เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 455 ติดอยู่ในค่ายกล
บทที่ 455 ติดอยู่ในค่ายกล
ฉู่จิงได้ยิน ก็รีบถามฉู่หร่านทันที “หร่านหร่าน เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
ฉู่หร่านหน้าขาวซีด เธอจับแขนของฉู่จิงไว้ด้วยความกลัว “พี่รอง หนูกลัวค่ะ สิ่งนั้นพูดว่า เขาจะอยู่กับหนูตลอดไป”
ตอนที่พูดออกมา ฉู่หร่านก็มองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาหวาดกลัว
เมื่อคืนวานนี้ ตอนที่เธอกำลังนอนหลับสบาย ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีคนกอดจากด้านหลัง กระซิบบอกเธอว่า จะอยู่ด้วยกันตลอดไป
จี้ไจ่หยิบซองแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกง
อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศหดหู่รอบตัว เมื่อหยิบซองแดงออกมา ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าอากาศรอบตัวเย็นขึ้นอย่างน่าประหลาด
ต่อให้พวกเขาไม่รู้ความหมายของซองแดงของคนตาย แต่พอได้ยินจี้ไจ่พูดว่า ‘ซองแดงวิวาห์ผี’ ก็พอจะเข้าใจได้ว่ามันคือของแบบไหน
ทั้งที่เป็นกลางวันแสก ๆ แต่ทุกคนกลับรู้สึกเหมือนมีสายตานับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมา และกำลังมองดูพวกเขาอยู่เงียบ ๆ ในที่ที่พวกเขามองไม่เห็น
ไม่รู้ว่าใครที่ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความกลัวออกมา
จี้ไจ่ถอนหายใจ “หยินหยางแยกจากกัน ฉู่หร่านเก็บซองแดงวิวาห์ผีขึ้นมา ก็แสดงว่าเธอยินยอมแต่งงาน”
“แต่คนเป็นกับคนตายจะแต่งงานกันได้ยังไง?”
นี่เป็นประโยคคำถาม แต่เมื่อมันดังเข้ามาในหูของทุกคน กลับทำให้พวกเขารู้สึกขนลุกขนชัน
ฉู่หร่านเบียดเข้าใกล้ฉู่จิงยิ่งกว่าเดิม
ฝางไคจี้ก็เดินเข้ามาปกป้องเธอ “ไม่ต้องกลัว ฉัน… ไม่สิ มีพวกเราอยู่”
เขายืนอยู่ข้างฉู่หร่านในท่าทางกำลังปกป้องเธอ
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่มองหน้ากัน ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน “จะส่งพวกคุณออกไปก่อนนะคะ ที่นี่อันตรายยิ่งกว่าที่พวกคุณจินตนาการ”
ไม่ใช่แค่แขกรับเชิญ แต่ทีมงานของรายการก็หวาดกลัวเช่นเดียวกัน แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะยังถือกล้องอุทิศตนให้กับงาน แต่ถ้าถ่ายติดผีจริง ๆ พวกเขาก็พร้อมโยนกล้องทิ้งแล้ววิ่งหนี
คนกลุ่มหนึ่งเดินออกไปขอบค่ายกล
หางเจียซิ่นส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ “เอ๋! ทำไมล่ะ?”
เขาลองเดินผ่านค่ายกลออกไป แต่ทันทีที่ก้าวผ่านหมอกไป เขาก็พบว่าตนเองยังอยู่ที่เดิม
เย่อวิ๋นชูก็ลองดูเหมือนกัน และพบว่าตนเองเดินออกไปไม่ได้
คนอื่น ๆ ก็ลองกันแล้ว หลังจากเดินผ่านหมอกไป ทุกคนก็ยังกลับมาที่เดิม
จี้ไจ่เดินไปที่ริมค่ายกล เขาสูดลมหายใจ ประสานมือข้างหนึ่ง ท่องคาถาเล็กน้อย และก้าวเท้าออกจากค่ายกล
ผ่านไปหลายวินาที จี้ไจ่ก็ยังไม่ปรากฏตัว
ทุกคนต่างก็เบิกตากว้าง
ผ่านไปหนึ่งนาที จี้ไจ่ถึงปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง เขาบอกกับฉู่ลั่วว่า “ออกไปไม่ได้”
แขกรับเชิญทุกคนลองแล้ว เหลือแต่ทีมงาน
ทีมงานพูดกับฉู่ลั่วอย่างทำอะไรไม่ถูก “ผู้กำกับเฉียวบอกเผื่อเอาไว้ ให้พวกคุณติดกล้องสำหรับถ่ายทอดสดไว้คนละหนึ่งตัว”
“ปรมาจารย์ทั้งสองท่านก็ด้วยครับ”
ทีมงานหยิบกล้องขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพาย และติดตั้งบนตัวแขกรับเชิญ
จากนั้นก็เอาสิ่งของจำเป็นจำนวนหนึ่ง และของที่สามารถใช้ได้ทิ้งเอาไว้
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะลองนะครับ ว่าจะออกไปได้ไหม!”
ทีมงานคนหนึ่งก้าวเท้าเดินออกไป ผ่านไปหนึ่งนาที เขาก็ไม่ได้กลับมาอีก
ทีมงานทยอยออกไปกันทีละคน ๆ
จี้ไจ่มองหมอกหนา ก็ขมวดคิ้ว “ทำไมค่ายกลนี้ถึงขังพวกเราไม่กี่คนเอาไว้?”
นอกจากพวกเขา ทำไมคนอื่นต่างก็ออกไปได้หมด?
อิ๋งเซียง เหลือเพียงพวกเขาแปดคน
ลมหนาวสายหนึ่งพัดเข้ามา ใบไม้แห้งบนพื้นถูกลมพัดหมุนกลางอากาศ ก่อนจะตกลงมาอย่างเชื่องช้า
“ค่ายกลไม่มีทางเปิดออกอย่างไร้เหตุผล ฟังจากที่ผู้กำกับเฉียวอธิบาย อิ๋งเซียงไม่เคยมีเหตุการณ์ค่ายกลปรากฏขึ้นมาก่อน” ฉู่ลั่วพูดวิเคราะห์
น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นและมั่นคง ทำให้ทุกคนที่ไม่สบายใจรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างแล้ว
เย่อวิ๋นชูเข้าใกล้ฉู่ลั่วอย่างไม่รู้ตัวและยืนฟังอยู่ข้าง ๆ
จี้ไจ่พยักหน้า “ค่ายกลไม่มีทางเปิดโดยไม่มีเหตุผล ต้องมีคนไปทำอะไรแน่นอน”
เขาพูดว่ามีคนทำ แต่สายตากลับจับจ้องที่ฉู่หร่าน ฝางไคจี้ และเหยียนอันอี้ทั้งสามคน
เหยียนอันอี้รีบยกมือขวาขึ้นมาทำท่าสาบาน “ท่านปรมาจารย์ เมื่อวานนอกจากเวลาเข้าห้องน้ำ ผมก็อยู่กับคุณตลอดเลยนะครับ!”
ครั้งก่อนที่เกิดเรื่องขึ้นกับหางเจียซิ่น ในใจของเขายังหวาดกลัวอยู่
เขาไม่มีทางเป็นเหมือนหางเจียซิ่น ถ้ารู้ทั้งรู้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย จะไม่มีทางออกไปไหนคนเดียวแน่
พูดจบ เขาก็มองฉู่หร่านกับฝางไคจี้
เมื่อวานหลังจากมาถึงอิ๋งเซียง ฉู่หร่านกับฝางไคจี้เดินออกไปสักพักหนึ่ง
พอฝางไคจี้เดินกลับมาก็พูดแก้ต่าง “หร่านหร่านอารมณ์ไม่ค่อยดี ผมในฐานะเพื่อนของฉู่จิง และเป็นพี่ชายคนหนึ่งของหร่านหร่าน เลยออกไปเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายเป็นเพื่อนเธอ”
เย่อวิ๋นชูกระซิบเสียงเบา “มาผ่อนคลายที่นี่ ใจกล้าจริงนะ”
หางเจียซิ่นไม่พูดอะไร แต่ตอนนี้เขาออกห่างจากฉู่หร่านแล้ว
ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ ฉู่หร่านก็จงใจเข้ามาหาเขาต่อหน้ากล้องเพื่อมาขอโทษ เขาก็แสดงออกต่อหน้ากล้องอย่างอ่อนโยนว่าเข้าใจฉู่หร่าน และแสดงออกว่าตนเองไม่เคยโทษเธอเลย
แต่ในใจของเขาคิดแบบไหนนั้น มีเพียงเจ้าตัวที่รู้ดี
อีกอย่างหางเจียซิ่นก็ตั้งใจไว้แล้วว่า เขาไม่ควรเกี่ยวข้องกับฉู่หร่านให้มากนัก
รุ่นพี่ฝางไคจี้ สมกับเป็นรุ่นพี่ สุดยอดไปเลย!
เขาแอบโบกป้ายไฟให้ฝางไคจี้ในใจเงียบ ๆ