เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 467 การแต่งงานกับสิ่งชั่วร้าย
บทที่ 467 การแต่งงานกับสิ่งชั่วร้าย
ฝางไคจี้ก้าวออกมาทวงความยุติธรรมให้ฉู่หร่านทันที แต่กลับเห็นฉู่ลั่วยื่นนิ้วออกมาตวัดผ่าคอของพี่สาวตัวปลอม เกี่ยวเอาด้ายสีแดงเส้นหนึ่งออกมา
ตรงปลายด้ายแดงมีหยกสีแดงเลือดห้อยอยู่ หยกแดงบริสุทธิ์ไร้สิ่งเจอปนเกลี้ยงเกลา
ในสถานที่ที่มีพลังหยินเข้มข้น เพียงแค่แตะหยกแดงอันนี้ ก็รู้สึกได้ว่าความเยือกเย็นรอบตัวลดลงไปไม่น้อย
จี้ไจ่รีบเดินเข้ามาพลางพูดชื่อของมัน “หยกศักดิ์สิทธิ์!”
เขาเข้าใจได้ทันที
“ไม่น่าล่ะ คืนแรกผีเจ้าบ่าวตนนั้นถึงไม่ได้ทำร้ายเธอ”
ฉู่หร่านสีหน้าเปลี่ยนไปแล้ว เธอพูดช้า ๆ “ฉัน… ลืมไปเลยว่าตัวเองมีหยกชิ้นนี้ติดตัวอยู่”
ทุกคน “…”
เมื่อเธอพูดประโยคนี้ออกมา แม้แต่ผีก็ยังไม่เชื่อเลย!
ในสถานที่ที่น่ากลัวขนาดนี้ แต่บอกว่าไม่รู้ว่าตัวเองมีหยกศักดิ์สิทธิ์ติดตัว
เย่อวิ๋นชูอ้าปากอยากพูด แต่ก็ถูกหางเจียซิ่นดึงแขนเบา ๆ ก่อนจะส่ายหน้าให้
เย่อวิ๋นชู “…”
เธอได้แต่ส่งเสียงไม่พอใจออกมา
“หยกแดงศักดิ์สิทธิ์นี้มีพลังหยางเข้มข้น สามารถนำมาทำเป็นเครื่องรางได้” จี้ไจ่ดึงมือกลับ และบอกกับฉู่หร่านว่า “คุณมีหยกแดงชิ้นนี้อยู่ การแต่งงานกับสิ่งชั่วร้ายทำร้ายคุณไม่ได้หรอก”
ฉู่หร่านพูดเสียงเบา “แต่ว่าฉันกลัวนี่คะ…”
“ถ้าคุณกลัวจริง คุณสามารถส่งต่อซองแดงให้คนอื่นได้” จี้ไจ่พูดเสียงทุ้ม “แต่รบกวนให้คุณหนูหร่าน ช่วยถอดหยกศักดิ์สิทธิ์ของคุณให้ฉู่ลั่วยืมใส่ติดตัวไว้ด้วย”
ฉู่หร่านได้ยินก็รีบส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ หยกแดงนี้คุณแม่เป็นคนไปขอมาด้วยตัวเอง บอกว่าให้คอยปกป้องฉัน แล้วฉันจะเอาหยกชิ้นนี้ให้คนอื่นได้ยังไงคะ”
จี้ไจ่ “…”
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เป็นหางเจียซิ่นที่เมื่อครู่ยังดึงเย่อวิ๋นชูเอาไว้ “ถ้าผมจำไม่ผิดล่ะก็ พี่หร่านหร่านกับพี่ลั่วมีพ่อแม่คนเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ บอกว่าเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้นพี่ลั่วก็ไม่นับว่าเป็นคนอื่นนะครับ!”
“แต่ว่า… แต่ว่า…” ฉู่หร่านกำหยกแดงไว้แน่น ท่าทางดูร้อนรน
เธอมองฝางไคจี้ ก่อนจะหันไปหาพี่ชายรอง
เมื่อฉู่จิงเดินเข้ามา ฉู่หร่านก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
แต่ยังไม่ทันได้โล่งใจอย่างเต็มที่ ก็ได้ยินฉู่จิงพูดว่า “หร่านหร่าน ตอนนี้มีสองทางเลือก ทางแรก เธอสวมหยกแดงไว้ แล้วเข้าไปแก้เรื่องวิวาห์ผี หรือทางที่สอง เธอเอาหยกแดงให้ลั่วลั่ว แล้วให้ลั่วลั่วเป็นคนไปแก้ เอายังไง?”
เมื่อฉู่จิงพูดออกมาแล้ว
ฝางไคจี้ก็อยากจะพูดบางอย่าง แต่ก็เห็นสายตาเย็นชาของฉู่จิงมองมาที่เขาแทนคำเตือน
ฝางไคจี้ “…”
ฉู่จิงตอนที่ไม่ได้โกรธ ใครจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่เวลาที่อีกฝ่ายโกรธขึ้นมา ใครพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
ฉู่จิงหันไปหาฉู่หร่าน
ฉู่หร่านมีคำพูดมากมายที่อยากพูด เธออยากถามฉู่จิงว่าเขาพูดไม่ใช่เหรอ ว่าจะเห็นเธอเป็นน้องสาวแค่คนเดียว?
เคยพูดแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะปกป้องเธอตลอดไป?
แต่ตอนนี้ เพราะอะไร?
ฉู่หร่านไม่เข้าใจ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นพี่ชายทั้งรักและเอ็นดูเธอมากขนาดนั้น ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้?
แต่เธอ…
ไม่มีทางเลือก
ขอบตาฉู่หร่านแดงก่ำ เธอถอดหยกแดงออกจากคอ ยื่นให้ฉู่ลั่วด้วยท่าทางเสียใจ
เธอพูดเตือนเสียงเบา “ลั่วลั่ว เธอต้องปกป้องหยกแดงนี้ให้ดี นี่เป็นของที่คุณแม่ตั้งใจไปขอมาให้ฉันโดยเฉพาะ”
ฉู่ลั่วตอบรับ ‘อืม’ หนึ่งคำ เธอรับหยกแดงมาโดยไม่ได้สวม เพียงกำเอาไว้ในมือ จากนั้นก็หยิบซองแดงที่อยู่ข้าง ๆ มา พลางบอกกับคนอื่นว่า “ฉันจะทำตามแผนที่วางเอาไว้”
จี้ไจ่ถามอย่างห่วงใย “คุณไม่เป็นอะไรนะ?”
“อืม”
จี้ไจ่พยักหน้า ก่อนจะพาทุกคนออกไป
กลางคืนมืดลงเรื่อย ๆ
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ หน้าต่างเปิดแง้มเล็กน้อยรับลมกลางคืนที่พัดเข้ามา ผ้าม่านหนาทึบพลิ้วไหว
บนโต๊ะมีโคมไฟตั้งอยู่ แสงไม่ได้สว่างเจิดจ้า แต่เป็นแสงที่นุ่มนวล
ฉู่ลั่วหลับตาอยู่ตลอด ทันใดนั้นผ้าม่านหนาและหนักก็เริ่มขยับแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ไม่มีลม แต่ผ้าม่านกลับขยับแรงมาก ราวกับมีคนกำลังปีนป่ายอยู่บนผ้าม่าน แล้วผ้าม่านก็ถูกดึงไม่หยุดอย่างน่าประหลาด
บรรยากาศกดดันขึ้นมาอย่างมากในชั่วขณะ ทำให้ทุกคนหายใจลำบาก
ฉู่ลั่วยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง เธอกวาดสายตามองไปทางหน้าต่างอย่างสงบ
ทันใดนั้นเอง เธอก็หันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมองไปที่ประตู
มาแล้ว!
จี้ไจ่ที่อยู่อีกห้องหนึ่งก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังหยินเช่นกัน
“เขามาแล้ว”