เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 470 งานแต่งวิปริต
บทที่ 470 งานแต่งวิปริต
ฉู่ลั่วหยิบเงินกระดาษออกมาจากในซองแดงทีละใบ และเผาหน้าสุสาน
เงินกระดาษที่ฉู่ลั่วเผามีมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่เธอฟ้องก็มีมากขึ้นตามไปด้วย เผิงหล่างที่ตอนแรกโกรธเคือง ก่นด่าและข่มขู่ สุดท้ายก็กลับมาอ้อนวอน
“พี่สาว ถือว่าข้าขอร้องแล้วกันนะ ข้าผิดไปแล้ว ท่านปล่อยข้าไปเถอะ! ข้ารู้ความผิดของตัวเองแล้ว”
“อันนี้ไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ นี่ลุงสามของข้า!”
“ท่านปรมาจารย์ ท่านปรมาจารย์ ข้ารู้ความผิดตัวเองแล้วจริง ๆ ข้าจะไม่ทำผิดอีกแล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะกินเจและสวดมนต์ ข้าจะบำเพ็ญตนปลูกฝังคุณธรรม ท่านให้ข้าทำอะไรข้ายอมทำทั้งหมด”
“ท่านปรมาจารย์ นางไม่ได้นะ เป็นนางไม่ได้จริง ๆ …อ้ากกกก!”
เผิงหล่างกรีดร้อง
ฉู่ลั่วเผาเงินกระดาษหมดแล้ว เธอก็ลุกขึ้นมาปัดมือเบา ๆ ก่อนจะเดินไปตรงหน้าเผิงหล่าง
“เพราะเหตุผลเห็นแก่ตัวของนายบังคับให้คนเป็นมาแต่งงานด้วย ทั้งยังทำร้ายคนเป็นเพื่อความปรารถนาของตัวเอง”
“เผิงหล่าง นายเป็นผีไม่ผิด แต่นายก็ต้องทำตามกฎด้วย”
เธอพูดจบ ก็ดึงยันต์บนตัวของเผิงหล่างออก
เผิงหล่างไม่ยอมให้เสียเวลาแม้แต่นิด เขาหันหลังวิ่งออกไปทันที!
แต่ยังไม่ทันได้วิ่งออกนอกสุสาน ภายในสุสานก็เต็มไปด้วยควันโขมง ก่อนจะมีร่างปรากฏออกมาทีละตนสองตน
พวกเขาขวางทางของเผิงหล่างเอาไว้
ผีเห็นผีด้วยกัน สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของกันและกันได้
“เจ้าเองเหรอ ที่จะแต่งงานกับข้า?”
เผิงหล่างได้แต่ส่ายหน้า ไม่รอให้พวกเขาพูดอะไร ก็ได้ยินเสียงอุทานดังออกมา “เจ้าเป็นลูกหลานตระกูลเผิงไม่ใช่หรือ? เจ้า… เจ้า… ข้าอายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะ… เจ้านี่มันจริง ๆ เลย คนบ้า! คนผีทะเล!”
“เจ้าคือเผิงหล่างหรือ! ข้าเป็นลุงสามของเจ้า เจ้าคิดจะแต่งงานกับข้าหรือ!”
“เจ้านับเป็นอะไรได้ เหมาะสมที่จะแต่งงานกับข้าหรือ?”
“นี่มันสัตว์เดรัจฉานอะไรกัน! ชายเฒ่าหญิงแก่หรือเด็กก็ไม่ยอมปล่อย เขาอดอยากปากแห้งมาจากไหนกันนะ”
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? จักรพรรดิหรือ? พวกเราถึงต้องเขาแถวให้เจ้าเลือก?”
“ข้า… ข้าจำเจ้าได้! เผิงหล่าง ข้าเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเอกชนของเจ้า เจ้าเคยอ่านตำราปราชญ์ เหตุใดถึงได้กลายเป็นเช่นนี้!”
“ลูกหลานตระกูลเผิง เหตุใดเจ้าถึงได้ตกต่ำเช่นนี้!”
ลมสายหนึ่งพัดมา ผีจำนวนนับไม่ถ้วนต่างก็พุ่งเข้าใส่เผิงหล่าง
เขาได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ในสุสาน
เผิงหล่าง “…”
ตอนนี้ถ้าเขาบอกว่าตัวเองสำนึกผิดแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร?
ถ้าเขาบอกว่าเสียใจทีหลัง แล้วจะย้อนเวลากลับไปได้ไหม?
เสียงร้องไห้คร่ำครวญราวกับหมาหอน ฉู่ลั่วที่แต่งกายด้วยชุดเรียบง่ายค่อย ๆ เดินออกมาจากสุสาน
เธอเดินนวยนาดออกมาพูดกับกล้องว่า “ทุกคนเห็นแล้วนะคะ เมื่อสื่อกลางการแต่งงานกับผีถูกเผา อีกฝ่ายจะถูกบังคับให้ยอมรับ หากอยากให้การวิวาห์ผีนี้จบลง มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ก็คืออีกฝ่ายสลายเป็นเถ้าถ่าน”
ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน เจ้านิกายหญิงหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หากในอนาคต ทุกคนเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ก็ทำตามที่ฉันบอกนะคะ”
เธอพูดจบก็เอากล้องมาติดไว้ที่อกอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหาพวกจี้ไจ่
ผู้ชมในช่องไลฟ์สตรีม “…”
[เมื่อกี้เทพธิดายิ้มละ! เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนมาก! แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าน่ากลัวนิดหน่อย!]
[อยากลองจังเลย อยากลองจังเลย!]
[ตอนนี้อยากไปเก็บซองแดงบนถนนแล้ว]
[ปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์ สงบได้แม้เผชิญอันตราย ความคิดรอบคอบ ท่าทางเยือกเย็นแต่งดงามราวกับสายน้ำไหลนี่อีก…]
[งานแต่งวิปริตอะไรเนี่ย!]
[ลุงสาม: นี่เจ้าตัวเหม็นของตระกูลข้าเหรอ? ตีเขาให้ตาย!]
[อาจารย์: ความผิดของข้าเอง เป็นเพราะข้าไม่สอนเขาให้ดี]
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เมื่อกี้พวกเธอเห็นไหม ท่าทางของเผิงหล่างคนนั้นเหมือนตายซะดีกว่าอยู่ ต่อให้เป็นผี แต่ฉันก็มองออก]
[อะไรคือตายซะดีกว่าอยู่ เขาตายไปตั้งนานแล้ว แจกงานแต่งเยอะขนาดนี้คงต้องกลายเป็น… เฒ่าจันทราแล้วล่ะ! ฮ่า ๆๆๆ!]
[ฮ่า ๆๆๆ!]
[ฮ่า ๆๆๆ!]
ทั้งที่ในช่องไลฟ์สตรีมยังได้ยินเสียงกรีดร้องของผีร้าย แต่คอมเมนต์บนหน้าจอกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน
…
ทุกคนกลับเข้ามาในอาคาร เหมือนกับก่อนหน้านี้ ต่างมารวมตัวกันที่ห้องของฉู่ลั่ว
ฉู่หร่านรีบคว้าหยกแดงที่ฉู่ลั่ววางไว้บนโต๊ะทันที และรีบเอาไปสวมไว้ที่คอ
หล่อนสวมสร้อยไปก็พูดด้วยความโกรธไปว่า “ลั่วลั่ว ต่อให้ไม่มีหยกแดง เธอก็จัดการผีตนนั้นได้ แล้วทำไมต้องเอาหยกแดงของฉันไปด้วย!”
บ่นไปลูบหยกของตนเองอย่างหวงแหนไป ก่อนจะเก็บหยกชิ้นนั้นเข้าไปในเสื้อของตน
ฉู่ลั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ เพียงแค่ปรายตามอง “เพราะเดี๋ยวเธอจะทำเรื่องเกินจำเป็นอีก”
ฉู่หร่าน “…”
ฝางไคจี้ “ฉู่ลั่ว เธอพูดอะไร!”
ฉู่ลั่วเอนพิงพนักเก้าอี้ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มีหยกแดงอยู่ด้วย เธอปลอดภัยมาก”
“ลั่วลั่ว เธอหมายความว่ายังไง?” ฉู่หร่านขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที น้ำตาไหลออกมาทางหางตา “เธอกำลังบอกว่าฉัน… ฉันมีหยกแดงอยู่ ก็เลยจงใจทำเรื่องบ้า ๆ พวกนี้เหรอ?”
“เธอคิดกับฉันแบบนี้เหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ใช่”