เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 483 หลางกาน
บทที่ 483 หลางกาน
“นายอยากไปกับฉันไหม?” ฉู่ลั่วเอ่ยถาม
เขาลังเลชั่วขณะ จากนั้นส่ายหน้า “ข้าต้องรอเจ้านายอยู่ที่นี่”
“เขา…”
“เจ้านายเคยบอกไว้ว่าให้ข้ารอเขาอยู่ที่นี่อย่างเชื่อฟัง เจ้านายเป็นผู้บำเพ็ญ พูดจริงทำจริง ถ้าหากว่าเขาโกหก เขาก็จะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่ดี สวรรค์จะลงโทษเขา”
เด็กน้อยพูดอย่างภาคภูมิใจพร้อมรอยยิ้มซุกซนบนใบหน้า
สำหรับผู้บำเพ็ญอย่างแท้จริงคนหนึ่ง สิ่งที่กลัวมากที่สุดก็คือการปิดบังสวรรค์
‘สวรรค์ ลงโทษฉันสิ!’
‘สวรรค์ ส่งกรรมมาตามสนองฉันเลย’
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวรรค์หูตามืดบอดมานานแล้ว!’
‘วิถีแห่งสวรรค์จากไหน เวรกรรมจากไหน ขอแค่แข็งแกร่งมากพอ ก็ไม่มีเวรกรรมตามสนองแล้ว!’
ฉู่ลั่วได้ยินเสียงโม่เฉิงก่นด่าสาปแช่งสวรรค์อย่างบ้าคลั่งลอยมาตามสายลม
“ไม่ไปกับฉันจริง ๆ เหรอ?” เธอเอ่ยถามอีกครั้ง
เขายังคงส่ายหน้า “ข้าต้องรอเจ้านาย”
ฉู่ลั่วส่งเสียงตอบรับ ก่อนลงจากต้นไม้ “อือ ฉันเข้าใจแล้ว”
เธอก้าวเท้าเดินจากไป
“ข้าชื่อหลางกาน ถ้าหากท่านเจอเจ้านายอีกครั้ง จะต้องให้เขากลับมาหาข้านะขอรับ! ข้ารอเจ้านายอยู่เสมอเลย!”
ฉู่ลั่วนิ่งเงียบและเดินจากไป
หลังจากเดินไปพักหนึ่งก็เห็นจี้ไจ่กำลังยืนเอามือทั้งสองข้างไพล่หลังและเงยหน้ามองท้องฟ้า
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า จี้ไจ่หันหน้ากลับมาและเหลือบมองไปทางต้นไม้เซียน “ผมคิดว่าคุณมาแท่นบูชาเพราะจิตวิญญาณในต้นไม้เซียนกลายเป็นผีร้ายไปแล้วเสียอีก”
“เปล่า แม้ว่ากงป๋อชีจะพยายามควบคุม เขาเองก็ยังปฏิบัติตามความตั้งใจเดิม พลังหยินไม่มีผลกระทบต่อเขาเลย”
“เขาสังหารเพียงแค่กงป๋อชีกับป้าฮวาเท่านั้น”
จี้ไจ่ถอนหายใจ “ฐานะผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำไมกงป๋อชีถึงทำแบบนี้กันนะ?”
“ต้นไม้เซียนกลายเป็นผีร้าย ด้วยฐานะผู้บำเพ็ญอย่างเขา หากเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องและกำจัดผีร้าย พลังวิญญาณทั้งหมดที่ได้รับจะเทียบการปิดบังสวรรค์ได้ยังไง”
ดวงตาของจี้ไจ่เบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ “สะ… สวรรค์จะโดนปิดบังได้ยังไง?”
“วิธีนอกรีตปกปิดสวรรค์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ”
จี้ไจ่เงียบ “…”
ชายหนุ่มเป็นผู้บำเพ็ญที่เคร่งครัด บำเพ็ญด้วยความตั้งใจ และเคารพต่อกฎเกณฑ์ทั้งหมด
เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยว่าจะมีผู้บำเพ็ญที่บีบบังคับต้นไม้เซียนเพื่อการฝึกฝนของตนเอง
ฉู่ลั่วมองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “คุณไม่รู้เหรอ?”
จี้ไจ่ส่ายหน้า “ผมไม่เคยได้ยินเลย”
เธอไม่พูดอะไรอีก
เรื่องของซางหัวได้รับการแก้ไขมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ด้วยสถานะสมาชิกในลัทธิเต๋าและสมาชิกองค์กรศักดิ์สิทธิ์ของจี้ไจ่ เขาไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
ดูเหมือนว่าการประสานงานของซู่เซี่ยงหยางกับสมาชิกลัทธิเต๋าจะไม่ดีนัก
…
วันถัดมา ทีมรายการและแขกรับเชิญต่างก็ออกเดินทางกลับกัน
ฉู่ลั่วสะพายกระเป๋าของตนเองและยืนรออยู่ใต้ต้นไม้
ฉู่หร่านเดินเข็นกระเป๋าเข้ามาทักทาย “ลั่วลั่ว เธอไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว ครั้งนี้กลับบ้านกับฉันไหม?”
“ฉันไม่กลับ”
ฉู่หร่านยังคงยิ้มละไม “พ่อกับแม่คิดถึงเธอมากนะ”
ฉู่ลั่วชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่แยแส
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉู่หร่านรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมรอยยิ้มบนริมฝีปากได้อีกต่อไป “ลั่วลั่ว ทำไมเธอถึงมองฉันแบบนี้?”
ฉู่ลั่วถามเสียงเรียบ “ฉู่หร่าน เธออยากให้ฉันกลับบ้านตระกูลฉู่จริงเหรอ?”
ฉู่หร่านผงะ จากนั้นจึงพยักหน้า “แน่นอน”
“งั้นเหรอ?” ฉู่ลั่วเข้าใกล้ลูกสาวตัวปลอมของบ้านอย่างเชื่องช้า และกระซิบข้างใบหูอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา “เธอไม่กลัวเหรอ?”
ฉู่หร่านถาม “กลัวอะไร?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันไม่ต้องพยายาม พี่ใหญ่ก็ยืนอยู่ข้างฉันแล้ว”
“ตอนนี้… แม้แต่พี่ชายรองเองก็กำลังจะมายืนอยู่ข้างฉันด้วย”
“เธอไม่กลัวจริงเหรอ?”
สีหน้าของฉู่หร่านเปลี่ยนไปในทันที
ฉู่ลั่วกลับมายืนตัวตรงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับว่าคนที่พูดจาคุกคามเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เธออย่างไรอย่างนั้น
ฝางไคจี้เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว “เธอทำอะไร? อย่าคิดจะรังแกหร่านหร่านนะ!”
“ฝางไคจี้!” ฉู่จิงเดินเข้ามา “นายลืมคำพูดของฉันไปแล้วใช่ไหม?”
ฝางไคจี้มองฉู่จิงด้วยความประหลาดใจ “นายไม่เห็นว่าเมื่อกี้ ผู้หญิงคนนี้รังแกหร่านหร่านหรอกเหรอ? นายเป็นพี่ชายของหร่านหร่านหรือเปล่า? อ๋อ นายลืมคำพูดก่อนหน้านี้ของตัวเองไปแล้วใช่ไหม? ที่ว่าไม่ว่าใครจะรังแกหร่านหร่าน นายก็จะปกป้องเธอน่ะ”
ฉู่จิงปฏิเสธ “ฉันไม่ได้ลืม”
เขามองไปทางฉู่หร่านและเอ่ยถาม “หร่านหร่าน ฉู่ลั่วรังแกเธอหรือเปล่า?”
ฉู่หร่านมองพี่ชายรองอย่างนิ่งงัน ก่อนหน้านี้เขาจะไม่เอ่ยถามคำถามแบบนี้
หัวใจของฉู่หร่านตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อกี้นี้ของฉู่ลั่ว
พี่รองก็จะเป็นเหมือนพี่ใหญ่ ที่ไปอยู่ฝั่งฉู่ลั่วใช่ไหม?
เขาเองก็จะเป็นเหมือนพี่ใหญ่ที่ไม่รักและทะนุถนอมเธออีกต่อไปใช่ไหม?
ฉู่หร่านอยากบอกว่าฉู่ลั่วรังแกเธอ
แต่กลับพูดไม่ออก
ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้า “เปล่าค่ะ ลั่วลั่วไม่ได้รังแกหนู”
ฉู่จิงเลิกคิ้วมองไปทางฝางไคจี้
ฝางไคจี้กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “หร่านหร่านใจดีขนาดนี้ แม้ว่าจะถูกรังแก เธอก็ไม่ยอมรับหรอก”
“ฉู่จิง ฉันคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่านายจะเป็นคนแบบนี้”
ฝางไคจี้หยิบกระเป๋าเดินทางจากมือของฉู่หร่าน “หร่านหร่าน พวกเราไปกันเถอะ”
ฉู่หร่านลังเลชั่วขณะและเดินตามไป
เธอเดินไปพลางหันหน้ากลับไปมองฉู่จิง แต่กลับพบว่าพี่ชายรองไม่ได้มองเธอด้วยซ้ำ เขากำลังพูดคุยกับฉู่ลั่ว
ฉู่หร่าน “…”