เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 433 แขกที่เกรงใจกับไม่เกรงใจ
บทที่ 433 แขกที่เกรงใจกับไม่เกรงใจ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่รบกวนท่านปรมาจารย์แล้ว”
“เรียกปรมาจารย์ฉู่อะไรกัน เรียกปรมาจารย์ฉู่ดูห่างเหินไปแล้ว เรียกว่าสหายน้อยฉู่เหมือนที่พวกคุณซูคุณอวี๋เรียกดีกว่าไหม”
“ถ้าตามที่ทุกคนบอก เรียกสหายน้อยฉู่ก็ดูห่างเหินไป เรียกหนูลั่ว แบบนี้ดูสนิทสนมขึ้นมาหน่อย”
“หนูลั่วก็ฟังดูดี”
“หนูลั่ว เอกสารพวกนี้เธอมีเวลาว่างแล้วค่อยดูแล้วกันนะ” เซี่ยวฟ่างหมิงพูดพลางถอนหายใจ “ฉันอายุขนาดนี้แล้ว ไม่รู้เลยว่าจะตายเมื่อไหร่ ก็ไม่ได้มีความปรารถนาอื่นหรอกนะ แค่อยากเห็นสถานที่มหัศจรรย์ที่เป็นของขวัญจากธรรมชาติเท่านั้น”
“เฮ้อ! ฉันศึกษาประวัติศาสตร์มาทั้งชีวิต มีเพียงยุคสมัยของราชวงศ์เว่ยและจิ้นที่ยังรบกวนจิตใจของฉัน เหตุการณ์ที่ชนเผ่านอกด่านห้าชนเผ่าอพยพมาที่จงหยวน*[1] ยังไงล่ะ! สมบัติล้ำค่าของจงหยวนสูญหายไปตั้งเท่าไหร่!”
“แค่ก แค่ก แค่ก!” คนใหญ่คนโตที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับชีววิทยาเอามือปิดปากและไอออกมาหลายครั้ง “ประเทศเรามีสัตว์หายากตั้งมากมาย แต่ต่างประเทศกลับบอกว่าพวกเราแต่งเรื่องขึ้นมา หากไม่สามารถแก้ไขรายชื่อสัตว์เหล่านั้นได้ตอนที่ยังมีชีวิต ก็น่าเสียดายแล้ว! แค่ก แค่ก แค่ก!”
ฉู่ลั่ว “…”
หลังเธอเห็นคนใหญ่คนโตแต่ละคนเปลี่ยนเป็นโศกเศร้า และร่างกายอ่อนแอขึ้นมาในชั่วพริบตา ก็ทำได้เพียงสูดลมหายใจ บังคับให้ตัวเองยิ้มออกมา “ฉันจะดูให้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนหนูลั่วแล้ว”
“หนูลั่วยังมีแขกอยู่ พวกเราไม่รบกวนแล้วละ”
“หนูลั่วถ้ามีเบาะแสอะไร ต้องติดต่อมาหาพวกเราทันทีเลยนะ! นี่คือช่องทางการติดต่อของพวกเรา เธอบันทึกเอาไว้ แล้วโทรมาได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“ใช่ ใช่ ใช่ บันทึกทุกช่องทางการติดต่อไว้เลย”
ฉู่ลั่วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเบอร์โทรศัพท์และวีแชตของคนใหญ่คนโตเหล่านี้ไว้
ก่อนออกมาส่งพวกเขาที่หน้าบ้านด้วยตัวเอง เมื่อเห็นทุกคนขึ้นรถไปแล้ว จึงหันมาหาซู่เซี่ยงหยาง
เธอไม่พูดอะไรเลย
ซู่เซี่ยงหยางหัวเราะแห้ง “ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเขาจะเอาข้อมูลมาเยอะขนาดนั้น”
ฉู่ลั่วถอนหายใจพลางนวดหน้าผากเบา ๆ “ฉันต้องบำเพ็ญพลังวิญญาณนะคะ”
ข้อมูลเหล่านั้น ต่อให้เธอไม่กินไม่นอนไม่บำเพ็ญ ก็ไม่รู้ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะอ่านจบ!
ซู่เซี่ยงหยางพูดอย่างไม่มั่นใจ “ที่จริงในองค์กรศักดิ์สิทธิ์ก็มีคนมีความสามารถอยู่เยอะ ตอนนี้คุณเป็นเจ้านิกาย คุณให้พวกเขาช่วยได้นะครับ”
ฉู่ลั่วมองเขา “นี่คือเป้าหมายของคุณสินะ”
“คุณไม่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเจ้านิกายเลย ตอนนี้คุณสามารถสั่งการองค์กรศักดิ์สิทธิ์ได้ บางเรื่องถ้าต้องร่วมมือกันทำ คุณก็จะได้ยกระดับการทำงานร่วมกันเป็นทีมให้สูงขึ้นได้” ซู่เซี่ยงหยางเอ่ยเตือน
ฉู่ลั่ว “…”
เมื่อส่งผู้บัญชาการซู่ไปแล้ว เธอก็ครุ่นคิดก่อนจะเดินกลับเข้าไป
แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงโกรธเคืองดังขึ้นมา “ฉู่ลั่ว ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจงใจปล่อยพวกเราทิ้งไว้ ทั้งที่เธอก็ดูว่างขนาดนี้!?”
ฉู่จ้านพุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วด้วยความโกรธ และหัวเราะอย่างเย็นชา
ฉู่ลั่วเก็บอารมณ์ พลางมองพี่ชายสามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฉู่จิงกับฉู่หร่านเองก็เดินตามเข้ามา
ฉู่จ้านเห็นพวกเขา ก็เชิดคางขึ้น “บอกแต่แรกแล้ว เธอมีแขกที่ไหนกันล่ะ ตั้งใจจะทำให้พวกเราลำบากต่างหาก อยากทำให้พวกเราลำบากใจสินะ!”
ฉู่หร่านก้าวออกมา “ลั่วลั่ว พี่รองกับพี่สามมาหาเธอ ทำไมเธอถึงทิ้งให้พวกเรารอเก้อแบบนี้ ถ้าไม่พอใจกัน ก็พูดออกมาตรง ๆ เลยสิ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
เธอทำสีหน้าผิดหวัง
ฉู่ลั่วมองพวกเขา “เข้าไปคุยข้างในเถอะ”
เธอเดินเข้ามาในห้องรับแขก พวกฉู่หร่านก็ตามเข้ามาเห็นหัวหว่านกำลังเก็บแก้วน้ำชา บนโต๊ะยังมีของว่าง ผลไม้ กับเอกสารวางอยู่เต็มโต๊ะ
เห็นแวบเดียวก็รู้ว่ามีแขกมา และไม่ใช่จำนวนน้อยเลยด้วย!
ฉู่จ้านเม้มปาก “เธอมีแขกก็บอกพวกเราให้ชัดเจนสิ! จะทำลับ ๆ ล่อ ๆ ทำไม?”
ฉู่ลั่วเมินคนพูดไม่รู้เรื่อง เธอนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบแผนที่เล่มหนึ่งขึ้นมาดู “พูดมา มาหาฉันมีเรื่องอะไรจะใช้งาน?”
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? พวกเรามาหาเธอ ต้องมีเรื่องอะไรด้วยเหรอ?” ฉู่จ้านโกรธมาก
ฉู่ลั่วพลิกแผนที่ดู “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็เงียบหน่อย”
ฉู่จ้าน “…”
ฉู่หร่านที่อยู่ด้านข้างดึงฉู่จ้านเบา ๆ “พี่สามอย่าทะเลาะกับลั่วลั่วเลยค่ะ มีพี่ชายที่ไหนโกรธน้องสาวแบบนี้บ้าง!”
แค่ฉู่หร่านอ้อน ความโกรธของฉู่จ้านก็หายไปแล้ว
เขาพูดกับฉู่ลั่วเสียงต่ำว่า “ถ้าเธอรู้ความได้สักครึ่งหนึ่งของหร่านหร่าน ตระกูลฉู่ของพวกเราคงไม่วุ่นวายแบบนี้!”
ฉู่ลั่วยังคงก้มหน้าก้มตา สายตาจับจ้องไปยังแผนที่พร้อมพูดโดยที่ไม่เงยหน้า “ยังไม่พูดธุระอีกเหรอ? ถ้าไม่พูด ก็ส่งแขกเลยแล้วกัน”
ฉู่จ้าน “…”
ฉู่หร่าน “…”
ฉู่จิง “…”
ทั้งสามคนไม่คิดเลยว่าฉู่ลั่วจะเย็นชาขนาดนี้ ถึงกับไล่พวกเขาออกไป
[1] จงหยวน 中原แปลตรงตัวคือ “ที่ราบภาคกลาง” หมายถึงพื้นที่ภาคกลางของจีน ระหว่างแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซีเกียง ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ระหว่างมณฑลซ่านซี เหอหนาน หูเป่ย อันฮุย และชานตง เป็นดินแดนชาวฮั่นในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมของจีนมาแต่ยุคโบราณ