เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 520 อาจิ่วโกรธ
บทที่ 520 อาจิ่วโกรธ
ฉู่ลั่วขมวดคิ้ว “ฮั่วเซียวหมิง วิญญาณของคุณไม่มั่นคง ใกล้จะ…”
ออกจากร่างแล้ว…
ไม่รอให้เธอพูดจบ ผู้ชายที่กอดเธอไว้แน่นเมื่อสักครู่นี้หมดแรงไปแล้ว ร่างโถมใส่ฉู่ลั่วอย่างไร้เรี่ยวแรง
เธอถูกร่างผู้ชายร่างใหญ่กดทับลงมา ก็เซถลาไปเล็กน้อย
แต่มือทั้งสองข้างของเธอก็ยังโอบรอบร่างกายของฮั่วเซียวหมิงไม่ให้ไถลลงไปกองบนพื้น เมื่อหันไปมองด้านข้าง ก็จะเห็นวิญญาณของฮั่วเซียวหมิงอยู่ตรงนั้น
ดวงวิญญาณโปร่งแสงยืนพิงกำแพง กำลังมองเธอด้วยท่าทางสบาย ๆ ปราศจากท่าทางแข็งกร้าวอย่างเมื่อครู่
“…” ฉู่ลั่วปริปาก “ฉันรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่เป็นเพราะขวดผนึกรัก”
ฮั่วเซียวหมิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
ฉู่ลั่วเอ่ยต่อ “อักขระบนขวดผนึกรักตอนนี้ ฉันยังแก้ไม่ไหว”
ชายหนุ่มกัดฟัน แม้จะเป็นวิญญาณ แต่ก็มองออกว่าเขากำลังโมโห “ฉู่ลั่ว จนถึงตอนนี้ คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำไมผมถึงโกรธ?”
ฉู่ลั่วคิดจะพูด
แต่มีรถสองคันขับเข้ามาเสียก่อน
รถหยุดนิ่ง หยางไต้กับฮั่วจิ้นก็พาบอดีการ์ดมาหลายคน
“โอ๊ย! เจ้าเด็กตัวเหม็นคนนี้ กำลังทำอะไรกันแน่นะ? รู้ทั้งรู้ว่าร่างกายตัวเองจะเกิดปัญหา ยังจะวิ่งเอาปัญหามาให้หนูอีก”
หยางไต้ดุด่าลูกชายของตนด้วยความโกรธ ก่อนจะให้บอดีการ์ดมาอุ้มร่างของฮั่วเซียวหมิงไปไว้บนรถ
เธอมองไปรอบ ๆ แต่มองไม่เห็นวิญญาณของฮั่วเซียวหมิง แต่เธอรู้ วิญญาณของเจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นต้องอยู่ที่นี่แน่นอน
หยางไต้คว้ามือของฉู่ลั่ว “ลั่วลั่วจ๊ะ! อาจิ่ว เจ้าเด็กคนนั้นบอกป้าแล้ว ช่วงนี้ร่างกายของเขามีปัญหา วิญญาณไม่มั่นคง ต้องมาอยู่กับหนูสักพักหนึ่ง”
“หนูช่วยดูเขาหน่อยนะจ๊ะ ถ้าเขาทำให้หนูโกรธ หนูรีบบอกป้าเลยนะ” หยางไต้พูดพร้อมกับทำสีหน้าไปด้วย “ร่างกายของเขาอยู่ในกำมือป้า ปล่อยเขาหิวไปหลาย ๆ มื้อ ไม่เป็นปัญหาหรอกจ้ะ”
“…” ฮั่วจิ้นเหลือบมองภรรยา อยากจะเตือนเหลือเกินว่านี่คือลูกชายแท้ ๆ เธอนะ
แต่พอคิดถึงจุดยืนของตัวเอง เขาก็ย้ายข้างเสียอย่างนั้น
“คุณป้าของหนูพูดถูกแล้ว เจ้าเด็กคนนี่ดื้อ ท่าทางแข็งกร้าว ถ้าเขาทำให้หนูโกรธก็โทรหาพวกเราได้เลย หนูวางใจได้ พวกเรายืนอยู่ข้างหนู”
ฉู่ลั่วกะพริบตา ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร
พวกเขาสองสามีภรรยาก็ทำเหมือนเดิมไม่มีผิด ตอนมาก็อย่างกับลมหอบมา ตอนกลับก็รีบร้อนกลับไป
ฉู่ลั่วกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนหันไปมองฮั่วเซียวหมิง
ฮั่วเซียวหมิงหันหลังเดิน ไม่สิ… ลอยเข้าไปในบ้าน ลอยไปก็พูดไปว่า “ผมบอกให้พวกเขารู้เอง”
ฉู่ลั่วรับปาก “ฉันทำให้วิญญาณของคุณกลับเข้าร่างได้นะ”
พลังวิญญาณของเธอในตอนนี้ทำให้วิญญาณของฮั่วเซียวหมิงมั่นคงได้
ฮั่วเซียวหมิงเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อาทิตย์ตกสีเลือดอาบย้อมวิญญาณของเขา ขณะหันมายิ้มให้ฉู่ลั่ว “ไม่ต้อง ตอนนี้ผมไม่อยากกลับเข้าร่าง”
ฉู่ลั่ว “…”
…
บนรถ
หยางไต้มองร่างกายของลูกชายที่สลบไสลไม่ได้สติ ก่อนจะกลอกตาด้วยความมันเขี้ยว
ฮั่วจิ้นกล่าว “ยังไงก็คลอดออกมาเอง คุณอย่ากลอกตาใส่ขนาดนี้เลย!”
หยางไต้ถอนหายใจ “ไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกับลั่วลั่วหรือเปล่านะคะ? ต้องเป็นเขาแน่ ๆ ที่ชวนลั่วลั่วทะเลาะ”
ฮั่วจิ้นก็มองลูกชายของตนเองเช่นกัน “หลายปีแล้วที่ไม่ได้เห็นอาจิ่วโกรธขนาดนี้”
เมื่อครู่ ฮั่วเซียวหมิงกลับบ้านไปด้วยสีหน้าขุ่นเคือง และบอกให้พ่อรับช่วงดูแลบริษัทไปสักพัก วิญญาณตนไม่มั่นคง จะไปอยู่กับฉู่ลั่วสักพักหนึ่ง
“ถุย ถุย ถุย แสร้งทำท่าทางเย็นชามาทั้งวัน มีแต่ลั่วลั่วนี่แหละที่ทำให้เขาเหมือนคนได้” หยางไต้จิ้มหน้าลูกชายตัวเอง “เสแสร้งไปเถอะ ตอนนี้เจอคนที่จัดการลูกได้อยู่หมัดแล้ว! สมน้ำหน้า!”
เจ้าลูกชายคนนี้…
ฉลาดก็ฉลาดอยู่หรอก
หล่อก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ขี้เก๊ก! ขี้เก๊กมากจริง ๆ!
ลูกบ้านอื่นเขาก็อ้อนพ่อแม่ โกรธพ่อแม่ หรือมีช่วงกบฏกับพ่อแม่กันทั้งนั้น…
แต่เขาไม่มีเลย!
เฮ้อ!
ตั้งแต่รู้ความขึ้นมา อย่าว่าแต่อ้อน แม้แต่จะโกรธยังน้อยครั้งมาก ๆ
ก่อนหน้านี้เธอก็สงสัยมานานแล้ว ว่าลูกชายของตัวเองเป็นนักบวชกลับชาติมาเกิดหรือเปล่า พระพุทธองค์ทรงกำจัดอารมณ์ความรู้สึกแบบปุถุชนของเขาไปแล้วเหรอ?
เหอะ!
ก็แค่เสแสร้งเก่งไม่ใช่หรือไง?
เก่งนักก็เสแสร้งไปให้ได้ทั้งชีวิตแล้วกัน!
โชคดีที่ลั่วลั่วเป็นคนจิตใจดี ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงโบกมือลาไปนานแล้ว