เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 490 ปรมาจารย์ชงเซียวจื่อ
บทที่ 490 ปรมาจารย์ชงเซียวจื่อ
เฉิงยวนลอยมาตรงหน้าฮั่วเซียวหมิงในทันที ดวงตามืดมนของหล่อนเบิกกว้าง น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกไม่คาดฝัน
“เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเจ้าพูดความรู้สึกออกมาตรงขนาดนี้ เจ้าไม่ชอบฉู่ลั่วแล้วหรือ เจ้ามาที่นี่เพื่อมาโมโหใส่ข้าทำไม?”
“ไม่ใช่ข้าทำให้เจ้าเปลี่ยนใจเสียหน่อย และไม่ใช่ข้าทำให้เจ้าชอบคนอื่น!”
น้ำเสียงของเฉิงยวนเบาลงเรื่อย ๆ “เจ้าสงสัยว่าเป็นเพราะขวดผนึกรักหรือ?”
ฮั่วเซียวหมิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ฉันไม่ใช่คนตระกูลฉู่พวกนั้น ฉันรู้ดีว่าคนที่ตัวเองชอบคือใคร”
เฉิงยวน “…”
ชั่วขณะหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าควรบ่นความรังเกียจเดียดฉันท์ที่ฮั่วเซียวหมิงมีต่อตระกูลฉู่ หรือบ่นที่เขาพูดอย่างมั่นใจเหลือเกินว่าตัวเองชอบใคร
แต่เมื่อเป็นเรื่องของขวดผนึกรัก เฉิงยวนย่อมต้องให้ความสนใจ
“ขวดผนึกรักนี้… ข้าขโมยมา”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
“ข้าไปขโมยมาจากสุสานของนักพรตเฒ่าคนหนึ่ง ตอนข้ายังมีชีวิตอยู่ รู้ว่าเขาทำขวดผนึกรักขึ้นมา เลยสงสัยว่าหลังจากที่เขาตายไปแล้ว มันจะไปอยู่ในสุสานของเขาหรือเปล่า คิดไม่ถึงว่าเขาเอามันไปทำเป็นของที่ฝังพร้อมกับศพจริง ๆ ”
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ยถาม “นักพรตเฒ่า? นักพรตเมื่อหลายพันปีก่อนเหรอ?”
“ใช่สิ! เขาเป็นทายาทของโจวเหยี่ยนผู้สร้างสำนักหยินหยาง เขาชื่ออะไรข้าไม่รู้ แต่ทุกคนต่างก็เรียกเขาว่าชงเซียวจื่อ”
“พลังของเขาแข็งแกร่งมาก และชอบทำเครื่องราง”
ชงเซียวจื่อ?
ฮั่วเซียวหมิงจดจำชื่อนี้เอาไว้ เขาถามอีกว่า “เธอรู้ผลข้างเคียงของขวดผนึกรักไหม?”
เฉิงยวนส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยิน แต่ตามปกติแล้ว เครื่องรางของชงเซียวจื่อไม่เคยเกิดปัญหามาก่อน”
ตามปกติ…
ก็หมายความว่า ยังมีเวลาที่ไม่ปกติด้วย
ฮั่วเซียวหมิงยืนขึ้น สองมือไพล่หลังเดินไปที่ระเบียง และมองออกไปข้างนอก
เขายังแผ่บรรยากาศตึงเครียดอยู่อย่างนั้น เฉิงยวนได้แต่นั่งอย่างเชื่อฟังอยู่บนเก้าอี้ มือสองข้างวางบนเข่าท่าทางเรียบร้อย
หากไม่ใช่เพราะดวงตาน่าสยดสยองคู่นั้น ใครเห็นเข้า ก็คงคิดว่าหล่อนเป็นหญิงสาวผู้สง่างาม
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ก็ยังไม่เห็นฮั่วเซียวหมิงพูดอะไร
เฉิงยวนพูดลองเชิง “คือว่า… ทำไมเจ้าถึงมั่นใจว่าเป็นผลข้างเคียงจากขวดผนึกรักล่ะ?”
ฮั่วเซียวหมิง “…”
แม้ว่าเขาจะยังหันหลังให้ แต่วิญญาณสาวสัมผัสได้ว่าเมื่อครู่เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ
“ความรู้สึกของคนเรายากจะคาดเดา” หล่อนพูดเสียงเบา “ก่อนที่ใครสักคนจะเปลี่ยนใจ พวกเขาต่างก็ไม่คิดหรอกว่า ตัวเองจะเปลี่ยนใจได้”
เวลารักกัน ก็คิดว่าตัวเองจะอยู่กับอีกฝ่ายไปจนแก่เฒ่า
แต่เมื่อมาถึงครึ่งทางก็เปลี่ยนใจแล้ว อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนหรอก
ฮั่วเซียวหมิงยังคงหันหลังให้อีกฝ่าย
เฉิงยวนพูดต่อไปว่า “เจ้ากับฉู่ลั่วความรู้สึกไม่ชัดเจน หรือจะพูดว่า ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยมาตั้งแต่แรก เจ้าจะไปชอบคนอื่น ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถเข้าใจได้”
“และฉู่ลั่วเอง นางก็คงเข้าใจ”
ฮั่วเซียวหมิงค่อย ๆ หันกลับมา เขามองเฉิงยวนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “ฉู่ลั่วจะไม่รู้”
เฉิงยวน “…”
หล่อนเข้าใจความหมายของฮั่วเซียวหมิง
ฉู่ลั่วไม่ได้คาดหวังในความสัมพันธ์ชายหญิงสักเท่าไหร่ บางทีเธออาจจะมีความรู้สึกแปลกกับฮั่วเซียวหมิงอยู่บ้าง
แต่ถ้ารู้ว่าฮั่วเซียวหมิงมีคนอื่นที่ชอบแล้ว ฉู่ลั่วก็คงกำจัดความรู้สึกแปลกนั้นออกไปจนหมดโดยไม่ลังเล
“แต่ว่า… หากไม่ใช่ผลข้างเคียงจากขวดผนึกรัก ข้าคิดว่าฉู่ลั่วมีสิทธิ์ที่จะรู้ปัญหาเรื่องความรู้สึกของเจ้า” วิญญาณสาวไม่มีทางช่วยผู้ชายคนไหนหลอกฉู่ลั่ว
ฮั่วเซียวหมิงสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันรักฉู่ลั่วคนเดียว ความรู้สึกที่ฉันมีต่อคนอื่น… เป็นเพราะขวดผนึกรักสร้างขึ้นมาเท่านั้น”
รูม่านตาของเฉิงยวนขยายขึ้นช้า ๆ จนลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า หล่อนออกแรงกดให้ลูกตากลับเข้าไปที่เดิม
ทั้งที่ไม่มีลมหายใจ แต่ผีร้ายพันปีกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลั้นหายใจ
ฮั่วเซียวหมิง…
ฮั่วเซียวหมิงบอกรักฉู่ลั่ว
ฮั่วเซียวหมิงยืนยันต่อหน้าข้าว่ารักนาง
ฮั่วเซียวหมิง… พูดจริง ๆ!
เห็นท่าทางประหลาดใจของเฉิงยวน แววตาของฮั่วเซียวหมิงก็ไม่ได้เปลี่ยนไป “เธอตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้นี่?”
เฉิงยวนส่ายหน้า “นี่ไม่เหมือนกัน พวกเราดูออกอยู่ว่าเจ้าชอบนาง แต่เจ้าพูดว่ารักออกมา มันเป็นเรื่องที่ไม่ทันตั้งตัวน่ะ”
แอบรักกับรักแบบเปิดเผยจะเหมือนกันได้ยังไง?
ทุกคนก็รู้กันอยู่ว่าการแอบรักกับการพูดออกมาว่ารักอย่างเปิดเผย มันต่างกันราวฟ้ากับเหวอยู่แล้ว!
ตอนแรกหล่อนคิดว่าฮั่วเซียวหมิงเป็นคนถือตัวและหยิ่งยโส ไม่มีทางพูดออกมาง่าย ๆ ว่าตัวเองคิดไปเองฝ่ายเดียว หรือไปแอบรักใคร
แต่ฮั่วเซียวหมิงยอมรับแล้ว
เขายอมรับอย่างไม่บิดเบือนเลยว่าตัวเองรักฉู่ลั่ว
เมื่อครู่ยังเน้นย้ำอีกด้วย
เฉิงยวน “…”
หล่อนปิดปาก สีหน้าเผยความตื่นเต้น แม้จะเป็นผีแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจน
พริบตาเดียว วิญญาณสาวก็ลอยมาตรงหน้าฮั่วเซียวหมิง “ข้าเอาเรื่องนี้ไปประกาศในกลุ่มแฟนคลับได้หรือไม่!?”
“กลุ่มแฟนคลับ?”
“กลุ่มแฟนคลับ ‘คู่จิ้นฮวาชูชวี่’ ไงล่ะ! กลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นของเจ้ากับฉู่ลั่ว ตอนนี้คนในกลุ่มมีไม่เยอะ แค่สามสิบกว่าคน ข้าเป็นผู้ดูแลกลุ่ม!”
แฟนคลับเรืออะไร มีกันอยู่แค่สามสิบกว่าคน?
แค่คิดก็ปวดหัวใจแล้ว
ฮั่วเซียวหมิงเอ่ย “แล้วแต่เธอ”
เฉิงยวนดีใจอยู่สักพัก ถึงสงบสติอารมณ์ลงได้ “ถ้าเป็นปัญหาจากขวดผนึกรักจริง ข้าจะกลับไปดูในหลุมศพของชงเซียวจื่อสักหน่อย”
“แต่ว่า…” หล่อนถามลองเชิง “เจ้าไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับฉู่ลั่วจริง ๆ หรือ?”