เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 524 วิลล่าหมายเลข 31
บทที่ 524 วิลล่าหมายเลข 31
หลังจากจบการไลฟ์ของรายการ อีกห้องหนึ่งฉู่หร่านเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ขณะที่กำลังเช็ดผม เสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น
เธอเปิดประตูออกมาก็เห็นฝางไคจี้ยืนอยู่หน้าประตู
“พี่ไคจี้ ดึกขนาดนี้แล้ว มีธุระอะไรเหรอคะ?”
ฝางไคจี้มองฉู่หร่านที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผิวขาวอมชมพู มีกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำลอยออกมา
ใบหูของเขาแดงเรื่อ “มีเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายทำวันพรุ่งนี้ที่อยากคุยกับเธอ”
“เข้าไปได้ไหม?”
ฉู่หร่านลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มหวานให้ “แน่นอนสิคะ! พี่ฝางไคจี้ก็เป็นพี่ชายของหนูเหมือนกัน ไม่มีอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”
ฝางไคจี้ “…”
มุมปากของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ แววตาเผยให้เห็นความเจ็บปวดหลายส่วน แต่ไม่นานก็กลับมามั่นคงเหมือนเดิม
หลังจากเขาเข้าไปก็เล่าข้อมูลการถ่ายทำให้ฟัง ฉู่หร่านเบิกตากว้าง “พี่ไคจี้ นี่เป็นความลับของรายการ พี่ไปรู้มาได้ยังไงคะ?”
ฝางไคจี้ยิ้ม “เธอบอกว่าไม่มีโอกาสได้แสดงออกในรายการไม่ใช่เหรอ? พี่ก็เลยใช้ความคิดนิดหน่อย”
ฉู่หร่านชะงัก จากนั้นก็ยิ้มออกมา “เพื่อหนูเหรอคะ? พี่ไคจี้ดีจังเลย ใจดียิ่งกว่าพี่ชายของหนูอีก!”
เธอกระโจนเข้ามาในอ้อมกอดของฝางไคจี้ พร้อมกับกระโดดขึ้นลง
ราวกับลืมไปว่าตัวเองเพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมแค่ชุดคลุมอาบน้ำหลวม ๆ เท่านั้น กลิ่นครีมอาบน้ำถูกส่งไปทักทายอีกฝ่าย
ฝางไคจี้กำลังจะยื่นมือไปกอดเธอ แต่ฉู่หร่านก็ปล่อยมือไปแล้ว เธอหยิบข้อมูลขึ้นมาดู “พี่ไคจี้ เรื่องนี้จะให้คนรู้ไม่ได้นะคะ!”
ฝางไคจี้ได้สติกลับมา เขาส่ายหน้า “วางใจเถอะ! ไม่มีคนรู้หรอก วิลล่าหมายเลข 31 เป็นสถานที่ลี้ลับที่มีชื่อเสียงของเมืองหนาน เจ้าของบ้านเชิญปรมาจารย์มาดูหลายคน แต่ไม่มีใครแก้ได้เลย”
เขาหยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดย้ำ “ต่อให้ฉู่ลั่วไป คำตอบที่ได้รับก็อาจจะเหมือนกัน”
พูดถึงฉู่ลั่ว สีหน้าของฉู่หร่านก็เปลี่ยนไป
แต่ไม่นานเธอก็ซ่อนมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว “ลั่วลั่วเก่งมากจริง ๆ ค่ะ หนูเทียบกับเธอไม่ได้เลย”
“เธอพูดไร้สาระอะไร!”
ฝางไคจี้ขมวดคิ้วพูดเสียงต่ำ “ในใจของพี่ หร่านหร่านดีที่สุดในโลกแล้ว ไม่มีใครเทียบกับเธอได้หรอก”
“จริงเหรอคะ?”
“แน่นอน! พี่เคยหลอกเธอเมื่อไหร่กัน!”
“ขอบคุณค่ะพี่ไคจี้!”
ฝางไคจี้ยังอยากพูดบางอย่าง แต่เห็นฉู่หร่านพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “พี่ไคจี้ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้ามีคนมาเห็นพี่อยู่ในห้องของหนู ไม่รู้ว่าพวกเขาจะคิดยังไง ถ้าถูกเอาไปโพสต์ในอินเทอร์เน็ต…”
“พูดถูกแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ”
“อืม”
ฉู่หร่านไปส่งฝางไคจี้ที่หน้าประตู เธอยิ้มหวานส่งเขาออกไป หลังจากปิดประตู รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไปแล้ว
เธอมองข้อมูลที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “พี่ไคจี้คนนี้ ก็มีประโยชน์อยู่บ้างเหมือนกัน”
ไม่เสียแรงเปล่าที่เธอยอมเรียกว่า ‘พี่’ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะมาเป็นพี่ชายของเธอก็ได้
…
วันรุ่งขึ้น ทีมงานรายการพาพวกเขาไปที่หน้าวิลล่าแห่งหนึ่งแถบชานเมือง
ที่นี่เป็นวิลล่าที่ตั้งอยู่ในหุบเขา
แล้วก็เป็นสถานที่ไลฟ์ในครั้งนี้ด้วย
เฉียวโจวพูดอยู่กับกล้อง “นี่คือสถานที่ไลฟ์ของเราในครั้งนี้ครับ เรื่องกฎการแข่งขันได้มีการอธิบายไปแล้วเมื่อวาน ขอเชิญแขกรับเชิญทั้งหกคนเข้ามาได้เลยครับ”
พวกฉู่ลั่วกับจี้ไจ่เดินตามหลังทีมงานเข้ามาในวิลล่า
พื้นที่ของวิลล่ามีขนาดใหญ่มาก ทันทีที่เดินเข้าไป ฉู่ลั่วก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเยียบภายในวิลล่า
ในเวลานี้ ผู้กำกับเฉียวโจวก็ยังคงพูดอธิบายถึงวิลล่าหลังนี้ต่อ
“ที่นี่คือวิลล่าที่มีชื่อเสียงมาก ๆ แห่งหนึ่งครับ เจ้าของคือเฉินซิว อดีตคนร่ำคนรวยที่สุดในเมืองหนาน ตระกูลเฉินในตอนนั้นเรืองอำนาจมาก แต่เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน วิลล่าหลังนี้ได้พบเจอกับเรื่องราวประหลาดมากมาย จนในที่สุดก็ก่อให้เกิดความตกต่ำของตระกูลเฉิน และคนในตระกูลก็ต้องย้ายออกจากวิลล่าหลังนี้กันไป”
“ในครั้งนี้ พวกเราได้ทำการติดต่อกับคนในตระกูลเฉินด้วยความยากลำบาก จนได้รับโอกาสในการเข้ามาถ่ายทำในวิลล่าหลังนี้ครับ”
“ต่อไปนี้ หวังว่าแขกรับเชิญทั้งหกของพวกเราที่ผ่านได้ฝึกปรือกันมาในสองสัปดาห์แรกแล้ว จะรับรู้ได้ถึงจุดที่เคยเกิดคดีฆาตกรรมกันที่วิลล่าหลังนี้ แล้วก็เขียนสาเหตุของการเกิดคดีฆาตกรรมออกมากันได้นะครับ”
หลังจากอธิบายจบ แขกรับเชิญทั้งหกคนบ้างก็แยกคนเดียวบ้างก็จับคู่กันสองคน ก็พากันเข้าไปหาในวิลล่าหลังใหญ่นี้ด้วยกัน
เฉียวโจวพาพวกฉู่ลั่วไปที่ห้องพักรับรอง
จี้ไจ่เดินไปข้าง ๆ ฉู่ลั่ว พลางกระซิบถาม “สัมผัสได้หรือเปล่า?”
ถามจบเขาก็รู้สึกว่าขนาดตนเองยังรู้สึกได้ขนาดนี้ ดูจากความสามารถของฉู่ลั่วแล้ว เธอจะสัมผัสความแปลกของวิลล่าหลังนี้ไม่ได้ได้ยังไงล่ะ
ฉู่ลั่วมองไปรอบ ๆ สอดส่ายสายตาสังเกตทั่วทุกบริเวณ ก่อนพยักหน้าเล็กน้อย “มันขัดแย้งกัน”
จี้ไจ่เห็นว่าเธอไม่ได้มีการแสดงออกอื่น ๆ ก็โล่งใจ แล้วเอ่ยปากวิเคราะห์ออกมา “มากด้วย”