เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 448 โชคไม่ดี
บทที่ 448 โชคไม่ดี
บนเนินเขาเล็ก ๆ นั้นมีเพียงกระท่อมหลังหนึ่งที่ดูธรรมดามาก และมีไผ่เขียวปลูกอยู่ที่หน้ากระท่อม
ในค่ำคืนที่มืดมิดนี้ ไผ่เขียวที่สลับซับซ้อนเกิดเป็นภาพที่ดูแปลกประหลาด
ร่างที่ดูคุ้นเคยยืนอยู่ด้านหลังไผ่เขียวเหล่านั้น กำลังมองฉู่ลั่วพร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัย
ฉู่ลั่วเองก็มองทะลุไผ่เขียวไปยังร่างนั้นแบบไม่ยินดียินร้าย
ผ่านไปสักพัก แสงจันทร์อันหนาวเหน็บก็สาดแสงทะลุผ่านม่านเมฆหนาทึบลงมาที่พื้น
แสงสีเงินดูเย็นชานั้นสาดทะลุป่าเขาลำเนาไพร
“สหายน้อยฉู่ ไม่เจอกันนานเลยนะ”
ฉู่ลั่วเดินขึ้นหน้าไปทีละก้าว ผ่านป่าไม้ไผ่เขียวไปยืนสบตากับเขาภายใต้แสงจันทร์ที่แสนเยือกเย็น
“สหายน้อยฉู่ เธอสังเกตไหมว่าที่นี่มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ทีเดียว?” นักพรตเต๋าชื่อหยางมองไปรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ “รู้สึกได้หรือยัง? พลังวิญญาณที่อุดมสมบูรณ์นี้เป็นสถานที่บำเพ็ญที่มีน้อยมากในโลกนี้เลยนะ”
“ผู้บำเพ็ญที่ได้มาบำเพ็ญเพียรที่สถานที่แห่งนี้ เรียกได้ว่าจะพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเชียวล่ะ”
ฉู่ลั่วไม่ได้มีท่าทีหวั่นไหวใด ๆ เลย “คุณช่วยชิวม่านทำร้ายผู้คน บดบังลิขิตสวรรค์ใช่ไหม?”
“ชิวม่าน? ไม่รู้จักนะ” ชื่อหยางปัดฝุ่นตามตัว “หลายปีมานี้มีคนมาเชิญฉันไปเยอะมาก ฉันเองก็จำทุกคนไม่ไหวหรอก ดูจากท่าทีของเธอแล้ว คำขอของผู้หญิงคนนั้นคงจะสำเร็จแล้วสินะ”
เขาค่อนข้างภูมิใจ “ฉู่ลั่ว เธอเองก็เห็นความสามารถของฉันแล้ว ขอเพียงแค่ฉันต้องการ ฉันก็สามารถบดบังลิขิตสวรรค์ได้”
“เธอมีวิธีที่จะเพิ่มพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว ฉันมีความสามารถในการบดบังลิขิตสวรรค์”
“สหายน้อยฉู่ ขอเพียงเราร่วมมือกัน ความรุ่งโรจน์ก็จะไม่ใช่แค่ความฝัน”
เขามองพลังวิญญาณบนตัวของฉู่ลั่วด้วยความโลภและอิจฉา
เมื่อเทียบกับตอนที่เจอกันครั้งที่แล้ว ตอนนี้พลังวิญญาณของเธอยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นอีก!
การเพิ่มขึ้นของพลังวิญญาณแบบนี้ นอกจากมีพรสวรรค์แล้ว จะต้องใช้ช่องทางไม่ธรรมดาด้วยแน่นอน
ฉู่ลั่วจะต้องเป็นเหมือนกับเขาแน่ ๆ ที่ใช้การเพิ่มพลังวิญญาณแบบพิเศษ
เขารอคอยการตอบรับอย่างภาคภูมิใจ แต่รออยู่เป็นเวลานานแล้วก็ไม่ได้คำตอบจากฉู่ลั่วเลย จึงมองไปอย่างสงสัยแต่กลับเห็นว่าในสายตาของเธอมีรอยยิ้มดูถูกปรากฏอยู่ในนั้น
“ยิ้มอะไร?”
“ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ ทำไมต้องบดบังลิขิตสวรรค์ด้วยล่ะ” ฉู่ลั่วมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง “คุณรู้ไหมว่าการที่คุณช่วยบดบังลิขิตสวรรค์ให้คนพวกนั้นมันจะเกิดผลที่ตามมาแบบไหน?”
เธอเล่าถึงความเจ็บปวดที่เหิงหว่านไป๋ได้รับก่อนและหลังความตาย เล่าความคับข้องใจที่พ่อแม่ของเธอได้รับ และเล่าเรื่องผู้บริสุทธิ์อย่างสองแม่ลูกจินเสี่ยวหลวนที่หลังจากตายแล้วก็ยังคงถูกกักขังอยู่
“พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ต้องได้รับความทรมานเพราะความเห็นแก่ตัวของคนบางคน นี่คือการบำเพ็ญของคุณเหรอ?”
ทั้งเหิงหว่านไปและสองแม่ลูกจินเสี่ยวหลวนต่างไม่ใช่คนที่มีอายุสั้น มันมีความพลิกผันเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรที่จะตายก่อนวัยอันควร และไม่ควรจะได้รับความทรมานหลังจากที่ตายไปแล้วด้วย
ชื่อหยางฟังเรื่องเหล่านี้ แล้วสีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย เพียงพูดออกมา “คนที่ต้องการจะฆ่าพวกเขาไม่ใช่ฉันสักหน่อย ก็แค่เอาเงินมาใช้แก้ปัญหา คนที่ลงมือฆ่าพวกเขาก็ไม่ใช่ฉันด้วยเหมือนกัน”
“บาปกรรมมันไม่ได้มาตกอยู่ที่ฉันนี่”
เขาพูดอย่างไม่สนใจ “ถ้าจะโทษก็โทษมาไม่ถึงตัวฉันหรอก ทำได้แค่โทษที่พวกเขาโชคไม่ดี ไปทำให้ใครเขาไม่พอใจเข้า”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “งั้นคุณก็โทษคนอื่นไม่ได้แล้วล่ะ”
ชื่อหยาง “…”
เธอยกมุมปาก “คงทำได้แต่โทษที่ตัวเองโชคไม่ดี… มาเจอฉันเข้า”
ทันทีที่สิ้นเสียง พลังวิญญาณดุร้ายก็พุ่งเข้าหาชื่อหยาง เขายกมือขึ้นป้องกันไว้ แล้วในชั่วพริบตาก็ถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ไป
เขาถอยหลังครูดไปหลายก้าว กล้ำกลืนก้อนเลือดลงคอ
“ทำได้ยังไงกัน? ทำไมพลังวิญญาณของเธอถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ล่ะ?”
ครั้งที่แล้วที่เขาประมือกับฉู่ลั่ว เธอยังต้องพึ่งยันต์มาสู้เอาชนะเขาอยู่เลย
แต่ว่าครั้งนี้ เธออาศัยแค่พลังวิญญาณอย่างเดียวเท่านั้นก็สามารถข่มขวัญเขาได้แล้ว
“บำเพ็ญไง”
“เป็นไปไม่ได้! อาศัยแค่บำเพ็ญอย่างเดียวจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง!” ชื่อหยางมองฉู่ลั่วอย่างตกใจปนละโมบ “เธอจะต้องมีวิธีพิเศษอะไรแน่ ๆ บอกฉันมานะ! ฉู่ลั่ว บอกฉันมาว่าเธอพัฒนาพลังวิญญาณด้วยวิธีไหนกันแน่? เธอจะต้องมีวิธีสิ ใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วไม่พูดอะไร ที่นิ้วของเธอทำการรวบรวมพลังวิญญาณอีกครั้ง แล้วบินไปแตะเข้าที่หน้าผากของชื่อหยาง
ชื่อหยางล้มลงไปกับพื้น แต่สายตากลับยังคงมองมาทางฉู่ลั่วอย่างงุนงง ปากก็พล่ามไป “ฉู่ลั่ว บอกฉันมา บอกฉันมาว่าเธอมีวิธีเพิ่มพลังวิญญาณยังไง”
ฉู่ลั่วเดินไปตรงหน้าเขาพลางก้มมองจากมุมสูง “ฉันบอกไปแล้วว่าฉันบำเพ็ญ”
“เป็นไปไม่ได้! บนโลกมนุษย์มันขาดแคลนพลังวิญญาณ เธอจะเพิ่มพลังวิญญาณได้มากมายขนาดนี้ภายในเวลาอันสั้นได้ยังไงกัน! ใช้วิธีไหนกันแน่?”
เขาตะคอก
แต่ฉู่ลั่วกลับเมินเฉยแล้วเดินไปรอบ ๆ กระท่อม เมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติจึงหยิบมือถือออกมาต่อสายหาซู่เซี่ยงหยาง