เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 476 ขาดเด็กแค่คนเดียว
บทที่ 476 ขาดเด็กแค่คนเดียว
TW : มีฉากบรรยายการใช้ความรุนแรงกับสตรีมีครรภ์
บนแท่นสูงนั้น กงป๋อชีใช้สองมือรวบรวมพลัง ปากก็ท่องคาถาไปด้วย
ค่ายกลเปิดออกแล้ว พลังหยินพุ่งขึ้นฟ้าต่างมุ่งไปทางต้นไม้เซียนที่เขียวชอุ่ม
เหล่าผีร้ายที่ส่งเสียงกรีดร้อง ในชั่วพริบตาก็ถูกพลังที่แข็งแกร่งดูดเข้าไปในต้นไม้เซียน
ค่ายกลหยินยี่สิบสี่ทิศ…
โดยทั่วไป มันไม่ใช่ค่ายกลดูดกลืนวิญญาณ แต่เป็นค่ายกลรวมพลังหยิน เป็นสิ่งที่พวกผีร้ายเอาไว้ใช้ฝึกวิชาสายมารต่าง ๆ
ทว่ากงป๋อชีไม่ใช่ผู้บำเพ็ญสายมาร วิชาที่เขาใช้ล้วนเป็นวิชาของลัทธิเต๋า
งั้นเขาทำเพื่อ ‘ต้นไม้เซียน’ ต้นนี้งั้นเหรอ?
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองต้นไม้เซียนที่ดูดกลืนผีร้ายกับเลือดสด ๆ ไป กิ่งก้านใบไม้ของมันมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิตแล้วสั่นสะเทือนไปในขณะที่ลมสงบ
“ต้นไม้เซียนคืนชีพแล้ว!”
ไม่รู้ว่าเป็นชาวบ้านคนไหนที่ตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ จากนั้นชาวบ้านทุกคนก็เงยหน้าขึ้นมองฉากนั้น
“ต้นไม้เซียนคืนชีพแล้ว”
กงป๋อชีเองก็มองต้นไม้เซียนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นกัน เพียงแต่เขากับเหล่าชาวบ้านผู้เลื่อมใสนั้นตื่นเต้นต่างกันอยู่อย่างหนึ่ง ในสายตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ
สายตาแบบนี้ ฉู่ลั่วเคยเห็นมาก่อนแล้ว
ชื่อหยางและซางหัวเองก็มีแววตาแบบเดียวกัน
เธอหันไปมองต้นไม้เซียนที่กิ่งก้านสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อย ๆ กิ่งก้านของมันยิ่งงอกงาม ใบของมันก็ยิ่งสีสดเข้ม …เขียวขจีจนแทบจะกลายเป็นสีดำแล้ว
ในขณะที่กิ่งก้านมันสั่นสะเทือนราวกับจะมีชีวิตขึ้นมา การเจริญเติบโตของต้นไม้เซียนก็หยุดชะงักไป
สายตาของกงป๋อชีมีดมนลงทันที สีหน้าก็ดูมืดมนลงไปในชั่วพริบตา
ชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองต้นไม้เซียนที่คืนชีพนั้นสงบนิ่งด้วยท่าทีผิดหวัง
“นายท่านกงป๋อ ต้นไม้เซียน… ยังไม่คืนชีพเหรอ?”
กงป๋อชีเก็บอาการทางสีหน้าแล้วส่ายหน้าให้ชาวบ้าน “ยัง อาจจะเป็นเพราะการบูชายัญของเรายังแสดงความเลื่อมใสไม่มากพอ”
“พวกเราเอาเด็กดีที่สุด ฉลาดที่สุดสังเวยให้ต้นไม้เซียนไปแล้ว พวกเราแสดงความเลื่อมใสมากแล้วนะขอรับ”
พวกชาวบ้านโต้แย้ง
กงป๋อชีทอดถอนใจ “เพราะต้นไม้เซียนก็คือต้นไม้เซียน”
“พวกเราบูชายัญมาสามครั้งแล้วนะ!”
นายท่านกงป๋อแย้ง “ยังไม่พอ”
ชาวบ้านบางคนมองต้นไม้เซียนอย่างผิดหวัง
บางคนมองอย่างหวาดกลัว
บางคนมองเด็กที่อยู่บนแท่นสูงเหล่านั้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
จนในที่สุดก็มีคนถอนหายใจ “ฟังที่นายท่านกงป๋อบอก เราจะบูชายัญอีกครั้ง เพื่อคืนชีพต้นไม้เซียน!”
“อืม!”
“…หาเด็กอีกสิบหกคนเหรอ?”
“จะมีเด็กมากขนาดนั้นที่ไหนกัน?”
“ตอนนี้โลกภายนอกวุ่นวายขนาดนั้น คนที่ลูกหายไปก็เยอะมาก พวกเราต้องหาได้แน่”
พวกชาวบ้านหารือกันไปพลางเดินออกจากปรัมพิธี
บางคนเดินไปแบกศพของเด็กกลับบ้านตัวเอง ชาวบ้านบางคนก็ทำความสะอาดแท่นบูชา
ไม่นานนัก แท่นบูชาก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงกลิ่นเลือดที่รุนแรงในอากาศที่บ่งบอกว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นในสถานที่แห่งนี้
ป้าฮวาเดินเข้ามาสวมเสื้อคลุมให้กงป๋อชี “นายท่านคะ จะเผยแพร่ข่าวการกำจัดเรื่องความเชื่องมงายสู่ภายนอกต่อไหมคะ?”
“อื้ม”
“มีปรมาจารย์หายไปหลายคนแล้ว ทางลัทธิเต๋าอาจจะสังเกตเห็นได้”
“ภายในโลกที่วุ่นวายนี้ หากคนในลัทธิเต๋าไม่ปลีกตัวออกจากทางโลกก็คงจะไปปะปนอยู่ในโลกมนุษย์ ไม่มีใครสนใจพวกเขาหรอก”
“เผยแพร่ต่อไป”
ป้าฮวาพยักหน้า
กระทั่งกงป๋อชีกับป้าฮวาไปกันแล้ว แท่นบูชานั้นก็มีเพียงแค่ความเงียบงัน
ทันใดนั้น ต้นไม้เซียนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วพบว่าภาพลวงตาตรงหน้านี้เคลื่อนไปเร็วมาก ๆ ราวกับว่าห้วงเวลาได้ถูกคนที่ไม่มีตัวตนเลื่อนมันไปโดยที่เธอมองไม่เห็น
เพราะการบูชายัญ นับวันหมู่บ้านอิ๋งเซียงจึงตกต่ำลงเรื่อย ๆ
ถึงขนาดที่มีชาวบ้านบางคนอยากจะพาครอบครัวหนีไป แต่หลังจากถูกพบแล้วจับตัวกลับมา ทั้งครอบครัวก็ถูกลงโทษใต้ต้นไม้เซียน
พอไม่มีใครกล้าหนี ก็ไม่มีใครมาที่ใต้ต้นไม้เซียนตามอำเภอใจเช่นกัน จะมาเพียงแค่ตอนบูชายัญเท่านั้น
ภายใต้การดูแลจัดการของกงป๋อชี ก็ได้มีการบูชายัญอีกสองครั้ง แต่ต้นไม้เซียนก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ทั้งสิ้น
นับวันพวกชาวบ้านก็ยิ่งหวาดกลัวต้นไม้เซียน ทั่วทั้งหมู่บ้านอิ๋งเซียงล้วนปกคลุมไปด้วยความมืดมน
ทุกครัวเรือนต่างก็มาผูกผ้าไว้
และในครั้งนี้…
กงป๋อชีก็ได้จัดงานบูชายัญขึ้นอีกครั้งแล้ว
ฉู่ลั่วมองหญิงตั้งครรภ์ท้องโตคนนั้นที่ถูกลากขึ้นไปบนแท่นบูชา หล่อนถูกปิดปากเอาไว้ มัดมือมัดเท้าแล้วถูกคนเอาไม้หามไปราวกับหมูตัวหนึ่งขึ้นไปวางบนแท่นบูชา
“อาเหมย ยังขาดเด็กไปอีกคน ขาดเด็กแค่คนเดียวเท่านั้น”
ในส่วนอื่นของค่ายกล ก็มีทั้งเด็กอายุไม่กี่ขวบและทารกเพิ่งคลอดไม่กี่เดือน
สถานการณ์แบบนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัวมาก ทั้งแท่นบูชามีแต่เสียงร้องไห้ของเด็กตัวเล็ก ๆ