เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 454 ซองแดงวิวาห์ผี
บทที่ 454 ซองแดงวิวาห์ผี
ตอนพลบค่ำ พวกเขาเฝ้ามองจี้ไจ่พาแขกรับเชิญทั้งสามคนเข้าไปภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ
“ท่านปรมาจารย์คะ ฉันว่าที่นี่น่ากลัวยังไงไม่รู้”
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเหมือนเลือด
บนถนนของหมู่บ้านขนาดเล็กเต็มไปด้วยวัชพืช บ้านทรุดโทรมสองข้างทางก็ตั้งตระหง่านอย่างน่าขนลุก เมื่อพระอาทิตย์ตก บ้านเรือนทอดเงามืดราวกับสัตว์ประหลาด
พวกเขายืนอยู่ตรงปากทางและเฝ้ามองจี้ไจ่กับพวกเขาเข้าไปด้านใน
“จี้ไจ่ทรงพลังมาก ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ” ฉู่ลั่วเอ่ย
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกลับมาติดตามรายการ
เช้าวันต่อมา ทุกคนพากันเก็บข้าวของ และตามทีมงานของรายการเข้าไปในเมืองเล็ก
คนกลุ่มหนึ่งเดินไปข้างหน้า
แสงตะวันยามเช้าอบอุ่นและอ่อนโยน
กลุ่มคนค่อย ๆ เดินเข้าไปในเมืองขนาดเล็กท่ามกลางแสงอาทิตย์
“ท่านปรมาจารย์ฉู่ เรียกคุณว่าปรมาจารย์ตลอดเลย ฉันคิดว่าดูห่างเหินไปค่ะ ฉันเรียกคุณว่าพี่ลั่วได้ไหมคะ!” เย่อวิ๋นชูเดินมาอยู่ข้างฉู่ลั่ว และชวนคุยอย่างสนิทสนม
“ยังไงก็ได้ค่ะ”
เย่อวิ๋นชูปิดปากยิ้มด้วยความดีใจ
หางเจียซิ่นก็เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แล้วผม…”
“ค่ะ”
“คิก คิก คิก” หางเจียซิ่นยิ้มหน้าบานขึ้นมาทันที
ทั้งสามคนพูดคุยหัวเราะกัน มีเพียงฉู่จิงที่เดินตามพวกเขาอยู่ข้างหลังเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า เดินตามไปเงียบ ๆ พร้อมกับมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ เขาไม่พูดอะไรเลยสักคำ
ทันใดนั้น ฉู่ลั่วก็หยุดฝีเท้าลงด้วยสีหน้าดูเคร่งขรึม
“ถอยหลังไปค่ะ”
น้ำเสียงของเธอหนักแน่นมาก
ทุกคนได้ยินแบบนี้ ก็รีบเดินออกไปข้างนอก
คนของรายการเดินออกไปก่อน
แต่ฉู่จิงยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาขมวดคิ้ว
“พี่ฉู่ ไปกันเถอะ” หางเจียซิ่นพูดเร่งฉู่จิงด้วยความกังวล พริบตาเดียว ถนนด้านหน้าก็หายไป เหล่าทีมงานที่ตอนแรกยืนอยู่ข้างหน้าก็หายไปเช่นกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เขาหันกลับไปมองฉู่ลั่วอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นเธอยังยืนอยู่ข้างหลังก็โล่งใจ เขาเดินสองสามก้าวเข้าไปยืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว
ส่วนเย่อวิ๋นชูนั้นติดตามอยู่ข้างกายฉู่ลั่วไปทุกย่างก้าวอยู่แล้ว
พวกเขาเดินตามฉู่ลั่วมาหยุดอยู่ข้างฉู่จิง
“พี่ลั่ว เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
ทุกคนตกใจกับคำตอบ และพากันหันมองฉู่ลั่ว
เธอหันกลับไปมองหมู่บ้านรกร้าง พลางขมวดคิ้ว “พลังวิญญาณของฉันหายไปแล้ว”
ทุกคน “…”
สองวินาทีต่อมา หางเจียซิ่นก็ได้สติกลับมาคนแรก “พี่ลั่ว คุณไม่มีพลังวิญญาณแล้ว หมายความว่ายังไงครับ?”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปตรงบริเวณที่ดูสับสนวุ่นวาย เธอใช้มือสัมผัสหมอกหนาที่ดูเหมือนจะบางเบาแต่กลับหนักอึ้ง
เป็นอย่างที่คาดไว้ ความหนาวเย็นถึงกระดูกปรากฏออกมา หมอกหนาทึบแสดงร่างที่แท้จริงของมันแล้ว
“ที่นี่มีค่ายกลค่ะ”
“หา!”
“อะไรคือค่ายกล?”
“หมายความว่ายังไง?”
ฉู่ลั่วไม่ได้อธิบายอะไรมาก เธอมองไปทางทีมงานของรายการ
ทีมงานหลายคนที่ติดตามมากับพวกเขา ในตอนนี้กำลังมองหน้ากันด้วยความสับสน เมื่อเห็นฉู่ลั่วมองมาเป็นนัยคำถาม พวกเขาก็รีบแก้ตัว “พวกเราไม่รู้เรื่องนะครับ!”
พวกเขามองอุปกรณ์ที่อยู่ในมือ “ยังถ่ายได้อยู่”
“พลังวิญญาณใช้ไม่ได้ แต่ยันต์ใช้ได้”
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แจกจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมคนละหนึ่งแผ่น รวมถึงทีมงานด้วย
ในตอนนี้เองมีทีมงานคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์ของตนออกมา คิดจะติดต่อคนข้างนอก แต่พบว่าไม่มีสัญญาณ
ฉู่ลั่วหยิบยันต์ขึ้นมาหนึ่งแผ่น แปะลงไป
โทรศัพท์มือถือจึงใช้ได้
เขาติดต่อไปหาเฉียวโจวที่อยู่ข้างนอกทันที
เฉียวโจวรับรู้สถานการณ์ของพวกเขาผ่านทางไลฟ์สตรีม จึงถามว่า “ปรมาจารย์ฉู่ พวกคุณออกมาได้ไหมครับ?”
“อืม ถ้าอยากออกไป ก็ออกไปได้ค่ะ” ในมือของเธอมียันต์อยู่ แม้จะไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่ยันต์ยังมีประโยชน์
เฉียวโจวโล่งใจ และบอกพวกเขาว่า “ปรมาจารย์ฉู่ ทางด้านของปรมาจารย์จี้ไจ่ก็เจอเรื่องประหลาดเช่นกัน พวกคุณไปรวมตัวกันก่อน แล้วปรึกษากันอีกทีดีไหมครับ”
ค่ายกลอะไรนั่น ทำให้เฉียวโจววิตกกังวลมาก
นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
“ได้ค่ะ”
สิบนาทีต่อมา จี้ไจ่ก็พาฉู่หร่านกับคนอื่น ๆ เข้ามา ทันทีที่เห็นฉู่ลั่ว เขาก็รีบถามทันที “ผมถามแล้ว เมื่อวานนี้ ไม่ได้มีค่ายกลปรากฏขึ้นมา”
“จะออกไปไหม?”
แน่นอนว่าพวกเขาออกไปได้ แต่ว่า…
จี้ไจ่มองไปรอบ ๆ ถนนเก่าแก่ในป่าทึบ บ้านเรือนทรุดโทรมและรกร้าง
หากไม่ทำลายค่ายกล ไม่รู้ว่าสถานที่นี้จะทำร้ายคนอีกมากแค่ไหน
เขาละสายตาและมองไปที่ฉู่ลั่ว
เธอพยักหน้า ก่อนจะบอกกับพวกหางเจียซิ่น “พวกคุณจะออกไปไหม? พวกเราส่งพวกคุณออกไปได้”
เย่อวิ๋นชูพูดอย่างประหลาดใจ “พี่ลั่ว คุณไม่ออกไปพร้อมกับพวกเราเหรอคะ?”
“อืม พวกเราต้องหาวิธีทำลายค่ายกล”
ทุกคน “…”
ฝางไคจี้ที่อยู่ข้าง ๆ พูดออกมาว่า “พวกเราอยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรปรมาจารย์ทั้งสองท่านไม่ได้ พวกเราออกไปก่อนดีกว่า”
เขาเหลือบมองฉู่หร่านที่ใบหน้าขาวซีด และพูดกับฉู่ลั่วว่า “ปรมาจารย์ฉู่ มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากขอร้องคุณ”
เมื่อฉู่หร่านมองไปที่เขา เขาจึงพูดขึ้น “คืออย่างนี้ครับ เมื่อวานหร่านหร่านเก็บซองแดงซองหนึ่งมา พอตกกลางคืนก็เจอเรื่องแปลก ๆ”
จี้ไจ่เอามือกุมหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ “ซองแดงวิวาห์ผี”
ฉู่ลั่ว “…”