เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 431 ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 431 ไม่ได้รับเชิญ
ซู่เซี่ยงหยางเริ่มแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน
“ท่านนี้คือนักธรณีวิทยาแห่งชาติ นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ของประเทศจีน ศึกษาเรื่องตะกอนวิทยา นักวิจัยเซี่ยวฟ่างหมิงครับ”
“ท่านนี้ก็เป็นนักธรณีวิทยาเช่นกัน ชื่อศาสตราจารย์เลี่ยวจวิน”
“ท่านนี้เป็นนักประวัติศาสตร์ โปหง”
“…”
พวกเขาแนะนำตัวทีละคน จนกระทั่งแนะนำตัวเสร็จ ทั้งสองฝ่ายจึงนั่งลง
ในตอนนี้เองหัวหว่านก็เดินเข้ามา กระซิบข้างหูฉู่ลั่วว่า “คุณหนู คุณฉู่หร่านมาค่ะ”
ฉู่ลั่ว “…”
“มีคุณฉู่จิงกับคุณฉู่จ้านมาด้วยค่ะ”
ฉู่ลั่วหันหน้าไปมองทางประตูใหญ่ พลางขมวดคิ้ว
สามพี่น้องมาพร้อมกันแบบนี้ คงไม่ได้จะมาพูดคุยเรื่องดีกับเธออย่างแน่นอน
ซู่เซี่ยงหยางกระซิบถามฉู่ลั่ว “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
“คนตระกูลฉู่มาค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
เรื่องในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้
เสียงกริ่งที่ประตูดังขึ้น หากฉู่ลั่วไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไป พวกเขาก็จะกดอยู่แบบนี้
ฉู่ลั่วบอกเสียงเรียบ “…ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ พาไปรออยู่ที่ลานบ้านข้าง ๆ ฉันเสร็จธุระเมื่อไหร่ ค่อยไปเจอพวกเขาเมื่อนั้น”
หัวหว่านพยักหน้า
สามพี่น้องเข้ามาภายในบ้าน ฉู่หร่านก็มองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอตกใจมาก “ลั่วลั่วมีเงินขนาดนี้เลยเหรอ? วิลล่านี้ ต่อให้เป็นตระกูลฉู่ของพวกเราก็ซื้อไม่ได้”
ไม่ใช่ว่าซื้อไม่ไหว แต่เพราะไม่มีคุณสมบัติพอ
“หัวหว่าน เธอรู้ไหมว่าลั่วลั่วซื้อได้ยังไง? ฉันทำงานอยู่ในตี้จิงมาตั้งนาน ก็อยากซื้อวิลล่าที่นี่เหมือนกัน”
หัวหว่านสีหน้าไร้อารมณ์ “ตระกูลฮั่วออกหน้าให้ค่ะ”
ฉู่หร่านยิ้ม พลางยกมือขึ้นมาปิดปาก “ฉันรู้อยู่แล้วว่าลั่วลั่วต้องไปหาตระกูลฮั่ว ตอนนี้ตระกูลฮั่วร่วมมือกับตระกูลฉู่ของพวกเราหลายโครงการ ต้องช่วยจัดการให้ลั่วลั่วอยู่แล้ว”
หัวหว่านทำปากคว่ำ และหัวเราะเยาะออกมา “คุณฉู่หร่านอาจจะไม่เข้าใจนะคะ ตระกูลฮั่วยอมร่วมมือกับตระกูลฉู่ เพราะเห็นแก่หน้าคุณหนูของพวกเราต่างหาก”
“หากคุณฉู่หร่านไม่เข้าใจ ก็ควรเข้าอินเทอร์เน็ตบ้างนะคะ! ชาวเน็ตวิเคราะห์กันตั้งมากมาย คุณฉู่หร่านน่าจะเห็นแล้ว! ขนาดชาวเน็ตยังรู้ ว่าเดิมทีตระกูลฮั่วไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับตระกูลฉู่ด้วยซ้ำไป”
ฉู่หร่านชะงักไปหลายวินาที แต่มุมปากยังมีรอยยิ้ม “เป็นเธอคิดแบบนี้ หรือลั่วลั่วที่คิดแบบนี้ล่ะ?”
หัวหว่านพาพวกเขาเดินเข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว เธอผลักประตูเปิดออก และบอกกับพวกเขาว่า “ทั้งสามท่านรอตรงนี้ก่อน คุณหนูพบแขกเสร็จแล้วถึงจะมาพบพวกคุณค่ะ”
วิลล่าสไตล์จีนร่วมสมัย มีแสงส่องสว่าง สถาปัตยกรรมมีความเป็นศิลปะ นอกหน้าต่างเป็นสวนดอกไม้พอดี ทิวทัศน์งดงามมาก
หัวหว่านยกน้ำชาและของว่างมาให้พวกเขา “ทั้งสามท่านรออยู่ตรงนี้นะคะ”
เธอหันหลังจะเดินจากไป แต่ก็ถูกฉู่หร่านรั้งไว้ก่อน และเอ่ยถามว่า “ลั่วลั่วจะเสร็จธุระตอนไหน? จะให้พวกเรารอไปตลอดไม่ได้หรอกนะ!”
“พี่รองกับพี่สามมาบ้านเธอเป็นครั้งแรก เธอไม่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเองก็ไม่เท่าไหร่ แต่จะให้พวกเรารอไปตลอดไม่ได้! ต่อให้พวกเราเป็นแขกธรรมดา ก็ไม่ควรให้แขกต้องรอแบบนี้”
หัวหว่านมองฉู่หร่านด้วยแววตาเรียบเฉย “ทั้งสามท่านเป็นแขกเหรอคะ? มาแบบไม่ได้รับเชิญ เจ้าของบ้านยังไม่ทันต้อนรับ เรียกว่าเป็นแขกเหรอคะ?”
ฉู่จ้านลุกขึ้นมาทันที “ฉู่ลั่วสอนเธอมาแบบนี้เหรอ!? เธอรับเงินเดือนจากตระกูลฉู่ของเรา แต่ปฏิบัติกับคนตระกูลฉู่อย่างพวกเราแบบนี้เนี่ยนะ”
“ฉันได้เงินเดือนจากคุณหนูของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลฉู่เลย”
ฉู่จ้านหัวเราะเยาะ “ถ้าตระกูลฉู่ของพวกเราไม่ให้เงินฉู่ลั่ว ฉู่ลั่วจะมีเงินเดือนให้เธอไหม? เธอจะซื้อวิลล่าที่ดีขนาดนี้ได้ไหม?”
ฟังมาถึงตรงนี้ สีหน้าของหัวหว่านก็เปลี่ยนไปแล้ว
เธอมองไปทางฉู่จ้านด้วยสายตาเหยียดหยัน “เงินของตระกูลฉู่เหรอคะ? ตระกูลฉู่ให้เงินเท่าไหร่ พวกคุณรู้ดีอยู่แก่ใจใช่ไหม? ฉันเคยเห็นความเน่าเฟะในโลกมาเยอะ แต่ไม่เคยเห็นเลยว่าคุณหนูตระกูลร่ำรวยตระกูลไหนที่ถูกไล่ออกจากบ้านจนต้องไปร่อนเร่อยู่ข้างถนน”
“แล้วยังมีหน้ามาพูดเรื่องให้เงินอีกเหรอ? พวกคุณกล้าพูด แต่ฉันได้ยินแล้วอายแทน”
“อย่ามาทำตัววางอำนาจในที่ของคุณหนูของพวกเรา อยากรอก็รอ ไม่อยากรอก็กลับไปตอนนี้ได้เลยค่ะ มันรบกวน”
พูดจบ หัวหว่านก็เดินจากไปไม่หันกลับมาอีกเลย ราวกับว่าหากอยู่กับคนพวกนี้นานอีกนิด เธอคงอึดอัดมาก
ฉู่จ้านในฐานะคุณชายของตระกูลฉู่ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้ใส่มาก่อน
นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนอื่นสั่งสอนแบบนี้
สีหน้าของเขาย่ำแย่เป็นอย่างมาก “สมกับที่เป็นคนของฉู่ลั่ว น่ารังเกียจพอกันกับเจ้านาย!”
“พี่สาม พี่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ! ลั่วลั่วเธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนะ”
“ไม่รู้เหรอ ฉันคิดว่ายัยนั่นแหละเป็นคนสอน”
ฉู่จิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาถูนิ้วบนขอบแก้วอย่างไม่รู้ตัว ไม่ได้สนใจอีกสองคนที่กำลังทะเลาะกันเลย
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็มองไปที่มุมหนึ่งด้วยความสงสัย เขาจับจ้องไปยังบริเวณนั้นไม่ละสายตา
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอนคอ “…เขามองเห็นพวกเราหรือเปล่าคะ”
เฉิงยวนกอดอก “ไม่หรอก เขาไม่ได้เบิกดวงตา แต่ว่าเขาเคยไปในสถานที่ที่มีพลังหยิน ก็อาจจะได้รับผลกระทบมาเล็กน้อย”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวโล่งใจ เธอหลบอยู่ด้านหลังของเฉิงยวนด้วยความระมัดระวัง “หนูรู้สึกว่าสายตาของเขาน่ากลัว”
เฉิงยวนลูบผมของซ่งเมี่ยวเมี่ยว “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ! ยังไงที่นี่ก็มีแต่เสียงหมาเห่า ไม่มีอะไรน่าฟัง”