เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 450 เข้าใจสถานการณ์โดยรวม
บทที่ 450 เข้าใจสถานการณ์โดยรวม
ชิงหยางเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา “นายออกจากลัทธิเต๋าไปนานคงไม่รู้ว่าลัทธิเต๋าร่วมมือกับรัฐบาลแล้ว สำหรับคนของลัทธิเต๋านั้นมีกฎหมายแยกต่างหาก”
ชื่อหยางค่อย ๆ นั่งหลังตรงและเก็บสีหน้าเหยียดหยาม “นายพูดอะไร?”
ชิงหยาง “…”
ชื่อหยางพลันรีบลุกขึ้นและตรงไปด้านหน้าของชิงหยาง “พวกนายประนีประนอมกับพวกคนธรรมดาเหล่านั้นอีกแล้วใช่ไหม?”
“ทำไมกัน? แม้แต่การบำเพ็ญตบะพวกเขาก็ไม่สามารถทำได้ ทำไมต้องปฏิบัติตามกฎของพวกเขาด้วย?”
“พวกนายทำให้ลัทธิเต๋าแปดเปื้อนมลทิน”
ชิงหยางมองชื่อหยางที่กำลังโกรธเคืองพลางส่ายหน้า “ชื่อหยาง นักบำเพ็ญตบะและคนทั่วไปไม่มีอะไรแตกต่างกัน ทุกสรรพสิ่งเกิดมาพร้อมจิตวิญญาณ คนเราเท่าเทียมกัน”
“นายถูกมารครอบงำแล้ว”
ภายในห้อง ชื่อหยางแผดเสียงคำรามดังก้องและก่นด่าสาปแช่ง
แม้กระทั่งลงไม้ลงมือ…
ชื่อหยางและเขาต่อสู้กันไปมา ภายใต้การควบคุมของยันต์ทำให้การต่อสู้ของทั้งคู่ไม่ส่งผลกระทบต่อโลกภายนอก
ซู่เซี่ยงหยางมองดูศิษย์พี่และศิษย์น้องทั้งสองคนชกต่อยกัน จากนั้นก็หันหน้ามองฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับเอ่ยเตือน “อีกเดี๋ยวนักพรตชิงหยางออกมาแล้วอาจจะพูดคำพูดไม่น่าฟังสองสามประโยค”
ฉู่ลั่วเอ่ย “นักพรตชิงหยางไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางปิดปากทันใด
หลังจากนั้นไม่นานนัก ชิงหยางก็กำราบชื่อหยางได้ เขาเอ่ยด้วยเสียงเคร่งขรึม “ชื่อหยาง นายจะต้องชดใช้ทุกอย่างที่นายทำ ทุกครั้งที่นายทำเรื่องชั่ว ความผิดบาปนั้นจะเป็นชนักติดหลังของนาย”
“นายคิดว่าตัวนายเองสามารถบดบังทางสวรรค์ได้จริงหรือ?”
“วิธีการบดบังทางสวรรค์เหล่านั้นของนาย อาจารย์เคยกล่าวตำหนิแล้ว พวกเราคิดว่านายจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ว่า…”
ใครจะคาดคิดว่าเมื่อตอนอาจารย์ยังอยู่ ศิษย์น้องตกปากรับคำเป็นอย่างดี แต่หลังจากอาจารย์จากโลกใบนี้ไปแล้ว อีกฝ่ายกลับออกจากสำนักเมฆาครามและทำเรื่องชั่วช้ามากมายขนาดนี้
“ฉันจะให้ฉู่ลั่วกำจัดคาถาบดบังทางสวรรค์ของนาย”
เมื่อคาถาถูกกำจัด บาปกรรมทั้งหมดจะกลับคืนสู่ร่างกายของชื่อหยาง
ชื่อหยางเบิกตากว้างและคำราม “ฉู่ลั่วคนนั้น… นายรู้จักฉู่ลั่วคนนั้นเหรอ? ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เธอสามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว เธอจะต้องใช้วิธีการลึกลับบางอย่างแน่นอน”
“นายปราบปรามฉัน แต่กลับยกยอปอปั้นเธอ เพียงเพราะว่าเธอคือหุ่นเชิดที่รัฐบาลเลือกใช่ไหม?”
ชิงหยาง “ตอนนี้คุณฉู่ลั่วเป็นเจ้านิกาย ทุกคนภายในลัทธิเต๋ายอมรับสถานะของเธอแล้ว”
ชื่อหยาง “…”
“พวกนาย… พวกนาย…”
เขาอยากพูดว่าชิงหยางประจบสอพลอ ทว่าเขาเข้าใจเป็นอย่างดี เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนภายในลัทธิเต๋าจะประจบสอพลอกันไปหมด!
ชิงหยางทอดถอนหายใจและจัดแจงเสื้อคลุมของตนเอง จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไป เมื่อเดินมาถึงประตู เขาก็หันหลังและเอ่ยกับชื่อหยาง “ชื่อหยาง นายเป็นสมาชิกลัทธิเต๋าคนแรกที่ถูกจัดการนับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร ไม่มีใครขอร้องอ้อนวอนแทนนาย ทุกคนจะใช้นายเป็นแบบอย่างและปรึกษาหารือว่าควรจัดการอย่างไร”
ชิงหยางเดินออกมา ทิ้งเสียงคำรามของชื่อหยางให้ดังก้องอยู่ในนั้น
“อาจารย์ คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
“ไม่เป็นไร”
ซู่เซี่ยงหยางและฉู่ลั่วเดินเข้ามา เมื่อชิงหยางเห็นฉู่ลั่วสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปและเอ่ยปากท่ามกลางสายตากังวลของซู่เซี่ยงหยาง “สหายน้อยฉู่ ไม่สิ ผู้นำ ขอบคุณผู้นำที่ช่วยสำนักเมฆาครามชะล้างมลทิน”
ซู่เซี่ยงหยาง “…”
ชิงหยางแสดงสีหน้าจริงใจดูเหมือนว่าไม่ได้โกหก “ผมคิดมาโดยตลอดว่าศิษย์น้องผู้นี้กำลังบำเพ็ญตบะอยู่โลกภายนอก ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะทำเรื่องเหลวไหลมากมายเช่นนี้”
“ถ้าหากไม่ใช่เพราะผู้นำออกหน้าจัดการก็ไม่รู้ว่าจะมีคนจำนวนมากเท่าไรต้องทนทุกข์ทรมานจากการทำชั่วของเขา”
“ผมมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อเป็นตัวแทนขอบคุณผู้นำแทนสำนักเมฆาคราม ลัทธิเต๋า และคนธรรมดาผู้บริสุทธิ์เหล่านั้น”
เมื่อเอ่ยจบก็ให้ฉู่ลั่วจัดทำพิธีการของลัทธิเต๋า
เขาได้รับการสนับสนุนจากฉู่ลั่ว
หลังจากทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องการจัดการชื่อหยางเสร็จสิ้น ซู่เซี่ยงหยางและฉู่ลั่วก็ได้ส่งชิงหยางออกจากองค์กรเป็นการส่วนตัว
แผ่นหลังของชิงหยางโค้งลงอย่างเห็นได้ชัดและจากไปภายใต้การประคองของเฉินหย่ง
ซู่เซี่ยงหยางทอดถอนหายใจ “ถือได้ว่านักพรตชิงหยางเป็นคนมีเหตุมีผล”
แต่ฉู่ลั่วกลับเม้มริมฝีปาก “ชื่อหยางเกิดในสำนักเมฆาคราม ความสามารถทั้งหมดได้รับการสืบทอดจากสำนักเมฆาคราม หากชื่อหยางทำความชั่ว บาปกรรมจะส่งต่อไปยังสำนักเมฆาคราม และด้วยสถานะเจ้าสำนักเมฆาครามก็จะต้องแบกรับภาระหนักหน่วง”
ซู่เซี่ยงหยางนิ่งเงียบชั่วขณะและกล่าวด้วยเสียงหนักแน่น “…นักพรตชิงหยาง เข้าใจสถานการณ์โดยรวม”