เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 459 สู่ยุคสาธารณรัฐ
บทที่ 459 สู่ยุคสาธารณรัฐ
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีมแทบจะคลั่งกันแล้ว
ขณะที่คนพิเศษกลุ่มหนึ่งที่กำลังซุ่มดูไลฟ์สตรีมมาตลอด เมื่อได้เห็นค่ายกล ก็ตาเป็นประกาย
จนกระทั่งภาพลวงตาปรากฏขึ้น คนกลุ่มนี้ต่างก็ตื่นเต้นมากและเริ่มติดต่อไปหารายการ
แต่เรื่องพวกนี้ คนที่อยู่ในภาพลวงตาไม่รู้เลย
เพราะพวกเขาถูกผู้ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวคนหนึ่งขวางเอาไว้ และพาพวกเขามาหน้าอาคารหลังหนึ่ง
อาคารสูงสี่ชั้น ประตูหน้าต่างปิดสนิท เป็นอาคารที่ดูธรรมดามากในยุคปัจจุบัน
แต่ในตอนนี้ เมื่อทียบกับบ้านเรือนหลังเตี้ยที่อยู่รอบด้าน มันกลับดูโดดเด่นขึ้นมา
ชายวัยกลางคนพาพวกเขามาที่นี่ “พวกคุณคือนักศึกษาที่นายท่านกงป๋อเชิญมา นายท่านกงป๋อไม่สบาย จึงให้ผมมารับพวกคุณ”
ชายวัยกลางคนพูดจบ ก็เอื้อมมือไปกดกริ่งที่ประตู
เสียงกริ่งประตูทั้งใสและกังวาน ในชนบทที่เงียบเช่นนี้ เสียงของมันดังจนบาดหู
กริ่งประตูดังอยู่สักพัก ก็ไม่มีคนเปิด
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว “ทำไมไม่มีคนเปิดประตู? ทุกท่านรอตรงนี้สักครู่ ผมจะไปดูข้างหลังสักหน่อย”
พูดจบ เขาก็หมุนกายเดินไปแล้ว
“ท่านปรมาจารย์ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ? ผมนึกว่าพวกเขามองไม่เห็นพวกเรา ทำไมดูเหมือนพวกเราจะกลายเป็นหนึ่งในคนพวกนี้ไปด้วยล่ะ”
หางเจียซิ่นค่อนข้างหวาดกลัว
พูดให้ถูกคือหลอนมาก!
ฉู่ลั่วเอ่ย “ภาพลวงตาหยิน ปกติแล้วจะมีไว้ทำร้ายคน ตอนนี้พวกเรายังไม่มีเบาะแสอะไร ก็ลองเดินตามที่พวกเขาบอกไปทีละขั้นแล้วกัน”
จี้ไจ่พยักหน้า เขาก้าวเข้าไปข้างหน้าและเคาะประตูอีกครั้ง ก็ไม่มีอะไรตอบกลับมาเช่นเดิม
เย่อวิ๋นชูกระซิบด้วยความกลัว “ไม่มีคนจริงเหรอคะ?”
ทั้งที่ตอนนี้ดวงอาทิตย์ส่องแสงแสงเจิดจ้าอยู่บนฟ้า รอบตัวมีผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เย่อวิ๋นชูกลับรู้สึกเย็นที่สันหลังขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หนังศีรษะรู้สึกชา
“ตรงนี้มีรูอยู่” ฝางไคจี้ชี้ไปที่รูกลมบนประตูเหล็ก
และบนประตูเหล็กขนาดใหญ่ มีรูกลมขนาดเล็กหนึ่งรูอยู่ในตำแหน่งเท่าความสูงของคนหนึ่งคน
“ผมจะดูหน่อยว่าสภาพข้างในเป็นยังไง”
เขาเดินไปตรงหน้ารู และโน้มตัวลงไปส่องรูที่อยู่ตรงหน้า
ปากรูทั้งแคบและเล็ก ฝางไคจี้ก้มตัวไปตรงหน้ารูนั้น ทันที่เขาเข้าใกล้ ก็มีดวงตาสีแดงปรากฏอยู่ในรู…
“อ้าก!” ฝางไคจี้หัวใจเต้นแรง เขาร้องออกมาเสียงดัง แล้วถอยหลังไปหลายก้าว เกือบจะล้มลงไป แต่ถูกจี้ไจ่ประคองไว้
“ตา มีดวงตา!”
น้ำเสียงของเขาไม่มั่นคง นิ้วก็ชี้ไปที่รู
เขาเพิ่งพูดจบ ประตูเหล็กก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
เบื้องหลังประตู ใบหน้าผอมบางของผู้หญิงปรากฏออกมา ดูจากหน้าตาน่าจะอายุสี่สิบกว่าปี ดวงตารูปสามเหลี่ยม ร่างกายผอมบาง หลังค้อมเล็กน้อย และมีผิวขาวซีดอย่างผิดปกติ
เธอมองคนที่อยู่ข้างนอก ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นฟันสีดำ “พวกคุณมาหานายท่านเหรอคะ?”
จี้ไจ่พยักหน้า “อืม พวกเราได้รับการเชื้อเชิญจากนายท่านกงป๋อ ไม่ทราบว่าคุณคือ…”
“ดิฉันเป็นคนรับใช้ของนายท่านกงป๋อค่ะ มีหน้าที่ดูแลนายท่านกงป๋อ พวกคุณเรียกดิฉันว่าป้าฮวาก็ได้”
“สวัสดีครับป้าฮวา”
ป้าฮวาพยักหน้า “เมื่อสักครู่ได้ยินเสียงเคาะประตู ก็เลยออกมาดูสถานการณ์ข้างนอก ทำให้พวกคุณตกใจแล้ว ต้องขออภัยด้วยค่ะ”
แม้เธอจะพูดขอโทษออกมา แต่สีหน้าของเธอกลับมีความตื่นเต้นอยู่มากทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าเธอมีความสุขมากที่ทำให้พวกเขาตกใจได้
ฝางไคจี้โกรธและเตรียมจะระบายความโกรธออกไป แต่ถูกฉู่จิงจับแขนเอาไว้ พร้อมกับส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ ห้ามไม่ให้เขาลงมือทำอะไร
“ไม่เป็นอะไรครับ” จี้ไจ่ทักทายกับป้าฮวา และสบสายตากับฉู่ลั่วทางหางตา
ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อยแบบไม่ให้เป็นที่สังเกต
ป้าฮวายิ้มและเชื้อเชิญพวกเขาเข้าไป เธอเดินไปก็พูดไปว่า “หลายวันมานี้คุณท่านป่วยค่ะ ไปหาหมอแล้ว หมอบอกว่าต้องโดนลมให้น้อยหน่อย ก็เลยปิดประตูหน้าต่างจนหมดค่ะ”
“ตอนนี้ดิฉันจะพาพวกคุณไปพบนายท่าน นายท่านชอบความสงบ พวกคุณอย่าได้เสียงดังเป็นอันขาดนะคะ”
คนหลายคนข้างหลังเธอสื่อสารกันผ่านสายตากับเงียบ ๆ
ฉู่หร่านคิดจะเอ่ยปาก แต่ถูกฉู่จิงดึงแขนเสื้อเบา ๆ บอกให้เธออย่าพูดอะไร
ฉู่หร่าน “…”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอถึงรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่
พี่รองรังเกียจเธอแล้วใช่ไหม?
ขณะที่เธอครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาก็กวาดมองฉู่ลั่วอย่างเย็นชา
ทั้งหมดเป็นเพราะแก…
ฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ เดินไป ก็มองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวไปด้วย
ประตูหน้าต่างภายในบ้านปิดสนิท มีแสงสลัว ภายในบ้านโล่งมาก ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย
ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าดังตึกตักของพวกเขาเท่านั้น
พวกเขาตามป้าฮวาขึ้นไปชั้นสอง ทุกคนก็ได้กลิ่นหอมรุนแรงมาก
เป็นกลิ่นจันทร์หอม