เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 434 โทษตัวฉันเอง
บทที่ 434 โทษตัวฉันเอง
“ลั่วลั่ว…”
ฉู่หร่านเตรียมตัวจะพูด ก็ได้ยินฉู่ลั่วพูดตัดบทอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ถ้าเป็นคำพูดไร้สาระก็ไม่ต้อง”
ฉู่หร่าน “…”
“ฉู่ลั่ว เธอพูดกับหร่านหร่านแบบนี้ได้ยังไง หร่านหร่านเป็นพี่สาวเธอนะ!”
“หัวหว่าน ส่งแขก… แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตีนเขาด้วย ต่อไปถ้าเป็นแขกของบ้านฉัน ต้องได้รับอนุญาตจากฉันก่อนถึงจะเข้าออกได้”
ครั้งนี้ที่พวกฉู่หร่านเข้ามาได้เพราะมาในนามคนในครอบครัว
หากอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ คนทั้งประเทศต่างก็รู้แล้วว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน
บวกชื่อเสียงดาราของฉู่จิงกับฉู่หร่าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงให้พวกเขาขึ้นมาบนเขา
ฉู่จิงยืนขึ้นพูดเสียงทุ้มว่า “ฉู่ลั่ว เธออย่าทำเกินไปนักนะ”
ฉู่หร่านกับฉู่จ้านมองพี่ชายรองเป็นตาเดียว ก่อนจะหันมาหาฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วจ้องพี่ชายรองกลับ “แล้วฉันไปทำอะไรให้พวกคุณรู้สึกว่าฉันทำเกินไปล่ะ”
“เธอไม่ต้องแสร้งทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ที่นี่ หร่านหร่านถูกด่าในโลกออนไลน์ เป็นฝีมือเธอไม่ใช่เหรอ?” ฉู่จิงหัวเราะเยาะ “เธออยากให้พวกเราทั้งตระกูลขอโทษเธอ และเชิญเธอกลับไปใช่ไหม? ตอนนี้พวกเรามาแล้วไง เธอไม่ต้องเสแสร้งแล้ว”
เขาพูดจบ ฉู่หร่านก็ทำหน้าเสียใจ ส่วนฉู่จ้านก็มีสีหน้าโกรธเคือง
ทั้งสามคนมองฉู่ลั่วเป็นตาเดียว
ในขณะที่ฉู่ลั่วเหลือบมองหัวหว่าน
หัวหว่านหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาท่าทางเหนื่อยหน่าย เธอกดเข้าไปในแอ็กเคานต์ของฉู่หร่าน ก็เห็นว่าใต้ความคิดเห็นในเวยปั๋วของเธอมีแต่คำด่าทอ
[เธอคิดจะทำร้ายพี่ชายของพวกเราใช่ไหม! ดอกบัวขาวอะไรกัน เธอมันแพศยามากกว่า!]
[ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เจียซิ่นของพวกเราจะเจอเรื่องโชคร้ายขนาดนี้ไหม? นังปีศาจร้าย!]
[ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนหน้าด้านเท่าเธอมาก่อน เธอทำร้ายเจียซิ่นไม่พอ ยังเอายันต์พลังหยินให้เจียซิ่นอีก เธอมันฆาตกร!]
[ฉู่ลั่วมีแก่ใจอยากจะช่วยคน มีแต่เธอนั่นแหละที่เอาแต่วุ่นวายอยู่ได้ ไม่รู้จะยุ่งอะไรนักหนา]
[ในที่สุดก็ได้เห็นดอกบัวขาวตัวท็อปของวงการบันเทิงแล้ว]
[ของปลอมก็คือของปลอม ไม่มีทางเทียบกับลูกสาวตัวจริงได้หรอก]
[ไสหัวออกไปจากวงการบันเทิงซะ!]
[นางปีศาจร้าย!]
[ไสหัวออกไป]
ชาวเน็ตไร้สติมักจะเป็นคนกลุ่มนั้นเสมอ ตอนที่ฉู่ลั่วถูกด่า พวกเขาตัดต่อภาพขาวดำของฉู่ลั่ว และด่าทอเช่นกัน
ตอนนี้ถึงคราวของฉู่หร่าน พวกเขาก็ทำแบบเดียวกัน
รูปภาพขาวดำ คำด่าทอ ความรุนแรงทางอินเทอร์เน็ต ไม่มีน้อยกว่ากันเลย
เมื่อเห็นความคิดเห็นเหล่านี้ หัวหว่านก็รู้สึกมีความสุขมาก เธอเหลือบมองฉู่หร่านนิ่ง ๆ พร้อมรอยยิ้มในแววตา ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือให้ฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วกวาดตามองแวบเดียวก็ดึงสายตากลับมา “ฉันไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้น”
ฉู่หร่านกลับพูดอย่างเสียใจว่า “แล้วทำไมพวกเขาถึงด่าฉันล่ะ?”
ฉู่ลั่วตอบโดยไม่มอง “พวกเขาก็บอกเหตุผลชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ? เพราะเธอทำร้ายหางเจียซิ่นไง”
“แต่ฉันไม่ได้ทำร้ายเจียซิ่นนะ!” ฉู่หร่านมองตาฉู่ลั่ว พูดเสียงเบาว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”
“เธอบอกฉันก็ไม่มีประโยชน์ ไปบอกพวกเขาสิ”
ฉู่จิงลุกขึ้นมาพูดแทรกฉู่ลั่ว “แค่เธอโพสต์ข้อความในเวยปั๋วหนึ่งข้อความ บอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหร่านหร่าน หวังว่าชาวเน็ตจะไม่สร้างความรุนแรงทางอินเทอร์เน็ตใส่เธอ”
เขาพยายามทำน้ำเสียงขอร้องฉู่ลั่ว
“เพื่ออะไร?”
“ถ้าเธอไม่ได้อยู่เบื้องหลังกองทัพชาวเน็ตไร้สติพวกนี้ ทำไมเธอถึงไม่กล้าโพสต์เวยปั๋วล่ะ?” ฉู่จิงถามกลับ “ฉู่ลั่ว ฉันรู้ว่าเธอเกลียดหร่านหร่าน เธอคิดว่าหร่านหร่านแย่งฐานะลูกสาวตระกูลฉู่ของเธอไป แต่ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ”
“หร่านหร่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่เด็กทารก เธอไม่มีความสามารถพอที่จะเลือก”
“เธออย่าโทษหร่านหร่านเพราะความโชคร้ายของตัวเอง!”
ฉู่ลั่ววางแผนที่ลงช้า ๆ ก่อนลุกขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ และเดินไปตรงหน้าฉู่จิงทีละก้าว ทีละก้าว
ฉู่จิงสูงกว่า เธอจึงเงยหน้าขึ้นส่งสายตาเย็นชาและห่างเหินไปให้ ในแววตายังมีความรู้สึกเย้ยหยันอยู่ด้วย
“คุณบอกฉันว่าอย่าโทษเธอเพราะโชคร้ายของตัวเอง ถ้าอย่างนั้นคุณอยากให้ฉันโทษใคร?”
“โทษตัวฉันเองใช่ไหม?”
“โทษที่ฉันโชคร้ายเอง ที่ถูกสลับตัวตั้งแต่ยังเป็นทารก”
“โทษว่าฉันโชคร้าย ที่ถูกตามตัวกลับมาตอนอายุยี่สิบกว่าปี แต่พ่อแม่ไม่เอ็นดู พี่ชายไม่รักเหรอ?”
“โทษว่าตัวเองโชคร้ายทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับถูกพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองสงสัย ใช่ไหม?”
ปกติฉู่ลั่วเป็นคนพูดน้อยมาก
โดยทั่วไปแล้วจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างด้วยท่าทางเรียบเฉย
แต่ตอนนี้ เธอพูดออกมาแล้ว
ฉู่จิงอ้าปากค้าง ก่อนจะปิดปากลง
ต่อให้เขาเลวแค่ไหน ก็ไม่อาจพูดออกไปได้ว่า ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของฉู่ลั่ว
เธอก็เป็นผู้บริสุทธิ์เช่นกัน
แต่หากเทียบระหว่างฉู่หร่านกับฉู่ลั่ว เขาต้องยืนอยู่ข้างหร่านหร่านแน่นอน