เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 466 คนเดียวที่จะไม่ถูกทำร้าย
บทที่ 466 คนเดียวที่จะไม่ถูกทำร้าย
เห็นได้ชัดว่าฝางไคจี้อยากให้ฉู่ลั่วไปแทน
แต่ฉู่ลั่วไม่สนใจ เธอเพียงแค่ยกคิ้วขึ้นพร้อมกับมองไปที่ฝางไคจี้กับฉู่หร่าน “แล้วพวกคุณอยากให้ใครไปแทนล่ะ?”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้ “…”
พวกเขาแสดงท่าทีชัดขนาดนี้แล้วแท้ ๆ
คำถามนี้ พวกเขาสามารถพูดออกไปตรง ๆ ได้หรอ?
แน่นอนว่าต้องส่งสัญญาณให้รู้เองอยู่แล้ว!
ฉู่ลั่วยังคงถามต่อไป “พวกคุณคิดว่าใครใจกล้า สามารถไปแทนเธอ ไปเป็นเจ้าสาวผีได้ล่ะ?”
“…”
ดวงตาของเย่อวิ๋นชูจับจ้องไปที่เพดาน “ฉันไม่ไปนะ! ฉันไม่ใช่คนใจบุญด้วย เธอเก็บซองแดงขึ้นมาเอง แล้วทำไมฉันต้องไปแทนด้วย!”
“เธอขี้กลัว แล้วเธอมีปัญหาคนเดียวรึไง เวลาที่ฉันจน ฉันให้คนรวยพวกนั้นเอาเงินที่ไม่ใช้มาให้ฉันได้ไหมล่ะ!”
เย่อวิ๋นชียอมแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอไม่สนใจว่าชาวเน็ตจะด่าเธอหรือไม่ และไม่สนด้วยว่าผู้จัดการจะโมโหหรือเปล่า
เธอทนไม่ไหวแล้ว!
สีหน้าของฉู่หร่านซีดลงทันที เธอคิดไม่ถึงว่าเย่อวิ๋นชูจะไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ ต่อหน้ากล้อง ยังกล้าพูดแบบนี้ออกมา
ฉู่หร่านอ้าปากอยากจะพูด แต่ไม่รอให้เธอปริปาก ฝางไคจี้ก็เดินออกมา “รายการเชิญปรมาจารย์ทั้งสองท่านมาก็เพื่อปกป้องพวกเรา หากเชิญมาแล้ว แต่ยังต้องให้พวกเราไปเสี่ยงอันตราย แล้วที่เชิญมาจะมีประโยชน์อะไร?”
เขาเดินไปตรงหน้าฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่ ไม่ว่าในใจของคุณจะโกรธหร่านหร่านยังไง แต่ผมหวังว่าคุณจะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมากระทบต่อหน้าที่ของคุณ”
[พี่ไคจี้พูดถูกต้องแล้ว! ฉู่ลั่วอยู่ที่นี่ก็เพื่อปกป้องแขกรับเชิญในรายการ ตอนนี้เธอจะให้ฉู่หร่านไปเผชิญอันตราย ใครจะเชื่อว่าเธอไม่ได้มีอคติส่วนตัว?]
[ฉันไม่ชอบฉู่ลั่วคนนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว เธอคิดว่าตัวเองเก่งมาก ทำเป็นจัดการอันนั้นอันนี้ เดี๋ยวก็ทำนั่นทำนี่ เหมือนว่าทุกคนต้องเชื่อฟังเธออย่างนั้นแหละ]
[ใช่แล้ว ฉันไม่ชอบฉู่ลั่ว เธอก็แค่คนที่สร้างความเชื่องมงาย แต่มีแฟนคลับเยอะขนาดนั้น ไม่รู้ว่าสมองของแฟนคลับพวกนั้นกำลังคิดอะไรอยู่?]
[ฉันสงสัยว่าเธอศัลยกรรมมา ทุกครั้งเธอไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย ไม่ใช่ว่าหน้าแข็งค้างไปแล้วนะ!]
[แน่นอนอยู่แล้ว! ใบหน้านั้นของเธออย่างกับพลาสติก มีแค่พวกผู้ชายเท่านั้นแหละที่แยกหน้าพลาสติกไม่ออก]
[มีแต่ฉันที่จิ้นฉู่หร่านกับฝางไคจี้เหรอ? หนุ่มหล่อสาวสวยอยู่ด้วยกัน น่าจิ้นมาก]
[ฝางไคจี้หล่อมาก! ฉู่ลั่วไสหัวออกจากวงการบันเทิงไปซะ!]
[ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าฉู่ลั่วไม่ใช่คนดีอะไร เธอสร้างบุคคลิกได้ทุกแบบเพื่อให้ตัวเองได้เข้าวงการบันเทิง!]
[มีข่าวจากวงในบอกว่าฉู่ลั่วไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ได้ยินว่าออกจากโรงเรียนมาตั้งนานแล้ว]
[มิน่าล่ะ ก็แค่อาศัยหน้าตา ไม่รู้ว่ามีเสี่ยคนไหนคอยสนับสนุนเธออยู่เบื้องหลัง]
[ฉันไปดูข่าวที่เกี่ยวกับฉู่ลั่วมา ถึงได้รู้ว่าคนมีเงินที่อยู่เบื้องหลังเธอใหญ่โตมาก]
นอกจากฉู่ลั่วกับจี้ไจ่ ทุกคนในที่นี่ล้วนอยู่ในวงการบันเทิง
แค่ฝางไคจี้เอ่ยปาก พวกเขาก็คาดเดาได้แล้วว่าชาวเน็ตจะพากันวิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตว่าอย่างไรบ้าง
สีหน้าของฉู่จิงอึมครึมลงทันที เขาหรี่ตามองฝางไคจี้ แต่เพื่อนกลับเอาแต่จ้องฉู่ลั่ว
“ปรมาจารย์ฉู่ คุณคิดว่าผมพูดถูกไหม?”
ความหล่อเหลาบนใบหน้าของฝางไคจี้ กับรอยยิ้มจาง ๆ ราวกับกำลังรอให้ฉู่ลั่วตอบตกลง
นอกจากเขาแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็มองไปที่ฉู่ลั่วเช่นกัน
ตอนนี้ฉู่ลั่วถูกเอามาขึ้นเขียงแล้ว
เธอไม่มีทางเลือกอื่น มีแต่ต้องไปแทนฉู่หร่านเท่านั้น
เย่อวิ๋นชูทำแก้มพองลมด้วยความโกรธเหมือนปลาปักเป้า
หางเจียซิ่นอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่เมื่อเห็นฝางไคจี้ เขาก็อดกลั้นเอาไว้
ทำให้ตอนนี้ทั้งห้องเงียบลง และไม่เพียงแต่ในห้องนี้ที่เงียบ
กระทั่งในช่องไลฟ์สตรีมเองก็สงบลงไม่น้อย
สีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เธอกวาดตามองฝางไคจี้กับฉู่หร่าน “ฉันยืนยันว่าจะให้ฉู่หร่านไปแก้เรื่องการวิวาห์ผี นอกจากที่เธอจะเป็นคนเก็บซองแดงขึ้นมาแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเหตุผล”
ฝางไคจี้กลั้วเราะเยาะ และรอฟังว่าเธอจะพูดเหตุผลอะไรออกมา
ภายใต้สายตาของทุกคน ฉู่ลั่วเดินเข้าไปตรงหน้าฉู่หร่านทีละก้าว ๆ
“ฉันให้เธอเข้าไปแก้เรื่องวิวาห์ผี เพราะในบรรดาพวกเรา เธอเป็นคนเดียวที่ไม่มีทางถูกทำร้าย”
ฉู่หร่านทำหน้าไม่เข้าใจ “ลั่วลั่ว ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดอะไร? ฉันเป็นแค่คนธรรมดานะ จะไม่ถูกทำร้ายได้ยังไง?”
ฉู๋ลั่วหรี่ตา “ใช่ เธอเป็นคนธรรมดา แต่จะไม่ถูกเจ้าบ่าวผีทำร้าย”
ฉู่หร่านเบิกตากว้างอยู่นาน
สุดท้ายก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น พร้อมกับเอ่ยอย่างทำอะไรไม่ได้ว่า “ใช่! ฉันเป็นคนเดียวในบรรดาพวกเราที่จะไม่ถูกคู่เจ้าบ่าวผีทำร้าย ปรมาจารย์ลั่วลั่ว พูดอะไรก็ถูกต้องตามนั้น”
ตอนนี้ท่าทางราวกับถูกรังแกของเธอ ทำให้สีหน้าของฝางไคจี้บิดเบี้ยว