เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 475 การบูชายัญนองเลือด
บทที่ 475 การบูชายัญนองเลือด
TW : มีฉากบรรยายการใช้ความรุนแรงกับเด็ก
เหล่าซุปตาร์ล่าผีมารวมตัวกันอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว
ฉู่หร่านลูบข้อมือที่แดงเพราะถูกมัด พลางกระซิบถาม “ลั่วลั่ว ในเมื่อยันต์ของเธอเป็นตัวแทนของพวกเราได้ ทำไมถึงไม่บอกพวกเราล่ะ? เมื่อกี้พวกเรากังวลกันมากเลยนะ”
“อวิ๋นชูตกใจจนเกือบจะร้องไห้อยู่แล้ว”
“…” สีหน้าเย่อวิ๋นชูเปลี่ยนไปทันที “หรือเธอไม่ได้ตกใจจนจะร้องไห้?”
“แน่นอนว่าฉันก็เป็นด้วยสิ!” ฉู่หร่านตอบโดยไม่หลบเลี่ยง “ฉันถึงแปลกใจไง ในเมื่อลั่วลั่วมีวิธีแล้วทำไมถึงไม่บอกพวกเรา ปล่อยให้พวกเรากลัวกันขนาดนี้?”
ฉู่ลั่วเหลือบตามองหล่อนด้วยสายตาเย็นชา “เพราะว่าเป้าหมายของพวกเราคือต้องทำลายค่ายกลของจริงแล้วออกจากภาพลวงตา ถ้าซ่อนลมหายใจกันล่วงหน้า แล้วจะรู้เรื่องราวได้ยังไง?”
ฉู่หร่าน “…”
เหยียนอันอี้พูดกับฉู่หร่าน “เสี่ยวหร่าน เรื่องในด้านนี้พวกเราเชื่อฟังปรมาจารย์ฉู่กันเถอะ! ปรมาจารย์ฉู่ ต่อไปต้องทำยังไงครับ?”
ฉู่หร่านยังเตรียมที่จะพูดอะไรต่ออีก แต่ฉู่จิงดึงแขนน้องสาวตัวปลอมเอาไว้และใช้สายตาห้ามปราม
หล่อนได้แต่หุบปากอย่างคับข้องใจ ทว่าฝางไคจี้ก้าวไปข้างหน้า ผลักแขนของฉู่จิง แล้วเอาตัวไปป้องกันฉู่หร่านเอาไว้ ทั้งยังมองเพื่อนเป็นนัยท้วงติงและโกรธเคือง
ฉู่จิงถอนหายใจ แล้วหันไปฟังฉู่ลั่วอธิบายเรื่องราวต่อไป
ฝางไคจี้มองฉู่หร่านอย่างปลอบใจ พลางลูบหัวเธออย่างรักใคร่พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
ทำเอาผู้ชมในช่องไลฟ์ของพวกเขาต่างตื่นเต้นกัน
[กรี๊ด! หวานจังเลย! ฉันไม่ต้องมีความรักก็ได้ แต่คู่จิ้นของฉันจะต้องหวานกันฉ่ำ!]
[นี่มันเทพนิยายอะไรกัน! ถ้าใครบอกว่าระหว่างพวกเขาสองคนเป็นแค่มิตรภาพล้วน ๆ นะ ฉันจะเขียนคำนี้กลับหน้ากลับหลังไปเลย!]
[ฉู่หร่านมีคู่หมั้นแล้วเข้าใจไหม ฐานะของคู่หมั้นฉู่หร่านเองก็ไม่ธรรมดานะ]
[เหมาะสมกันจัง!]
[ว้าว ๆๆ! รักกันเลย ๆ!]
[การรวมตัวกันของหนุ่มหล่อสาวสวย ฉันฟินแล้ว]
[การได้เห็นความรักหวานแหววกันในรายการเรียลลิตีเหนือธรรมชาตินี่ เป็นสิ่งที่ฉันแสวงหามาตลอดชีวิตเลยจริง ๆ!]
[ดาราที่ฉันรักที่สุดสองคน! ถ้าพวกเขาได้เล่นละครด้วยกันสักเรื่อง ฉันจะเลิฟมากเลย!]
ส่วนช่องไลฟ์อื่น ๆ ผู้ชมที่ได้เห็นฉากนี้ผ่านกล้องต่างก็วิจารณ์กันอย่างดุเดือดเช่นกัน
[คนอื่นเขาเครียดกันว่าต่อไปต้องทำยังไง มีทางช่วยเด็ก ๆ ไหม มีแค่สองคนนี้นี่แหละหวานกันอยู่ได้!]
[ดูต่อไม่ไหวแล้ว! ฝางไคจี้กับฉู่หร่านนั่นกำลังทำอะไรกันแน่? ฉู่ลั่วกำลังอธิบายว่าต่อไปจะต้องทำยังไงนี่? พวกเขาสองคนยังจะมาสวีตกันอีก!]
[ยังจะมีคนฟินสองคนนี้อีกเหรอ สมองไหลกันหมดรึไง ฉู่หร่านมีคู่หมั้นแล้วโว้ยยย! อย่าเห็นอะไรก็ฟินกันไปซะหมดสิ!]
[ไม่คิดว่าฝางไคจี้ทำตัวสนิทสนมมากเกินไปเหรอ? เขาไปใกล้ชิดกับฉู่หร่านในฐานะอะไรล่ะ?]
[เออ ก็จริง พี่ชายก็ไม่ใช่ ไปตัวติดคู่หมั้นคนอื่นเขาได้ไงก่อน]
[ฉันมาดูเรียลลิตีลี้ลับนะ ไม่ได้มาดูละครน้ำเน่า!]
[คนแบบไหนกันถึงมาฟินคู่นี้เนี่ย!]
ไม่ไกลจากพวกเขา กงป๋อชีเริ่มพิธีบูชายัญแล้ว
ฉู่ลั่วบอกกับคนอื่น ๆ “ภาพต่อไปอาจจะมีการนองเลือด ไม่เหมาะกับการถ่ายทอดสด พวกคุณออกไปก่อนเถอะค่ะ”
“ฉันจะอยู่ดูว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วจะทำลายค่ายกลของภาพลวงตาได้ยังไง”
ทุกคนพยักหน้า
ฉู่ลั่วยื่นมือไปปิดกล้องตรงหน้าอกตัวเองไว้
ห่างออกไปมีเสียงร้องโหยหวนของเด็กน้อยแทรกเข้ามา คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้นได้ยินต่างก็ขนหัวลุก แต่พวกชาวบ้านกลับตะโกนกันอย่างตื่นเต้นราวกับว่าได้เห็นปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้น
“พวกคุณรีบไปเถอะ!”
จี้ไจ่เดินนำพวกเขาออกไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองฉู่ลั่วอย่างเป็นห่วง
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” ฉู่ลั่วบอกกับเขา
จี้ไจ่ถึงได้รีบนำทางพวกแขกรับเชิญออกไปอย่างโล่งใจขึ้นหน่อย
หลังจากมองพวกจี้ไจ่จนออกไปแล้ว ฉู่ลั่วก็หันหลังเดินไปทางกลุ่มคนพวกนั้น
เธอเดินไปอยู่ข้างแท่นสูง มองพวกชาวบ้านหยิบมีดออกมากรีดหัวใจของพวกเด็ก ๆ จนมีแต่เลือดนองเต็มไปหมด
แต่ในค่ายกล คนที่มาแทนที่พวกเขาคือกลุ่มคนสวมชุดเมื่อสมัยสาธารณรัฐหลายคน
พวกชาวบ้านหยิบมีดคมออกมาแล้วฟันไปอย่างโหดเหี้ยม
ส่วนหัว แขน และขาทั้งสองข้าง…
พวกเด็กถูกกรีดเอาหัวใจออกมา
พวกผู้ใหญ่ถูกหั่นออกเป็นห้าส่วน
ฉู่ลั่วไม่ได้ดูการบูชายัญนั้น แต่ค่อย ๆ เงยหน้ามองต้นไม้เซียน
เมื่อการบูชายันต์เริ่มต้น ใบไม้ของต้นไม้เซียนก็ดูเขียวชอุ่มมากยิ่งขึ้น
กิ่งก้านที่งอกงามก็ยิ่งงอกงาม ราวกับว่าจะเติบโตไปบดบังท้องฟ้าและดวงตะวัน
ในขณะเดียวกัน พลังหยินในสถานที่บูชายัญก็ยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ
วิญญาณเด็กที่ถูกทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมถูกพลังหยินเหล่านี้โจมตีจนกลายเป็นผีร้าย ผู้ใหญ่ที่ถูกหั่นแบ่งเป็นห้าส่วนก็เช่นกัน
เหล่าผีร้ายมองพวกชาวบ้านกับกงป๋อชีที่กำลังบ้าคลั่งด้วยสายตากระหายเลือด
แต่ค่ายกลกักขังพวกเขาไว้ พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ส่งเสียงกรีดร้องเท่านั้น
กงป๋อชีกวาดสายตามองพวกผีร้ายเหล่านั้นอย่างไร้อารมณ์ แล้วค่อย ๆ หันไปหาพวกชาวบ้าน เขายกสองมือขึ้นฟ้าพร้อมตะโกนว่า “ทุกคน ร่วมจิตภาวนาให้ต้นไม้เซียนคืนชีพ”
พวกชาวบ้านต่างคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่พวกที่เพิ่งฆ่าคนและควักหัวใจอยู่สด ๆ ร้อน ๆ ก็คุกเข่าลงอย่างเลื่อมใส หน้าผากจรดลงพื้นจนเปื้อนเลือดอุ่น ๆ ที่คลุ้งกลิ่นคาว
ฉากการแสดงความศรัทธาและนองเลือดนี้ ทำให้ฉู่ลั่วรู้สึกแปลกแยกเป็นอย่างมาก
ใครจะไปคิดว่าพวกชาวบ้านที่กำลังคุกเข่าสวดภาวนาพวกนี้ จะเป็นคนเดียวกันกับที่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมโดยปราศจากความลังเลเมื่อครู่