เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 471 นายท่านกงป๋อ
บทที่ 471 นายท่านกงป๋อ
ฉู่หร่านส่งเสียงสะอื้นเพราะความเสียใจ
ฝางไคจี้ขมวดคิ้วแน่น “ฉู่ลั่ว เธออย่าให้มันเกินไปนักนะ หร่านหร่านจะตั้งใจได้ยังไง!”
“ถ้าอย่างนั้นจะเป็นอะไรได้ล่ะ?” ฉู่ลั่วหันหน้ามาหา สายตามองฉู่หร่านอย่างเฉยชา “เคยเตือนไปแล้ว ว่าอย่าเดินไปไหนสุ่มสี่สุ่มห้า และอย่าไปแตะต้องอะไร”
ฝางไคจี้อ้าปากอยากจะพูด จี้ไจ่ก็พูดแทรกเขาขึ้นมา “ผมเตือนไว้ไม่มากพอเหรอ?”
ฝางไคจี้สงบปากลงไปทันที
จี้ไจ่เตือนหลายต่อหลายครั้ง บอกว่าที่นี่มีพลังหยินรุนแรงมาก
แต่ว่า…
เขาเลื่อนสายตามองฉู่หร่าน
ตอนนั้นหร่านหร่านสภาพจิตใจย่ำแย่ เธอนั่งอยู่ที่มุมห้องคนเดียว เมื่อเห็นภาพแบบนั้น แน่นอนว่าเขาต้องออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเธออยู่แล้ว!
ส่วนเรื่องเก็บของมา พวกเขาแค่เห็นว่าของพวกนั้นสวยดีจึงอยากรู้อยากเห็น
แค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอง
ข้ออ้างเหล่านี้… จะให้พูด เขาก็พูดได้
แต่ก็รู้ดีว่าหากพูดออกไปแล้ว เขาต้องถูกชาวเน็ตโจมตีอย่างแน่นอน
หากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ตัวเองถึงจะพูดได้
แต่ตอนนี้พวกเขาไม่เพียงแต่ถูกขังอยู่ในค่ายกล แต่ยังเจอสิ่งชั่วร้ายถึงสองตน
“เอาละ ตอนนี้เรื่องสำคัญไม่ใช่การหาคนรับผิดชอบ แต่มาคิดกันดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อไป” ฉู่จิงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ตอนนี้พวกเราทำลายความเชื่อทั้งสองอย่างแล้ว ตามที่ชาวบ้านพูด ต่อไปก็ต้องเป็นนายท่านกงป๋อที่จะมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้กับพวกเรา”
จี้ไจ่สรุป “วันนี้พักผ่อนกันก่อน พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปหานายท่านกงป๋อ”
ขณะพูดอยู่นั้นเอง ประตูห้องนอนก็ถูกเคาะ
ด้านนอกมีเสียงแหบเป็นเอกลักษณ์ของป้าฮวาดังขึ้นมา “ทุกท่าน นายท่านกงป๋อเชิญไปพบค่ะ”
ประตูเปิดออก ใบหน้าของป้าฮวาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ริ้วรอยบนใบหน้าบีบเข้าหากันเป็นก้อนกลม ๆ
“นายท่านกงป๋อทราบว่าทุกท่านทำลายเซียนพู่กันและวิวาห์ผีได้แล้ว จึงตั้งใจมาเชิญทุกท่านไปค่ะ”
รอยยิ้มป้าฮวาเปี่ยมด้วยความเมตตามาก
แต่ใบหน้านั้น แม้จะแสดงความเมตตา แต่ก็ทำให้คนรู้สึกถึงความน่ากลัวเช่นกัน
เหยียนอันอี้ถามพร้อมรอยยิ้ม “นายท่านกงป๋อเก่งจังเลยนะครับ พวกเราเพิ่งกำจัดความเชื่อทั้งสองอย่างได้ เขาก็รู้เรื่องแล้ว”
“นายท่านเก่งมากอยู่แล้วค่ะ” ป้าฉวาพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “เชิญค่ะ!”
พวกเขาตามป้าฮวามาถึงห้องนอนของนายท่านกงป๋อ และเหมือนกับก่อนหน้านี้ ประตูห้องนอนแง้มเปิดเพียงเล็กน้อย กลิ่นไม้จันทร์หอมรุนแรงมาก
ฉู่ลั่วกับจี้ไจ่มองหน้ากัน พวกเขาแยกกันยืนด้านหน้าและด้านหลังของกลุ่ม เพื่อปกป้องคนเหล่านี้
“ทุกท่านสมกับเป็นคนอายุน้อยที่เคยได้ร่ำเรียนความรู้สมัยใหม่ เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ ก็สามารถทำลายความเชื่องมงายทั้งสองอย่างได้แล้ว เป็นอัจฉริยะเป็นที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ”
“ป้าฮวา… แค่ก แค่ก แค่ก!”
ป้าฮวารีบเดินเข้าไป กลิ่นไม้จันทร์หอมนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น จนเกือบถึงขั้นที่เรียกว่าฉุนเลยทีเดียว
เย่อวิ๋นชูทนไม่ไหวต้องยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับส่งเสียงไอออกมาสองครั้ง
“ขอโทษทีนะ ผมชอบกลิ่นไม้จันทร์หอมน่ะ แต่มันค่อนข้างฉุนไปสักหน่อย”
แอ๊ดดด
ประตูห้องนอนเปิดออก
ป้าฮวาประคองนายท่านกงป๋อเดินออกมา
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคนคือ นายท่านกงป๋อที่น้ำเสียงแหบแห้งไม่ใช่ชายชราที่อายุมากแต่อย่างใด
แต่กลับเป็นคนหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสุภาพอ่อนโยนคนหนึ่ง
เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาวแบบยุคสาธารณรัฐ แว่นตาดำที่กรอบแว่นบางวางอยู่บนสันจมูก เส้นผมห้อยตกลงปรกหน้าผาก
ชายตรงหน้าทั้งดูสง่างามและอ่อนแอ
เจ้าของใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและส่งเสียงไอออกมาสองครั้ง “ทุกท่าน ต้องขออภัยด้วย ร่างกายของผมไม่แข็งแรง ทำให้ทุกท่านหัวเราะแล้ว”
หลังจากทักทายกันอย่างเรียบง่าย กงป๋อก็พูดว่า “ทุกท่านทำลายความเชื่องมงายแล้ว สำหรับหมู่บ้านอิ๋งเซียงแล้วถือว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง”
“ความเชื่องมงายทำลายประชาชนและประเทศชาติ เสียเวลาไปอีกเพียงนิด ก็ยิ่งมีคนเป็นอันตรายเพิ่มอีกหนึ่งชีวิต”
“ในเมื่อทุกท่านทำลายความเชื่อได้แล้ว เช่นนั้นพวกเรามาประกาศให้ชาวบ้านได้รู้ตอนนี้เลย!”
“ป้าฮวา คุณไปแจ้งให้ชาวบ้านทราบ บอกพวกเขาว่า เซียนพู่กันกับวิวาห์ผีถูกทำลายแล้ว ให้พวกเขาได้มาเห็นด้วยตาของตนไปพร้อมกัน”
ป้าฮวาพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
ฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ มองหน้ากัน
เหยียนอันอี้สื่อสารกับกงป๋อผ่านทางรอยยิ้มบนใบหน้า
เขาเป็นพิธีกร ชำนาญทักษะการสื่อสารด้วยคำพูดเป็นอย่างดี ด้วยคำถามง่าย ๆ เพียงไม่กี่คำถามก็ทราบเรื่องราวภูมิหลังของกงป๋อแล้ว