เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 451 นัดรายงานตัว
บทที่ 451 นัดรายงานตัว
หนึ่งวันต่อมา ทางทีมงานรายการได้ส่งข้อความแจ้งสถานที่ถ่ายทำแห่งใหม่ให้กับพวกเขา
ครั้งนี้ทางทีมงานรายการจองบ้านพักไว้หลังหนึ่ง
ฉู่ลั่วสะพายกระเป๋าเป้มายังบ้านพัก
เมื่อเธอมาถึงบ้านพัก หางเจียซิ่นก็พุ่งเข้ามาและเป็นฝ่ายเริ่มรับกระเป๋าเป้จากมือฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ คุณมาแล้ว เดินทางลำบากไหม? วันนี้แดดค่อนข้างแรง ทำไมปรมาจารย์ไม่พกร่มมาด้วยล่ะ?”
“ผมเพิ่งซื้อหมวกกันแดดมาใบหนึ่ง ท่านปรมาจารย์ต้องการไหมครับ?”
หางเจียซิ่นหยิบหมวกกันแดดสำหรับผู้หญิงออกมาแล้วยื่นให้ฉู่ลั่วด้วยรอยยิ้ม
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “พลังงานของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ดีต่อร่างกายคนเรา โดยเฉพาะแสงอาทิตย์สามารถขจัดพลังหยินบนร่างกายของคนเราได้ ก่อนหน้านี้คุณถูกพลังงานหยินตามติด ต้องรับแสงอาทิตย์ให้มากหน่อย”
เมื่อหางเจียซิ่นได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รีบถอดหมวกกันแดดบนหัวของตนเองออกทันที “งั้นผมเชื่อฟังปรมาจารย์ ผมจะไม่ใส่หมวกใบนี้แล้ว”
การไลฟ์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ชมที่กำลังรอชมตั้งแต่เช้าตรู่ก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้เช่นกัน
[ฮ่า ๆๆ ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันนึกถึงท่าทางของหางเจียซิ่นที่มีต่อฉู่ลั่วในตอนแรก]
[ไม่มีใครสามารถหลีกหนีจากสิ่งที่ดีได้]
[ช่างประจบประแจงจริง ๆ]
[ประจบประแจงอะไรกัน นี่คือสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณต่างหาก]
[รบกวนท่านปรมาจารย์ดูแลเจียซิ่นของพวกเราด้วย ทุกคนได้โปรดยกโทษให้กับความโง่เขลาของเขาด้วย]
[ท่านปรมาจารย์ มีกิจกรรมด้านร่างกายอะไรก็สามารถเตรียมให้กับเจียซิ่นของพวกเราได้]
[เจียซิ่น ครั้งนี้คุณจะต้องเชื่อฟังคำพูดของท่านปรมาจารย์ให้ดีนะ!]
“ท่านปรมาจารย์ นี่คือสิ่งที่พ่อแม่ของผมบอกให้ผมนำมาให้คุณ เป็นของพื้นเมืองจากบ้านเกิดพวกผม” หางเจียซิ่นถือถุงมาสองใบ “พ่อแม่ของผมบอกว่าเดิมทีพวกเขาต้องการมาขอบคุณด้วยตัวเอง แต่กลัวว่าจะเป็นการรบกวนปรมาจารย์ก็เลยให้ผมนำของพวกนี้มาให้และหวังว่าปรมาจารย์จะชอบ”
“นี่คือผลไม้และขนมหวานจากบ้านเกิดผม”
เขาหยิบอาหารเหล่านั้นออกมา
ทันทีที่หยิบออกมา เย่อวิ๋นชูก็มาถึงพอดี
หล่อนลากกระเป๋าเดินทางพลางวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีมีความสุข “ท่านปรมาจารย์ ฉันมาแล้ว”
เย่อวิ๋นชูวิ่งมาด้านข้างของฉู่ลั่วและโน้มตัวเข้ามาดูอาหารที่หางเจียซิ่นหยิบออกมา “ว้าว คุณเอาอาหารมาให้ท่านปรมาจารย์ด้วย”
ทั้งสามคนนั่งอยู่ใต้ชายหลังคาพลางกินผลไม้ ขนมหวาน และดื่มน้ำผลไม้
ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง แขกรับเชิญคนอื่นต่างก็มาถึง
ผู้กำกับเฉียวโจวเดินเข้ามาและเอ่ยกับพวกเขา “ผมมีเรื่องต้องบอกกับทุกคน เพื่อนของพวกเรากู้เฉาอวี่ต้องถอนตัวออกจากรายการชั่วคราวเนื่องจากมีภารกิจ”
ทีมงานรายการได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของกู้เฉาอวี่ให้กับพวกเขา
เธอโบกมือให้กล้องและบอกว่าตนเองจำเป็นต้องถอนตัวออกจากรายการเนื่องจากภาระงาน
ทุกคนเองก็ร่วมแสดงความเสียใจต่อหน้ากล้องและหวังว่าหลังจากนี้เธอจะสามารถกลับมาเข้าร่วมรายการได้อีกครั้ง
“ปรมาจารย์ฉู่!” กู้เฉาอวี่หุบรอยยิ้มบนใบหน้าและเอ่ยกับกล้องอย่างจริงจัง “ขอบคุณท่านปรมาจารย์ฉู่ ขอบคุณท่านปรมาจารย์มากจริง ๆ ”
เธอโค้งคำนับให้กล้องเล็กน้อย “เจียซิ่น อวิ๋นชู พวกคุณต้องดูแลท่านปรมาจารย์ให้ดีนะ! อย่าปล่อยให้คนอื่นมารังแกท่านปรมาจารย์ได้”
ทุกคนนิ่งเงียบ “…”
ฉู่ลั่วเองก็เช่นกัน “…”
ความฉลาดทางอารมณ์ของกู้เฉาอวี่คนนี้ช่าง…
คนอื่นที่กล่าวถึงนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คนที่มีวิจารณญาณก็คงจะพอดูออกว่ากู้เฉาอวี่เอ่ยถึงใคร
ฉู่ลั่วมองเฉียวโจว
คลิปวิดีโอนี้ถูกส่งให้เฉียวโจว เฉียวโจวก็คงจะได้ดูแล้ว
เขายังคงเลือกเผยแพร่คลิปวิดีโอนี้
เฉียวโจวยิ้มให้กับฉู่ลั่วแล้วเอ่ย “ดังนั้นพวกเราจึงมีเพื่อนใหม่”
“ยินดีต้อนรับเพื่อนใหม่ของพวกเรา ฝางไคจี้”
หลังเสียงของเฉียวโจว ชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นหน้ากล้อง เขาโบกมือให้กล้อง “สวัสดีครับทุกคน ผมคือฝางไคจี้ครับ”
[กรี๊ด! เสี่ยวฝางของพวกเรา]
[กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด!]
[ผู้กำกับเฉียวสุดยอดมาก! สามารถเชิญฝางไคจี้มาได้จริง ๆ]
[หล่อมาก หล่อมาก!]
[วินาทีก่อนยังรู้สึกเศร้าเนื่องจากกู้เฉาอวี่ถอนตัวอยู่เลย แต่วินาทีนี้กลับส่งเสียงเชียร์กับการมาร่วมรายการของฝางไคจี้ สมแล้วที่เป็นแฟนคลับ]
[รักเลย รักเลย]
การมาถึงของฝางไคจี้ทำให้ทีมรายการคึกคักขึ้นทันใด
เหล่าแขกรับเชิญเล่นเกมตัดสินแพ้ชนะ
ฉู่ลั่วและจี้ไจ่กลับห้องไปพักผ่อน
จี้ไจ่เดินตามหลังฉู่ลั่วจนกระทั่งมาถึงหน้าห้อง
ฉู่ลั่วหันหน้ากลับมามองเขา “มีเรื่องอะไรเหรอ?”
ขณะที่จี้ไจ่กำลังจะเอ่ยปาก แต่โทรศัพท์ของเขาพลันส่งเสียงดังขึ้น ใบหน้าเขาปรากฏรอยยิ้มแหย ก่อนจะเดินไปด้านข้างเพื่อรับสาย
เป็นสายโทรศัพท์ของอาจารย์ที่โทรเข้ามา
เขาลูบปลายจมูกแผ่วเบา “อาจารย์ ไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมไป คือผม…”
“หลังจากถ่ายทำรายการเสร็จ นายต้องไปรายงานต่อองค์กรศักดิ์สิทธิ์ทันที นายไม่รู้เหรอว่าผู้นำคนใหม่ทำอะไรไปบ้าง?”
“เธอลงมือจัดการสำนักเมฆาคราม ชื่อหยางศิษย์น้องของชิงหยางถูกจับแล้ว”
“เธอต้องการทำอะไรกันแน่? องค์กรศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะเปิด เธอก็ลงมือเล่นงานสำนักเมฆาครามทันที”
“นี่ไม่ใช่การตบหน้าลัทธิเต๋าตรง ๆ เหรอ?”
“ตอนนี้เธออาศัยว่าองค์กรศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใครสามารถพูดคุยกับลัทธิเต๋าได้และทำทุกอย่างตามอำเภอใจ”
“สรุปแล้ว หลังจากนายถ่ายทำรายการเสร็จ นายต้องไปรายงานที่องค์กรศักดิ์สิทธิ์ทันที”