เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 460 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
บทที่ 460 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ป้าฮวาเดินไปยังห้องหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า เคาะประตูเบา ๆ ก็มีเสียงแหบต่ำดังออกมาจากข้างใน
“เข้ามา”
ป้าฮวาผลักประตูออก ภายในประตูเป็นห้องชุด ด้านซ้ายเป็นชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน มีโต๊ะยาวประมาณสองเมตรกว่าอยู่หนึ่ง ด้านบนมีกระดาษฟาง ที่แขวนพู่กัน แท่นฝนหมึกวางเอาไว้…
ภายในห้องยังคงมืดสลัว
และตำแหน่งตรงข้ามกับประตู ก็มีแท่นบูชาวางอยู่
ด้านหน้าแท่นบูชามีไม้จันทร์หอมจุดเอาไว้
ความแปลกประหลาดคือรูปปั้นในแท่นบูชาถูกคลุมไว้ด้วยผ้าแดง และบนผ้าแดงก็มีอักขระปักเอาไว้
เนื่องจากอยู่ไกลเกินไป ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่จึงมองไม่ชัดว่าอักขระนั้นคืออะไร แต่พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ
ป้าฮวาเดินเข้าไปตรงประตูห้องนอน ผลักประตูห้องนอนเข้าไป “นายท่าน นักวิจัยที่ท่านเชิญมามาถึงแล้วค่ะ”
ประตูห้องนอนเปิดแง้มออกเล็กน้อยเท่านั้น
แม้ว่าจะแง้มออกเป็นช่องเล็ก ๆ แต่กลิ่นไม้จันทร์หอมก็แรงมากจนรู้สึกอึดอัด
“ทุกท่าน ขออภัยด้วย ผมไม่สบาย ไม่สามารถออกไปพบได้ คงต้องพูดคุยกับทุกท่านแบบนี้แล้ว”
“ไม่เป็นอะไรครับ ร่างกายของนายท่านกงป๋อสำคัญมาก”
“ครั้งนี้ที่เชิญนักวิจัยทุกท่านมา เพราะอยากให้นักวิจัยทุกท่านกำจัดความเชื่องมงาย” น้ำเสียงของนายท่านกงป๋ออ่อนแอ เหมือนคนไม่มีแรง “หลังจากผมย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็พบว่าผู้คนที่นี่ไม่มีความรู้ รู้จักแต่กราบไหว้เทพเจ้า”
“แม้แต่ต้นไม้ใหญ่ในหมู่บ้าน ก็ถูกพวกเขากราบไหว้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์”
“เมื่อก่อนก็ยังดีหน่อย แต่หนึ่งปีมานี้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมาย และมีภัยพิบัติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บางครั้งถึงกับเอาคนเป็นมาบูชายันต์”
เขาพูดถึงตรงนี้ก็ไอออกมาหลายครั้ง “แต่ว่าที่นี่ก็มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นจริง”
“นักวิจัยทุกท่าน ขอเพียงกำจัดความเชื่องมงายของที่นี่ไปได้ก็พอแล้วล่ะ”
“ตอนนี้มีข่าวลือที่โด่งดังหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเซียนพู่กัน ทั้งเรื่องวิวาห์ผี พวกท่านต้องกำจัดข่าวลือสองเรื่องนี้ก่อน ถึงจะกำจัดความไม่รู้ของชาวบ้านได้”
น้ำเสียงของเขาทอดถอนใจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ฉู่ลั่วเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ถามด้วยใบหน้าไร้เดียงสาว่า “ไม่ทราบว่าพวกเราควรกำจัดความเชื่องมงายยังไงคะ”
นายท่านกงป๋อไอออกมาสองครั้ง เพื่อส่งสัญญาณให้ป้าฮวา
ป้าฮวาหยิบกระดาษออกมาหลายแผ่นให้ฉู่ลั่ว
ทุกคนเข้าไปมุงดู ก็เห็นว่ามีวิธีเห็นผีเขียนเอาไว้
‘อัญเชิญเซียนพู่กัน… เวลาเที่ยงคืน ให้คนหลายคนจับพู่กันด้ามหนึ่งพร้อมกัน และท่องว่า “เซียนพู่กัน เซียนพู่กัน ท่านคือชาติก่อนของข้า ข้าคือชีวิตนี้ของท่าน หากชีวิตนี้มีสาวนาต่อกัน ได้โปรดวาดวงกลมบนกระดาษ”
วิวาห์ผี… ถือซองแดงของคนตายไว้ในมือ และแต่งงานกับคู่รักผี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์อย่างสมบูรณ์’
ทั้งสองข้อนี้เป็นวิธีการที่พบเห็นได้บ่อยในภาพยนตร์สยองขวัญ
ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมาเล็กน้อย
พวกเขามองไปที่ฉู่หร่านกับฝางไคจี้
ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ก็คงจะบังเอิญเกินไปแล้ว!
หางเจียซิ่นเอ่ยถาม “ใช้พู่กันด้ามไหน หรือซองแดงซองไหนก็ได้ใช่ไหมครับ?”
ครั้งนี้นายท่านกงป๋อไม่ตอบ เป็นป้าฮวาที่ตอบคำถาม เธอพูดด้วยน้ำเสียงประหลาด “มีเรื่องเล่าว่า ต้องเป็นปักกาหยกจากโรงเรียนเอกชน ถึงจะเชิญเซียนพู่กันมาได้”
“ส่วนซองแดง ก็ต้องเป็นซองแดงตรงทางสามแพ่ง ที่หยิบขึ้นมาแล้วถึงจะเห็นผีได้”
ทุกคนพูดไม่ออก
ยืนยันแล้วว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
หลังแนะนำเสร็จ นายท่านกงป๋อก็พูดกับพวกเขาอีกว่า “หลายวันนี้พวกคุณก็พักในบ้านของผม มีอะไรที่ต้องการพวกคุณก็บอกป้าฮวาได้โดยตรง”
หลังจากทุกคนพูดคุยกับนายท่านกงป๋อเสร็จ ก็ตามป้าฮวาออกไป
หลังออกมาจากห้องนอนของนายท่านกงป๋อ ป้าฮวาก็พาพวกเขาไปที่ชั้นสาม และบอกกับพวกเขาว่า “ชั้นสามทั้งชั้นมีไว้ให้แขกพักค่ะ ห้องนอนแต่ละห้อง ทุกท่านแบ่งตามเหมาะสมได้เลยนะคะ หากต้องการอะไรสามารถบอกดิฉันได้ค่ะ”
“ขอบคุณป้าฮวา”
หลังจากป้าฮวาไปแล้ว พวกเขาก็เข้ามาหารือกันในห้องห้องหนึ่ง
เย่อวิ๋นชูสังเกตดูด้านนอกผ่านทางหน้าต่าง และพูดว่า “ภาพลวงตานี้แปลกมากเลยค่ะ พวกเขาเหมือนมองเห็นพวกเราเลย ดูเด็กคนนั้นสิ เขาโบกมือทักทายฉันด้วย”
หลังจากเธอโบกมือให้เด็กกลุ่มนั้น ก็ปิดหน้าต่าง
“แต่การทำลายความเชื่อสองเรื่องนี้ ไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญนะ!”
เซียนพู่กัน
วิวาห์ผี
ดูยังไงก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ฉู่หร่านกับฝางไคจี้หยิบซองแดงกับพู่กันหยกออกมาวางไว้บนโต๊ะ ทุกคนต่างก็ถอยออกห่างจากของสองสิ่งนี้
“ตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่บังเอิญหรือไม่บังเอิญ” เฝิงไคจี้พูดเสียงทุ้ม “เรื่องเกิดไปแล้ว ไม่ใช่เวลามาถามหาความรับผิดชอบ สิ่งสำคัญคือจะทำยังไงดี!”
เย่อวิ๋นชูพูดเสียงเบา “ฉันก็ไม่ได้จะถามหาความรับผิดชอบหรอก”
ฉู่จิงออกความเห็น “นายท่านกงป๋อคนนี้ก็มีปัญหาเหมือนกัน เขาไม่โผล่หน้าออกมา แต่บอกให้พวกเราไปทำลายความเชื่องมงาย อีกอย่างพวกเขาไม่เคยเจอพวกเรา ก็สรุปเอาเองแล้วว่าพวกเราคือคนที่มาทำลายความเชื่องมงาย”
จี้ไจ่เอ่ย “มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่มาทำลายความเชื่องมงาย”
หางเจียซิ่นเสียงสั่น “แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ล้มเหลว”