เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 522 รายการตอนใหม่
บทที่ 522 รายการตอนใหม่
ครั้งนี้ เป็นเมืองหนานที่อยู่ติดกับเมืองเจียง
และต่างจากสองตอนก่อน ทุกคนในรายการมารวมตัวกันที่ห้องห้องหนึ่งในโรงแรมห้าดาว
เมื่อมาถึงสถานที่นัดหมาย ฉู่ลั่วก็มองฮั่วเซียวหมิงที่ตามอยู่ข้างกายเธอก็ขมวดคิ้วถามเขาว่า “คุณจะตามฉันไปจริงเหรอ?”
ฮั่วเซียวหมิงบอก “หัวหว่านกับพวกเฉิงยวน หลายวันนี้เอาแต่ช็อปปิงกันอย่างบ้าคลั่ง หรือจะให้ผมไปเดินช็อปปิงกับพวกเธอเหรอ?”
ฉู่ลั่วตอบ “คุณรออยู่ที่บ้านก็ได้”
ฮั่วเซียวหมิงเหลือบมองเธอ ตอนที่ประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ลอยเข้าไป “ผมชอบตามติดคุณ”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอเดินตามหลังฮั่วเซียวหมิงเข้าไป
เมื่อผลักประตูเข้าไป กล้องก็หันมาหาเธอ ในห้องนัดรวมตัวมีคนมาหลายคนแล้ว
เย่อวิ๋นชู หางเจียซิ่น และเหยียนอันอี้ก็มากันแล้ว
ฉู่หร่านกับฉู่จิง ทั้งสองคนก็มาถึงแล้ว
พวกเขามองฉู่ลั่วและลุกขึ้นยืนทันที
“พี่ลั่ว” เย่อวิ๋นชูเดินเข้ามาหาอย่างดีใจ “ฉันได้ดูไลฟ์สตรีมของคุณแล้วนะคะ! พี่ลั่ว คุณสุดยอดมาก ๆ เลย!”
หางเจียซิ่นก็รีบพูดว่า “ผมก็ดูครับ ผมโดเนตของขวัญให้พี่ลั่วด้วยนะ พี่ลั่วเห็นไหมครับ?”
หลังจากเหยียนอันอี้ทักทายฉู่ลั่วเสร็จก็กลับไปนั่งบนโซฟา
หางตาของเขาเหลือบมองสองพี่น้องตระกูลฉู่ ก่อนจะมองทั้งสามคนที่กำลังคุยกันสนุกสนาน มุมปากของเขาก็กระตุก
ผ่านไปสักพักหนึ่ง จี้ไจ่กับฝางไคจี้ก็มาถึงแล้ว
การไลฟ์สตรีมเริ่มต้นขึ้น ผู้ชมจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา
[รอมาตั้งหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็ได้ดูแล้ว]
[พี่ไคจี้ของฉันหล่อมากเลย! นั่งคู่กับหร่านหร่านแล้วช่างเป็นหนุ่มหล่อกับสาวสวย ดูสบายตาจัง!]
[ราชาภาพยนตร์ฉู่เท่มากเลย! ฉันรักเขาแล้ว!]
…
เห็นจำนวนผู้ชมในไลฟ์สตรีมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้กำกับเฉียวโจวก็ยิ้มออกมา เขาพูดกับแขกรับเชิญทั้งหกคนว่า “การถ่ายทำครั้งนี้ พวกเราได้นำโมเดลรูปแบบใหม่มาใช้ครับ”
แขกรับเชิญทั้งหกคนต่างก็ร้องอุทานมาทั้งจริงทั้งปลอม เหมือนทำเอฟเฟกต์ให้รายการเรียลลิตี
เฉียวโจวพูดต่อไป “จากการไลฟ์สตรีมไปสองครั้งก่อนหน้านี้ เชื่อว่าแขกรับเชิญทั้งหกคนของพวกเราน่าจะเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งลึกลับกันแล้ว เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะเป็นการทดสอบแขกรับเชิญทั้งหกคนครับ!”
“พรุ่งนี้พวกเราจะไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านลี้ลับที่มีชื่อเสียงของเมืองหนาน ภายในบ้านเคยเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นมากมาย ขอเพียงทุกท่านหาเจอว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นกี่ครั้ง และจุดที่เกิดเหตุฆาตกรรมคือตรงไหน ก็ถือว่าทำสำเร็จแล้วครับ!”
“คนที่ทำสำเร็จจะได้รับพระเครื่องปลุกเสกที่ทางเราบูชามาในราคาสูงมาก”
พระเครื่องถูกวางเอาไว้ในกล่องกระจก มีทีมงานนำออกมาแล้ว
พระเครื่องมีขนาดไม่เกิดฝ่ามือ มีด้านหน้าหลังสองด้าน ด้านหน้าเป็นพระพุทธรูป ด้านหลังมีอักขระสลักไว้
“ปรมาจารย์ทั้งสองท่าน มาดูพระเครื่องนี่สิครับ”
จี้ไจ่กับฉู่ลั่วเดินเข้าไป
จี้ไจ่ส่องพระเครื่องผ่านกระจก วิเคราะห์อยู่สักพักหนึ่ง ก็พูดว่า “พระเครื่องเนื้อโลหะ ทำออกมาอย่างวิจิตรบรรจง ด้านบนมีพลังบริสุทธิ์แข็งแกร่งมาก มีบารมีสูง ได้รับการปลุกเสกมาแล้ว ต้องได้รับการปลุกเสกจากนักบวชบารมีสูงแน่นอนครับ”
เฉียวโจวพยักหน้ารัว “สมกับเป็นปรมาจารย์จี้ไจ่ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว พระเครื่องนี้สร้างขึ้นโดยปรมาจารย์จื้อเสี่ยวจากวัดจ้งหยวน ซึ่งได้ถวายธูปหอมและอ่านคัมภีร์ต่อหน้าพระพุทธองค์”
“ตอนนั้นพระเครื่องที่ได้รับการปลุกเสกมีเพียงสิบสี่องค์เท่านั้น”
“ตอนนี้ขอเชิญปรมาจารย์ฉู่มาตรวจดูครับ”
พูดถึงฉู่ลั่ว เฉียวโจวก็ตื่นเต้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อฉู่ลั่วก้าวไปข้างหน้า ทุกสายตาต่างจับจ้อง
เธอสังเกตดูเล็กน้อยจึงพูดว่า “เป็นพระเครื่องอย่างดีที่ได้รับการปลุกเสกมาแล้ว และให้ผลดีกับคนที่สวมใส่ค่ะ”
แค่พูดจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะน่ารักดังแหลมหูขึ้นมา
“ลั่วลั่ว แบบนี้ก็เหมือนเธอไม่ได้พูดเลยนะ ผู้กำกับก็บอกแล้ว ว่าพระเครื่ององค์นี้ปลุกเสกมาแล้ว ต้องดีกับคนที่สวมไว้อยู่แล้วสิ”
ฉู่หร่านว่าแล้วก็หัวเราะเบา ๆ
ใบหน้านั้นเคลือบไปด้วยรอยยิ้มสดใส ทำให้คนฟังไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายในคำพูดของเธอ
และชาวเน็ตที่ได้ยินคำพูดของเธอ ต่างก็เริ่มโจมตีฉู่ลั่วแล้ว
[ใช่! เป็นเทพธิดานักพยากรณ์อะไรนั่นไม่ใช่เหรอ? เก่งมากไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงพูดแต่เรื่องไร้สาระล่ะ!]
[ฉู่ลั่วคนนี้ ทำการตลาดเก่งเกินไปแล้ว]
[ไม่แปลกใจแล้วที่ฉันทนมองเธอไม่ไหว]
[พระเครื่ององค์นั้นก็คือพระเครื่องไง! มีอะไรให้พูดอีกล่ะ จี้ไจ่ก็พูดออกมาหมดแล้ว แล้วฉู่ลั่วยังต้องพูดอะไรอีก]
[ฉู่ลั่วเป็นนักพรตลัทธิเต๋า ไม่ใช่นักบวชในพุทธศาสนา เธอไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกตินะ]
ขาวเน็ตในอินเทอร์เน็ตทะเลาะกันอย่างดุเดือด ในสถานที่ถ่ายทำก็เกิดบรรยากาศแปลก ๆ เพราะคำพูดของฉู่หร่านเช่นกัน
แต่ฉู่หร่านเหมือนไม่รู้ตัว ยังพูดต่อไปว่า “โอ๊ย ฉันลืมไปเลย ที่ลั่วลั่วบำเพ็ญเหมือนจะเป็นลัทธิเต๋า ไม่เข้าใจเรื่องพระเครื่องก็เป็นเรื่องปกติ”