เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 501 น้องชาย
บทที่ 501 น้องชาย
ฉวนจวินรีบรับมือถือนั้นไว้ “เป็นไงล่ะ? พูดไม่ออกเลยสิ!”
เจ้าของแอ็กเคานต์รำคาญใจพยักหน้า “พูดไม่ออกเลย”
เธอชี้ไปที่ประตูแล้วพูดกับอีกฝ่าย “ไสหัวออกไป”
ฉวนจวินอึ้ง “…คุณว่าอะไรนะ”
“ฉันบอกให้แกไสหัวออกไป!” รำคาญใจลุกขึ้นยืน เดินไปที่ประตูแล้วเปิดประตูออก “แกโตแล้ว ฉันไม่มีความจำเป็นต้องเลี้ยงดูแกแล้ว นี่คือบ้านของฉัน เชิญแกออกไปตอนนี้เลย”
“ผมเป็นลูกชายของคุณ…”
“ไสหัวออกไป”
“ทำไมคุณถึงกล้า…?”
รำคาญใจยิ้มเยาะพลางมองน้องชายคนนี้ “ทำไมฉันจะไม่กล้า? ตอนฉันอยู่ม.ปลายปีสาม พ่อแม่มาบอกฉันว่าจะมีลูกชายเพิ่มอีกสักคน เพราะกลัวว่าในอนาคตฉันจะไม่มีใคร ถ้าแต่งงานออกไปแล้วจะถูกคนรังแกเอาได้”
“ฉันตกลง พ่อแม่อายุมากแล้ว ฉันก็เลยหยุดเรียนหนึ่งปีมาดูแลแม่ที่ท้อง จนกระทั่งเธอคลอด ฉันก็คอยดูแลตอนที่แม่อยู่ไฟหลังคลอดต่อ”
รำคาญใจเล่าด้วยน้ำเสียงสงบมาก “หลังจากนั้นล่ะ? ฉันได้อะไรมา! จู่ ๆ พวกเขาก็ป่วยตาย ทิ้งแกที่อายุสิบขวบไว้ให้ฉันดูแล จะทำงานก็ทำแบบไม่สบายใจ เรื่องความรักของฉันก็พัง”
“ฉันเคยบ่นสักคำไหม? ฉันเองก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่ฉันก็ต้องส่งแกเรียน”
“แกสอบได้วิทยาลัยวิชาชีพ จบมาได้แบบถู ๆ ไถ ๆ งานเงินเดือนต่ำก็ไม่ยอมทำ งานเหนื่อยก็ไม่ยอมทำ”
“วัน ๆ เอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกของโลก แต่ไม่มีโอกาสเข้ามาหา”
“ฉันไม่ได้เลี้ยงดูแกเหรอ?”
“แล้วแกล่ะปฏิบัติกับฉันยังไง?”
รำคาญใจชี้ไปที่มือถือในมือของฉวนจวิน “ด่าฉันว่าเป็นสาวแก่ไม่แต่งงาน? ด่าฉันเลว? ด่าฉันว่าไม่มีใครเอา? จะรอฉันตายแล้วเอามรดกจากฉัน”
เธอหัวเราะเยาะตัวเอง
นี่คือคนที่พ่อแม่ของเธอบอกว่าจะมีน้องชายให้ จะได้มีคนพึ่งพาอาศัยกันเหรอ
“ไสหัวไป!” เธอชี้ไปที่ประตู “แกมีความสามารถไม่ใช่เหรอ? คิดว่าตัวเองเก่งนักไม่ใช่หรือไง?”
ฉวนจวินตะลึงไปครู่หนึ่ง รู้ว่าตัวเองไม่ไปไม่ได้แล้ว “งั้นผมเก็บของก่อนได้ไหม!”
“ไปเก็บสิ”
กระทั่งฉวนจวินไปเก็บของในห้องนอน รำคาญใจก็ทิ้งตัวพิงกำแพง เธอถอนหายใจหนัก ๆ แล้วยิ้มให้กล้องอย่างขมขื่น “ฉันเอาแต่ตามหาคนที่ขีดรถของฉันทุกวัน เขาเองก็ช่วยฉันหา ตอนที่ฉันด่าอีกฝ่าย เขาเองก็ช่วยฉันด่า ใครจะไปรู้…”
[น่าสงสารจัง! ทั้งชีวิตถูกน้องชายทำลายไปแล้ว]
[ใช่! พ่อแม่อยากมีลูก มีเองก็เลี้ยงเองก็จบแล้ว ยังจะให้ลูกสาวตัวเองหยุดเรียนมาดูแลตอนอยู่ไฟอีก ไม่เคยเห็นพ่อแม่ที่แปลกขนาดนี้เลย]
[คนชนบทเป็นแบบนี้กันเยอะมาก ตอนฉันเด็ก ๆ เด็กผู้หญิงในหมู่บ้านเยอะมาก พอขึ้น ม. ต้นแล้วต้องหยุดเรียนกลางคันไปทำงาน แล้วครอบครัวแบบนี้ปกติก็จะมีน้องชาย]
[ทำดีมาก! เขาคิดว่าตัวเองเก่งมากไม่ใช่เหรอ?]
[โหดร้ายเกินไปแล้ว! ยังไงก็พี่น้องกันแท้ ๆ ไม่เห็นต้องโหดร้ายขนาดนี้เลยไหม!]
[ไล่เขาออกไปตอนนี้ก็เหมือนส่งเขาไปตายไม่ใช่เหรอ? อีกอย่างนะ เขาอยู่กับคุณมาตั้งแต่เด็กขนาดนั้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษคุณที่ไม่สอนให้ดี ตอนที่เขาเป็นเด็กไม่สอน รอจนเขาโตแล้ว คุณจะมาโทษว่าเขาไม่รู้ความ แล้วคุณไม่ผิดเหรอ?]
[เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวที่สืบทอดวงศ์ตระกูลได้ คุณไม่ได้แต่งงานแล้วไล่เขาออกไปแบบนั้น ไม่กลัวพ่อแม่ของคุณจะกระโดดออกจากหลุมศพมาหาคุณเหรอ?]
เมื่อเห็นความคิดเห็นเหล่านั้น รำคาญใจก็ยิ้มเยาะตัวเอง “สืบทอดอะไร? สืบทอดวิธีคิดผู้ชายเป็นใหญ่ในบ้านเหรอ สืบทอดการที่ไม่ทำอะไรเลยแล้วพึ่งแต่ผู้หญิงเหรอ สืบทอดพวกไร้ประโยชน์น่ะเหรอ?”
“คุณเจ้าของช่องคะ ขอบคุณที่ช่วยฉันตามหาคนที่ขีดรถฉันนะคะ” แล้วก็เปลี่ยนความคิดของเธอด้วย
“งั้นฉันขอออกไปก่อนนะคะ”
ฉู่ลั่วกำลังเตรียมจะพยักหน้าแต่จู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยน พลางพูดกับรำคาญใจไปว่า “คุณออกไปก่อนค่ะ”
“อะไรนะคะ?”
“ออกไปก่อน …แล้วไปแจ้งตำรวจค่ะ”
เจ้าของแอ็กเคานต์รำคาญใจตะลึงทันที ยังไม่ทันจะเข้าใจว่าสิ่งที่ฉู่ลั่วพูดมันหมายความว่าอะไร ก็ได้ยินว่าวิธีพูดของฉู่ลั่วเปลี่ยนไปแล้ว “ไม่ทันแล้วค่ะ… ในบ้านคุณมีที่ไหนที่น้องชายคุณเข้าไปไม่ได้ไหมคะ?”
“ห้องหนังสือของฉันค่ะ!”
“เข้าไปในนั้นก่อนค่ะ!”
รำคาญใจยังคงลังเลอยู่ เธออยากรอให้น้องชายไปก่อน
ฉู่ลั่วเห็นว่าอีกฝ่ายลังเลไม่ตัดสินใจสักทีจึงรีบบอก “ถ้าคุณมัวชักช้าจะไม่มีใครช่วยคุณได้นะคะ”
ทันทีที่รำคาญใจได้ยินก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องหนังสือแล้วล็อกประตู
ประตูเพิ่งจะล็อกไปก็ได้ยินเสียงของฉวนจวินดังมาจากข้างนอก “ไปไหนแล้วล่ะ?”
มีเสียงคุยโทรศัพท์ดังขึ้น “เธอลงไปข้างล่างหรือเปล่า ที่แท้ก็อยู่ในห้องหนังสือนี่เอง!”
ตึง!
เขาเตะประตูอย่างแรง แต่ก็ยังพังเข้ามาไม่ได้
รำคาญใจสั่นกลัวใจเต้นรัว กำมือถือแน่น สายตาก็จดจ้องอยู่ที่ประตูห้องหนังสือ
ไม่นานนัก ก็มีเสียงสนทนาดังมาจากข้างนอก
“ไลฟ์อยู่ แกจะลงมือจริง ๆ เหรอห้ะ!”
“เธอจะไม่ให้ฉันมีชีวิตที่ดี จะไล่ฉันออกไป แบบนั้นมันส่งฉันไปตายไม่ใช่เหรอ? เธอจะให้ฉันไปตาย แล้วจะให้เธอมีชีวิตอยู่หรือไง”
“แต่กำลังไลฟ์อยู่นะ!”
เสียงของฉวนจวินดูโหดร้ายมาก “ฉันจะตายอยู่แล้วยังจะสนใจว่าไลฟ์หรือไม่ไลฟ์อีกเหรอ?”
พูดแล้วก็เริ่มเตะประตูห้องหนังสืออีก!