีเขียวเป็นมันสั่นไหว สลัดน้ำค้างให้ร่วงหล่นลงมา
มันเต็มไปด้วยไอวิญญาณ ต่างจากดอกไม้อื่นที่อยู่ข้างกัน
ฉู่ลั่วคุกเข่าลงสัมผัสใบไม้สีเขียวที่สั่นไหวของดอกไห่ถัง “ตอนนี้เธอยังแปลงร่างไม่ได้ ทางที่ดีเธอควรอยู่ในรูปลักษณ์เดิมเพื่อดูดซับไอวิญญาณ ถ้าปล่อยให้ไอวิญญาณหายไปเรื่อย ๆ แบบนี้ เธอยังคิดจะแปลงร่างอยู่ไหม?”
ไห่ถังที่ถูกอบรมส่ายใบไม้สีเขียวของตนเองเบา ๆ ไม่รู้ว่ารับปากหรือไม่กันแน่
เฉิงยวนเห็นฉู่ลั่วไม่สนใจตนเอง ก็จงใจขยับเข้าไปใกล้ “ไม่รู้ว่าถ้าฮั่วเซียวหมิงเห็นเข้า ในใจเขาจะคิดอย่างไร?”
ฉู่ลั่วนึกถึงเมื่อคืนวานที่ฮั่วเซียวหมิงถามถึงจี้ไจ่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เพราะเขาเห็นความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตเหรอ?
เฉิงยวนลอยไปตรงหน้าเธอ พลางเลิกคิ้วและซุบซิบว่า “กำลังคิดอะไรอยู่?”
ฉู่ลั่วเห็นสายตาของเฉิงยวนแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เธอก็ลุกขึ้นเดินออกไป
เฉิงยวนยังคงตามเธอมาข้างหลัง ส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด “ฮั่วเซียวหมิงมีนิสัยนิ่ง ๆ แต่ในใจกลับตรงข้าม ต่อให้เขาไม่สบายใจก็คงไม่พูดอะไรกับเจ้า”
“ลั่วลั่ว ถ้าฮั่วเซียวหมิงงอน เจ้าจะง้อเขาหรือไม่?”
หนึ่งคนกับหนึ่งผีเดินออกจากสวนดอกไม้
หัวหว่านก้าวเท้าเดินเข้ามา สีหน้าค่อนข้างตื่นเต้นทีเดียว “คุณหนู มีแขกมาค่ะ ฉันเชิญพวกเขาเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขกแล้ว กำลังจะมาตามคุณหนูพอดีเลยค่ะ”
เฉิงยวนถาม “…เช้าขนาดนี้? นี่ยังไม่แปดโมงเช้าเลยนะ?”
หัวหว่านพยักหน้า “เป็นผู้มีอิทธิพลกลุ่มหนึ่งค่ะ”
“คนมีอิทธิพล? มีอิทธิพลอะไร”
เฉิงยวนได้ยินว่าเป็นคนมีอิทธิพล ก็เกิดความสงสัยใคร่รู้ขึ้นมา เธออยากจะลอยเข้าไป แต่ลอยไปได้ครึ่งทางก็ถูกหัวหว่านดึงชายเสื้อเอาไว้
“อย่าวุ่นวาย เป็นคนมีอิทธิพลจริง ๆ”
เฉิงยวนจริงจังแล้ว
เธอยอมเดินตามหลังฉู่ลั่วกับหัวหว่านแต่โดยดี เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ดึงซ่งเมี่ยวเมี่ยวมาด้วย “จะพาเจ้าไปหาพวกคนมีอิทธิพล”
มาถึงห้องรับแขก ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยคนมีอายุนั่งอยู่บนเก้าอี้ บางคนถือแก้วชาใบเล็กขึ้นมาดื่ม บางคนก็มองไปรอบ ๆ
ทันทีที่ฉู่ลั่วเดินเข้ามา พวกเขาก็พากันลุกขึ้น
ซู่เซี่ยงหยางรีบเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม “เรื่องค่อนข้างกะทันหัน ก่อนจะมาผมได้ส่งข้อความให้คุณแล้ว แต่คุณไม่ตอบกลับ ผมโทรหา แต่คุณก็ไม่รับสาย”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันไม่ได้จับมือถือน่ะค่ะ”
เธอต่างจากวัยรุ่นสมัยนี้ที่โทรศัพท์ไม่สามารถห่างจากร่างกายได้ นอกเสียจากจำเป็นต้องใช้ น้อยครั้งมากที่ฉู่ลั่วจะพกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลา
ไม่ได้บอกกล่าวอะไร ก็พาคนเข้ามาในบ้านของคนอื่นเสียแล้ว นี่เป็นการเสียมารยาทอย่างมาก
ถึงอย่างไรฉู่ลั่วก็เป็นคนของลัทธิเต๋า พวกเขาเคยพบกันมาไม่นาน ซู่เซี่ยงหยางเกรงว่าฉู่ลั่วจะโกรธหรือแสดงสีหน้าไม่พอใจ
ใครจะรู้ว่า ฉู่ลั่วเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เท่านั้น “เดี๋ยวฉันจะให้ช่องทางการติดต่อหัวหว่านกับคุณ เธอเป็นคนคอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้ฉันค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า
เห็นเธอไม่ได้โกรธ เขาก็สบายใจขึ้นแล้ว